法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

กฎ ก.ตร. ว่าด้วยการกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณาเลื่อนเงินเดือนข้าราชการตำรวจ พ.ศ. 2556

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
18
มาตรา อารัมภบท

กฎ ก

กฎ ก.ตร.

ว่าด้วยการกำหนดหลักเกณฑ์

และวิธีการพิจารณาเลื่อนเงินเดือนข้าราชการตำรวจ

พ.ศ. ๒๕๕๖

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๑ (๒) และมาตรา ๖๔ วรรคสาม

แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๗ และมติ ก.ตร. ในการประชุมครั้งที่

๔/๒๕๕๖ เมื่อวันที่ ๗ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๖ ก.ตร. จึงออกกฎ ก.ตร. ไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑[๑] กฎ ก.ตร.

นี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ให้ยกเลิก

(๑) กฎ ก.ตร.

ว่าด้วยการกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณาเลื่อนเงินเดือนข้าราชการตำรวจ พ.ศ.

๒๕๔๘

(๒) กฎ ก.ตร. ว่าด้วยการกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณาเลื่อนเงินเดือนข้าราชการตำรวจ

(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๐

(๓) กฎ ก.ตร.

ว่าด้วยการกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณาเลื่อนเงินเดือนข้าราชการตำรวจ (ฉบับที่

๓) พ.ศ. ๒๕๕๑

(๔) กฎ ก.ตร. ว่าด้วยการกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณาเลื่อนเงินเดือนข้าราชการตำรวจ

(ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๔

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในกฎ ก.ตร. นี้

“ปี” หมายความว่า ปีงบประมาณ

“ครึ่งปีแรก” หมายความว่า

ระยะเวลาตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ถึงวันที่ ๓๑ มีนาคม

“ครึ่งปีหลัง” หมายความว่า

ระยะเวลาตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน ถึงวันที่ ๓๐ กันยายน

“ครึ่งปีที่แล้วมา” หมายความว่า

ระยะเวลาครึ่งปีแรกหรือครึ่งปีหลังที่ผ่านมา แล้วแต่กรณี

“ศึกษาในประเทศ” หมายความว่า

การศึกษาในประเทศตามหลักสูตรที่เป็นการเพิ่มพูนความรู้ด้วยการเรียนหรือการวิจัย

เพื่อให้ได้มาซึ่งปริญญาหรือประกาศนียบัตรวิชาชีพอันอาจพิจารณาคุณวุฒิให้ได้

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

ให้ผู้บังคับบัญชาหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายประเมินประสิทธิภาพและประสิทธิผลการปฏิบัติงานของข้าราชการตำรวจตามหลักเกณฑ์

วิธีการและระยะเวลาที่กำหนดในกฎ ก.ตร.

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

การเลื่อนเงินเดือนข้าราชการตำรวจให้เลื่อนปีละสองครั้ง ดังนี้

(๑) ครั้งที่หนึ่งครึ่งปีแรก ให้เลื่อนตั้งแต่วันที่ ๑

เมษายนของปีที่ได้เลื่อน

(๒) ครั้งที่สองครึ่งปีหลัง ให้เลื่อนตั้งแต่วันที่ ๑

ตุลาคมของปีถัดไป

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

ข้าราชการตำรวจซึ่งจะได้รับการพิจารณาเลื่อนเงินเดือนครึ่งขั้นในแต่ละครั้งต้องอยู่ในหลักเกณฑ์

ดังต่อไปนี้

(๑) ในครึ่งปีที่แล้วมาได้รับบรรจุเข้ารับราชการมาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสี่เดือน

(๒)

ในครึ่งปีที่แล้วมาได้ปฏิบัติงานตามหน้าที่ของตนด้วยความสามารถและด้วยความอุตสาหะจนเกิดผลดีหรือความก้าวหน้าแก่ราชการ

ซึ่งผู้บังคับบัญชาได้พิจารณาประเมินตามข้อ ๔

แล้วเห็นว่าอยู่ในเกณฑ์ที่สมควรจะได้เลื่อนเงินเดือนครึ่งขั้น

(๓) ในครึ่งปีที่แล้วมาต้องไม่ถูกสั่งพักราชการ

ถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน ถูกปลดออก ถูกไล่ออก หรือออกจากราชการด้วยเหตุใด ๆ

