กฎกระทรวง
กฎกระทรวง
ฉบับที่
๑๐ (พ.ศ. ๒๕๓๖)
ออกตามความในพระราชบัญญัติการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย
พ.ศ.
๒๕๒๒
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา
๔ (๒) แห่งพระราชบัญญัติการท่าอากาศ
ยานแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๒๒
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมออกกฎกระทรวงไว้
ดังต่อไปนี้
ให้ยกเลิกความในข้อ
๑๒ แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ ๒ (พ.ศ. ๒๕๒๘) ออกตาม
ความในพระราชบัญญัติการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๒๒
และให้ใช้ความต่อไปนี้
แทน
"ข้อ
๑๒
เมื่อปรากฏว่ามีการขับขี่ยานพาหนะที่มีลักษณะตามข้อ ๙ เข้าไปในเขต
ท่าอากาศยานควบคุม
หรือผู้ขับขี่ไม่ปฏิบัติตามข้อ ๑๐ หรือฝ่าฝืนข้อ ๑๑ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่
่มีอำนาจตักเตือนให้ผู้ขับขี่ปฏิบัติเสียให้ถูกต้อง
ถ้าพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ตักเตือนแล้วผู้ขับขี่ยังไม่ปฏิบัติให้ถูกต้อง
พนักงาน
เจ้าหน้าที่มีอำนาจสั่งให้ผู้ขับขี่เคลื่อนย้ายยานพาหนะนั้น
หรือสั่งให้นำยานพาหนะนั้นออกไปจาก
เขตท่าอากาศยานควบคุมได้
ถ้าผู้นั้นไม่อยู่หรืออยู่แต่ไม่ปฏิบัติตาม ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจ
เคลื่อนย้ายยานพาหนะหรือนำยานพาหนะไปเก็บไว้ในสถานที่ที่พนักงานเจ้าหน้าที่เห็นสมควร
หรือใช้เครื่องมือบังคับยานพาหนะมิให้เคลื่อนย้ายได้
การที่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้ตักเตือนตามวรรคหนึ่ง
หรือเคลื่อนย้ายหรือใช้
เครื่องมือบังคับยานพาหนะมิให้เคลื่อนย้ายตามวรรคสอง ไม่เป็นเหตุให้ผู้ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม
พ้นจากความผิดตามมาตรา ๔๘"
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๓๖
พันเอก
วินัย สมพงษ์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
+------------------------------------------------------------------------------------------------------+
หมายเหตุ :-
เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ ตามที่กฎกระทรวง ฉบับที่ ๒
(พ.ศ. ๒๕๒๘)
ออกตามความในพระราชบัญญัติการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๒๒
ได้กำหนดให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเคลื่อนย้ายยานพาหนะที่หยุดหรือจอดโดยฝ่าฝืนเครื่อง
หมายจราจร
หรือคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ในเขตท่าอากาศยานควบคุม หรือให้นำยานพาหนะ
ไปเก็บไว้ในที่ซึ่งเห็นสมควรได้นั้นเนื่องจากมาตรการดังกล่าวยังไม่เพียงพอที่จะควบคุมการจราจร
ในเขตท่าอากาศยานควบคุม
สมควรเพิ่มเติมมาตรการให้พนักงานเจ้าหน้าที่สามารถใช้เครื่องมือ
บังคับยานพาหนะที่หยุดหรือจอดโดยฝ่าฝืนเครื่องหมายจราจรหรือคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่มิ
ให้เคลื่อนย้ายได้ด้วย จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
[รก.๒๕๓๖/๒๙/๑๖พ./๑๒ มีนาคม ๒๕๓๖]