กฎ ก
กฎ ก.พ.
ว่าด้วยการให้ข้าราชการพลเรือนสามัญได้รับเงินประจำตำแหน่ง
(ฉบับที่ ๔)
พ.ศ. ๒๕๕๘
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๘ (๕) มาตรา ๕๐ วรรคสามและวรรคสี่
แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๕๑ ก.พ. โดยอนุมัติคณะรัฐมนตรี
จึงออกกฎ ก.พ. ไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑[๑] กฎ ก.พ.
นี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ ๒ ให้ยกเลิกความในข้อ ๓ (๒) (จ) ของกฎ ก.พ.
ว่าด้วยการให้ข้าราชการพลเรือนสามัญได้รับเงินประจำตำแหน่ง พ.ศ. ๒๕๕๑
และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
(จ) รองหัวหน้าส่วนราชการที่มีฐานะเป็นกรมในสำนักนายกรัฐมนตรี
และอยู่ในบังคับบัญชาขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี ได้แก่
รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายบริหาร รองเลขาธิการคณะรัฐมนตรี รองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ
รองผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ รองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ รองเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา
รองเลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน
รองเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
รองเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ และรองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน
ข้อ ๓ ให้ยกเลิกความในข้อ
๓ (๓) (ข) ของกฎ ก.พ. ว่าด้วยการให้ข้าราชการพลเรือนสามัญได้รับเงินประจำตำแหน่ง
พ.ศ. ๒๕๕๑ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
(ข)
หัวหน้าส่วนราชการที่มีฐานะเป็นกรมในสำนักนายกรัฐมนตรี
และอยู่ในบังคับบัญชาขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี ได้แก่ เลขาธิการคณะรัฐมนตรี
ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ
เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ และเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน
ให้ไว้
ณ วันที่ ๑๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๘
วิษณุ เครืองาม
รองนายกรัฐมนตรี
ประธาน
ก.พ.
หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้กฎ ก.พ. ฉบับนี้ คือ โดยที่ ก.พ.
ได้กำหนดให้ตำแหน่งรองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน
เป็นตำแหน่งประเภทบริหาร ระดับสูง ให้ได้รับเงินประจำตำแหน่งในอัตรา ๑๔,๕๐๐ บาท และตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน
เป็นตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง ให้ได้รับเงินประจำตำแหน่งในอัตรา ๒๑,๐๐๐ บาท จึงจำเป็นต้องออกกฎ
ก.พ. นี้
ปริยานุช/ผู้จัดทำ
๒๘ พฤษภาคม
๒๕๕๘
วริญา/ผู้ตรวจ
๘ มิถุนายน
๒๕๕๘
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๓๒/ตอนที่ ๔๓ ก/หน้า ๔๔/๒๑ พฤษภาคม ๒๕๕๘
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).