เป็นระยะเวลารวมกันเกินสองเดือน

(๔) ในครึ่งปีที่แล้วมา

ต้องไม่ถูกสั่งลงโทษทางวินัยถึงที่สุดสูงกว่าโทษภาคทัณฑ์

หรือไม่ถูกศาลพิพากษาในคดีอาญาถึงที่สุด

ให้ลงโทษในความผิดที่เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ราชการ

หรือความผิดที่ทำให้เสื่อมเสียเกียรติศักดิ์ของตำแหน่งหน้าที่ราชการของตน

ซึ่งมิใช่ความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

(๕) ในครึ่งปีที่แล้วมาต้องไม่ลา หรือมาทำงานสายเกินจำนวนครั้งที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติหรือผู้บังคับบัญชาซึ่งได้รับมอบหมายจากผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติกำหนดเป็นหนังสือไว้ก่อนแล้วโดยคำนึงถึงลักษณะงานและสภาพท้องที่อันเป็นที่ตั้งของแต่ละส่วนราชการหรือหน่วยงาน

(๖) ในครึ่งปีที่แล้วมาต้องมีเวลาปฏิบัติราชการหกเดือน

โดยมีวันลาไม่เกินยี่สิบสามวัน แต่ไม่รวมถึงวันลาดังต่อไปนี้

(ก) ลาอุปสมบท หรือลาไปประกอบพิธีฮัจย์ ณ เมืองเมกกะ

ประเทศซาอุดิอาระเบีย

เฉพาะวันลาที่มีสิทธิได้รับเงินเดือนระหว่างลาตามกฎหมายว่าด้วยการจ่ายเงินเดือน

(ข) ลาคลอดบุตรไม่เกินเก้าสิบวัน

(ค)

ลาป่วยซึ่งจำเป็นต้องรักษาตัวเป็นเวลานานไม่ว่าคราวเดียวหรือหลายคราวรวมกันไม่เกินหกสิบวันทำการ

(ง) ลาป่วยเพราะประสบอันตรายในขณะปฏิบัติราชการตามหน้าที่

หรือในขณะเดินทางไปหรือกลับจากปฏิบัติราชการตามหน้าที่

(จ) ลาพักผ่อน

(ฉ) ลาไปปฏิบัติงานในองค์การระหว่างประเทศ

(ช)

ลาไปช่วยเหลือภริยาที่คลอดบุตรครั้งหนึ่งติดต่อกันไม่เกินสิบห้าวันทำการ

(ซ) ลาไปพื้นฟูสมรรถภาพด้านอาชีพ

กรณีได้รับอันตรายหรือป่วยเจ็บเพราะเหตุปฏิบัติราชการในหน้าที่หรือถูกประทุษร้ายเพราะเหตุกระทำการตามหน้าที่จนทำให้ตกเป็นผู้ทุพพลภาพหรือพิการ

การนับจำนวนวันลาไม่เกินยี่สิบสามวันสำหรับวันลากิจส่วนตัวและวันลาป่วยที่ไม่ใช่วันลาป่วย

ตาม (ง) ให้นับเฉพาะวันทำการ

(๗) ในครึ่งปีที่แล้วมา ถ้าเป็นผู้ได้รับอนุญาตให้ไปศึกษาในประเทศ

หรือไปศึกษา ฝึกอบรม หรือดูงาน ณ ต่างประเทศ

ตามระเบียบว่าด้วยการให้ข้าราชการไปศึกษา ฝึกอบรม และดูงาน ณ ต่างประเทศ

ต้องได้ปฏิบัติหน้าที่ราชการในครึ่งปีที่แล้วมาเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสี่เดือน

สำหรับผู้ที่ศึกษาในสถานศึกษาของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ต้องได้ปฏิบัติหน้าที่ราชการครั้งแรกในครึ่งปีที่แล้วมาเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสองเดือน

(๘) ในครึ่งปีที่แล้วมาต้องไม่ขาดราชการโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

ข้าราชการตำรวจซึ่งจะได้รับการพิจารณาเลื่อนเงินเดือนหนึ่งขั้นในแต่ละครั้งต้องเป็นผู้อยู่ในหลักเกณฑ์ตามข้อ

๖ และอยู่ในหลักเกณฑ์ประการใดประการหนึ่งหรือหลายประการดังต่อไปนี้ด้วย

(๑) ปฏิบัติงานตามหน้าที่ได้ผลดีเด่น

มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลอันก่อให้เกิดประโยชน์และผลดียิ่งต่อทางราชการและสังคมจนถือเป็นตัวอย่างที่ดีได้

(๒) ปฏิบัติงานโดยมีความคิดริเริ่มในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง

หรือได้ค้นคว้า หรือประดิษฐ์สิ่งใดสิ่งหนึ่งซึ่งเป็นประโยชน์ต่อทางราชการเป็นพิเศษ

และทางราชการได้ดำเนินการตามความคิดริเริ่มหรือได้รับรองให้ใช้การค้นคว้าหรือสิ่งประดิษฐ์นั้น

(๓) ปฏิบัติงานตามหน้าที่ที่มีสถานการณ์ตรากตรำเสี่ยงอันตรายมาก

หรือมีการต่อสู้ที่เสี่ยงต่อความปลอดภัยของชีวิตเป็นกรณีพิเศษ

(๔) ปฏิบัติงานที่มีภาระหน้าที่หนักเกินกว่าตำแหน่งจนเกิดประโยชน์ต่อทางราชการเป็นพิเศษ

และปฏิบัติงานในตำแหน่งหน้าที่ของตนเป็นผลดีด้วย

(๕) ปฏิบัติงานตามตำแหน่งหน้าที่ด้วยความตรากตรำเหน็ดเหนื่อย

ยากลำบากเป็นพิเศษและงานนั้นได้ผลดียิ่งเป็นประโยชน์ต่อทางราชการและสังคม

(๖) ปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมายให้กระทำกิจการอย่างใดอย่างหนึ่งจนสำเร็จเป็นผลดียิ่งแก่ประเทศชาติ

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

การพิจารณาเลื่อนเงินเดือนข้าราชการตำรวจตามข้อ ๖ และข้อ ๗

ให้ผู้บังคับบัญชาชั้นต้นหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายนำผลการประเมินประสิทธิภาพและประสิทธิผล

การปฏิบัติงานที่ได้ดำเนินการตามข้อ ๔ และพฤติกรรมการปฏิบัติตาม กฎ ก.ตร.

ที่ว่าด้วยประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจมาเป็นหลักในการพิจารณาเลื่อนเงินเดือน

โดยพิจารณาประกอบกับข้อมูลการลา พฤติกรรมการมาทำงาน การรักษาวินัย

และข้อควรพิจารณาอื่น ๆ ของผู้นั้น

แล้วรายงานผลการพิจารณานั้นพร้อมด้วยข้อมูลดังกล่าวต่อผู้บังคับบัญชาชั้นเหนือขึ้นไปตามลำดับจนถึงผู้มีอำนาจสั่งเลื่อนเงินเดือน

ในการพิจารณารายงานตามวรรคหนึ่ง

ให้ผู้บังคับบัญชาชั้นเหนือแต่ละระดับที่ได้รับรายงานเสนอความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาของผู้มีอำนาจสั่งเลื่อนเงินเดือนด้วย

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙

ในการพิจารณาเลื่อนเงินเดือนแต่ละครั้งให้ผู้มีอำนาจสั่งเลื่อนเงินเดือนพิจารณารายงานผลจากผู้บังคับบัญชาตามข้อ

๘ ถ้าเห็นว่าข้าราชการตำรวจผู้ใดอยู่ในหลักเกณฑ์ตามข้อ ๖

ให้เลื่อนเงินเดือนให้แก่ผู้นั้นครึ่งขั้น

ถ้าเห็นว่าข้าราชการตำรวจผู้นั้นมีผลการปฏิบัติงานอยู่ในหลักเกณฑ์ตามข้อ ๗

ให้เลื่อนเงินเดือนให้แก่ผู้นั้นหนึ่งขั้น

ในกรณีที่ข้าราชการตำรวจผู้ใดได้รับการเลื่อนเงินเดือนครึ่งปีแรกไม่ถึงหนึ่งขั้น

ถ้าในการพิจารณาเลื่อนเงินเดือนครึ่งปีหลัง

ผู้มีอำนาจสั่งเลื่อนเงินเดือนได้พิจารณาผลการปฏิบัติงานครึ่งปีแรกกับครึ่งปีหลังรวมกันแล้วเห็นว่ามีมาตรฐานสูงกว่าการที่จะได้รับการเลื่อนเงินเดือนหนึ่งขั้นสำหรับปีนั้น

ผู้มีอำนาจสั่งเลื่อนเงินเดือนอาจมีคำสั่งให้เลื่อนเงินเดือนรวมทั้งปีของข้าราชการตำรวจผู้นั้นเป็นจำนวนหนึ่งขั้นครึ่งได้

แต่ผลการปฏิบัติงานทั้งปีของข้าราชการตำรวจผู้นั้นจะต้องอยู่ในหลักเกณฑ์ประการใดประการหนึ่งหรือหลายประการดังต่อไปนี้ด้วย

(๑) ปฏิบัติงานตามหน้าที่ได้ผลดี

มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลอันก่อให้เกิดประโยชน์และผลดีต่อทางราชการและสังคม

(๒) ปฏิบัติงานโดยมีความคิดริเริ่มในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง

หรือได้ค้นคว้า หรือประดิษฐ์สิ่งใดสิ่งหนึ่งซึ่งเป็นประโยชน์ต่อทางราชการ

(๓) ปฏิบัติงานตามหน้าที่ที่มีสถานการณ์ตรากตรำเสี่ยงอันตราย

หรือมีการต่อสู้ที่เสี่ยงต่อความปลอดภัยของชีวิต

(๔)

ปฏิบัติงานที่มีภาระหน้าที่หนักเกินกว่าตำแหน่งจนเกิดประโยชน์ต่อทางราชการ

และปฏิบัติงานในตำแหน่งหน้าที่ของตนเป็นผลดีด้วย

(๕) ปฏิบัติงานตามตำแหน่งหน้าที่ด้วยความตรากตรำเหน็ดเหนื่อย

ยากลำบากและงานนั้นได้ผลดีเป็นประโยชน์ต่อทางราชการและสังคม

(๖)

ปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมายให้กระทำกิจการอย่างใดอย่างหนึ่งจนสำเร็จเป็นผลดีแก่ประเทศชาติ

ในกรณีที่ข้าราชการตำรวจผู้ใดมีผลการปฏิบัติงานอยู่ในเกณฑ์ที่ควรจะได้รับการเลื่อนเงินเดือนครึ่งปีแรกหนึ่งขั้น

แต่ไม่อาจสั่งเลื่อนเงินเดือนหนึ่งขั้นให้ได้

เพราะมีข้อจำกัดเกี่ยวกับจำนวนเงินที่จะใช้เลื่อนเงินเดือน

ถ้าในการเลื่อนเงินเดือนครึ่งปีหลัง

ข้าราชการตำรวจผู้นั้นมีผลการปฏิบัติงานอยู่ในเกณฑ์ได้รับการเลื่อนเงินเดือนหนึ่งขั้นอีก

และไม่มีข้อจำกัดเกี่ยวกับจำนวนเงินที่จะใช้เลื่อนเงินเดือนในคราวนั้น

ผู้มีอำนาจสั่งเลื่อนเงินเดือนอาจมีคำสั่งให้เลื่อนเงินเดือนรวมทั้งปีของข้าราชการตำรวจผู้นั้นเป็นจำนวนสองขั้นได้

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐

ในกรณีที่ไม่เลื่อนเงินเดือนให้แก่ข้าราชการตำรวจผู้ใด ให้ผู้บังคับบัญชาแจ้งให้ผู้นั้นทราบพร้อมทั้งเหตุผลที่ไม่เลื่อนเงินเดือน

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑

การพิจารณาเลื่อนเงินเดือนครึ่งปีให้แก่ข้าราชการตำรวจ

ซึ่งในครึ่งปีที่แล้วมาได้รับอนุญาตให้ลาไปปฏิบัติงานในองค์การระหว่างประเทศตามข้อ

๖ (๖) (ฉ) ให้ผู้มีอำนาจสั่งเลื่อนเงินเดือนพิจารณาสั่งเลื่อนได้ครั้งละไม่เกินครึ่งขั้นเมื่อผู้นั้นกลับมาปฏิบัติราชการ

โดยให้สั่งเลื่อนย้อนหลังไปในแต่ละครั้งที่ควรจะได้เลื่อน ทั้งนี้

ให้มีการประเมินผลการปฏิบัติงานตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติกำหนด

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒

การเลื่อนเงินเดือนข้าราชการตำรวจผู้ดำรงตำแหน่งต่าง ๆ ให้เลื่อนได้

ดังต่อไปนี้

(๑) รองผู้บังคับหมู่ หรือตำแหน่งเทียบเท่า

ให้เลื่อนได้ไม่เกินเงินเดือนระดับ พ.๑

(๒) ผู้บังคับหมู่ หรือตำแหน่งเทียบเท่า ยศสิบตำรวจตรี สิบตำรวจโท

สิบตำรวจเอก จ่าสิบตำรวจ ให้เลื่อนได้ไม่เกินเงินเดือนระดับ ป.๑

(๓) ผู้บังคับหมู่ หรือตำแหน่งเทียบเท่า ยศจ่าสิบตำรวจ

อัตราเงินเดือน จ่าสิบตำรวจ (พิเศษ) ให้เลื่อนได้ไม่เกินเงินเดือนระดับ ป.๓

(๔) ผู้บังคับหมู่ หรือตำแหน่งเทียบเท่า ยศดาบตำรวจ

ให้เลื่อนได้ไม่เกินเงินเดือนระดับ ส.๓

(๕) รองสารวัตร และพนักงานสอบสวน หรือตำแหน่งเทียบเท่า

ให้เลื่อนได้ไม่เกินเงินเดือนระดับ ส.๓

(๖) สารวัตร พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการ รองผู้กำกับการ

และพนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการพิเศษ หรือตำแหน่งเทียบเท่า

ให้เลื่อนได้ไม่เกินเงินเดือนระดับ ส.๔

(๗) ผู้กำกับการ และพนักงานสอบสวนผู้ทรงคุณวุฒิ หรือตำแหน่งเทียบเท่า

ให้เลื่อนได้ไม่เกินเงินเดือนระดับ ส.๕

(๘) รองผู้บังคับการ และพนักงานสอบสวนผู้เชี่ยวชาญ

หรือตำแหน่งเทียบเท่า ให้เลื่อนได้ไม่เกินเงินเดือนระดับ ส.๖

(๙) ผู้บังคับการ พนักงานสอบสวนผู้เชี่ยวชาญพิเศษ และรองผู้บัญชาการ

หรือตำแหน่งเทียบเท่า ให้เลื่อนได้ไม่เกินเงินเดือนระดับ ส.๖

(๑๐) ผู้บัญชาการ และผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

หรือตำแหน่งเทียบเท่า ให้เลื่อนได้ไม่เกินเงินเดือนระดับ ส.๗

(๑๑) จเรตำรวจแห่งชาติ และรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

หรือตำแหน่งเทียบเท่า ให้เลื่อนได้ไม่เกินเงินเดือนระดับ ส.๘

ข้าราชการตำรวจตาม (๓) (๔) (๕) (๖) (๗) หรือ (๘)

ซึ่งได้รับเงินเดือนเต็มขั้นสูงสุดของระดับที่ตนได้รับอยู่ในขณะนั้นในปีงบประมาณใด

หากผ่านการประเมินสมรรถภาพ ความประพฤติ ความรู้ความสามารถ

และผลการปฏิบัติหน้าที่แล้วให้มีสิทธิได้รับเงินเดือนในระดับที่สูงขึ้นตามที่ได้กำหนดไว้ใน

(๓) (๔) (๕) (๖) (๗) หรือ (๘) แล้วแต่กรณี อีกหนึ่งระดับ

โดยเริ่มต้นให้ได้รับเงินเดือนในขั้นใกล้เคียงไม่ต่ำกว่าเงินเดือนที่ได้รับอยู่เดิม

การประเมินสมรรถภาพ ความประพฤติ ความรู้ความสามารถ

และผลการปฏิบัติหน้าที่ รวมทั้งการได้รับเงินเดือนภายหลังการประเมิน

ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ตร. กำหนด

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓

ข้าราชการตำรวจซึ่งถูกสั่งให้ประจำหรือสำรองราชการ ตามกฎ ก.ตร.

ที่ว่าด้วยการสั่งให้ข้าราชการตำรวจประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

หรือส่วนราชการใดหรือสำรองราชการส่วนราชการใด ให้เลื่อนเงินเดือนได้เสมือนดำรงตำแหน่งสุดท้ายก่อนถูกสั่งให้ประจำหรือสำรองราชการ

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔

ข้าราชการตำรวจผู้ใดไม่ได้รับการเลื่อนเงินเดือนเนื่องจากได้รับเงินเดือนถึงขั้นสูงของระดับเงินเดือนสำหรับตำแหน่งที่ดำรงอยู่แล้ว

หรือมีขั้นเงินเดือนใกล้ถึงขั้นสูงของระดับเงินเดือนสำหรับตำแหน่งที่ดำรงอยู่และได้รับการประเมินให้เลื่อนเงินเดือนเกินกว่าขั้นเงินเดือนที่เหลืออยู่ในตำแหน่งนั้น ทั้งนี้ ในวันที่ ๑ เมษายน หรือวันที่ ๑

ตุลาคมที่ผ่านมา หากภายหลังมีระดับเงินเดือนที่จะเลื่อนให้ได้ หรือได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในระดับที่สูงขึ้น

และหรือได้รับยศสูงขึ้นและเงินเดือนที่ได้รับยังไม่ถึงขั้นสูงของระดับเงินเดือนสำหรับตำแหน่งที่ได้เลื่อนขึ้นนั้น

ให้ผู้มีอำนาจสั่งเลื่อนเงินเดือนมีคำสั่งเลื่อนเงินเดือนให้แก่ข้าราชการตำรวจผู้นั้น

ตามที่ได้รับเงินตอบแทนพิเศษครึ่งขั้น หนึ่งขั้น หรือหนึ่งขั้นครึ่งในครั้งหลังสุด

แล้วแต่กรณี ตั้งแต่วันที่มีระดับเงินเดือนที่จะเลื่อนให้ได้

หรือได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในระดับที่สูงขึ้น และหรือได้รับยศสูงขึ้นนั้น

แล้วแต่กรณี

ข้าราชการตำรวจผู้ใดได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในระดับที่สูงขึ้น

และหรือได้รับยศสูงขึ้น ในวันที่ ๑ เมษายนหรือวันที่ ๑ ตุลาคม

ซึ่งเป็นวันเดียวกันกับวันเลื่อนเงินเดือน

ให้ผู้มีอำนาจสั่งเลื่อนเงินเดือนมีคำสั่งเลื่อนเงินเดือนให้แก่ข้าราชการตำรวจผู้นั้นก่อนได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในระดับที่สูงขึ้นและหรือได้รับยศสูงขึ้น

กรณีข้าราชการตำรวจผู้ใดได้รับเงินเดือนถึงขั้นสูงของระดับเงินเดือนสำหรับตำแหน่งที่ดำรงอยู่หรือใกล้ถึงขั้นสูงของระดับเงินเดือนสำหรับตำแหน่งที่ดำรงอยู่และได้รับการประเมินให้เลื่อนเงินเดือนเกินกว่าขั้นเงินเดือนที่เหลืออยู่ในตำแหน่งนั้น

ให้ผู้มีอำนาจสั่งเลื่อนเงินเดือนมีคำสั่งเลื่อนเงินเดือนให้แก่ข้าราชการตำรวจผู้นั้นหลังจากได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งที่สูงขึ้น

และหรือได้รับยศสูงขึ้นแล้ว

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕

ในกรณีที่ผู้มีอำนาจสั่งเลื่อนเงินเดือนพิจารณาเห็นสมควรเลื่อนเงินเดือนให้ข้าราชการตำรวจผู้ใดแต่ผู้นั้นจะต้องพ้นจากราชการไปเพราะเหตุเกษียณอายุตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ

ให้ผู้มีอำนาจสั่งเลื่อนเงินเดือน

สั่งเลื่อนเงินเดือนเพื่อประโยชน์ในการคำนวณบำเหน็จบำนาญให้ผู้นั้นในวันที่ ๓๐

กันยายนของครึ่งปีสุดท้ายก่อนที่จะพ้นจากราชการ

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖

ในกรณีที่ผู้มีอำนาจสั่งเลื่อนเงินเดือนพิจารณาเห็นสมควรเลื่อนเงินเดือนให้ข้าราชการตำรวจผู้ใดแต่ผู้นั้นได้ตายใน

หรือหลังวันที่ ๑ เมษายน หรือวันที่ ๑ ตุลาคม หรือออกจากราชการไม่ว่าด้วยเหตุใด ๆ

หลังวันที่ ๑ เมษายน หรือวันที่ ๑ ตุลาคม

ก่อนที่จะมีคำสั่งเลื่อนเงินเดือนในแต่ละครั้ง

ผู้มีอำนาจสั่งเลื่อนเงินเดือนจะสั่งเลื่อนเงินเดือนให้ผู้นั้นย้อนหลังไปถึงวันที่

๑ เมษายน หรือวันที่ ๑ ตุลาคมของครึ่งปีที่จะได้เลื่อนนั้นก็ได้

สำหรับกรณีข้าราชการตำรวจผู้ใดออกจากราชการไม่ว่าด้วยเหตุใด ๆ

ในวันที่ ๑ เมษายน หรือวันที่ ๑ ตุลาคม

ก่อนที่จะมีคำสั่งเลื่อนเงินเดือนในแต่ละครั้ง ผู้มีอำนาจสั่งเลื่อนเงินเดือนจะสั่งเลื่อนเงินเดือนให้ผู้นั้นย้อนหลังไปถึงวันที่

๓๑ มีนาคม หรือวันที่ ๓๐ กันยายนของครึ่งปีที่จะได้เลื่อนนั้นก็ได้

แต่ถ้าผู้นั้นได้พ้นจากราชการเพราะเหตุเกษียณอายุตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการไปก่อนที่จะมีคำสั่งเลื่อนเงินเดือนเพื่อประโยชน์ในการคำนวณบำเหน็จบำนาญ

ผู้มีอำนาจสั่งเลื่อนเงินเดือนจะสั่งเลื่อนเงินเดือนให้ผู้นั้นย้อนหลังไปถึงวันที่

๓๐ กันยายนของครึ่งปีสุดท้ายที่จะได้เลื่อนนั้นก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗

การเลื่อนเงินเดือนข้าราชการตำรวจที่ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดใน

กฎ ก.ตร. นี้

แต่ผู้มีอำนาจสั่งเลื่อนเงินเดือนพิจารณาเห็นสมควรเลื่อนเงินเดือนให้โดยมีเหตุผลเป็นพิเศษ

ให้ผู้มีอำนาจสั่งเลื่อนเงินเดือนดังกล่าวดำเนินการเพื่อเสนอ ก.ตร.

พิจารณาอนุมัติเป็นกรณี ๆ ไป

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ในวันที่กฎ

ก.ตร. นี้ใช้บังคับ หากข้าราชการตำรวจผู้ใดมีกรณีรอการเลื่อนเงินเดือนไว้ตั้งแต่ก่อนหรือในวันที่กฎ

ก.ตร. นี้ใช้บังคับ

ให้ผู้มีอำนาจสั่งเลื่อนเงินเดือนมีคำสั่งเลื่อนเงินเดือนให้ผู้นั้นตามกฎ ก.ตร.

นี้

ให้ไว้

ณ วันที่ ๗ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๖

พลตำรวจเอก

ประชา พรหมนอก

รองนายกรัฐมนตรี

ปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรี

ประธานกรรมการข้าราชการตำรวจ

หมายเหตุ

:- เหตุผลในการประกาศใช้กฎ ก.ตร. ฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๖๔

แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๗

กำหนดให้ผู้มีอำนาจสั่งเลื่อนเงินเดือนคำนึงถึงคุณภาพและปริมาณงาน

ประสิทธิภาพและประสิทธิผลของงานที่ได้ปฏิบัติมา ความสามารถ

และความอุตสาหะในการปฏิบัติหน้าที่

ตลอดจนการรักษาวินัยและการปฏิบัติตนให้เหมาะสมกับการเป็นข้าราชการตำรวจตามรายงานของผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น ทั้งนี้

ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎ ก.ตร. และสมควรให้ข้าราชการตำรวจได้รับการเลื่อนเงินเดือนกรณีที่ข้าราชการตำรวจถูกแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง

และหรือถูกฟ้องคดีอาญาในความผิดที่เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ราชการ

หรือความผิดที่ทำให้เสื่อมเสียเกียรติศักดิ์ของตำแหน่งหน้าที่ราชการเช่นเดียวกับข้าราชการประเภทอื่น

เป็นการสอดคล้องกับระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการลาของข้าราชการ พ.ศ. ๒๕๕๕

ที่ได้กำหนดประเภทของการลาเพิ่มเติมสำหรับข้าราชการทุกประเภท อีกทั้ง ก.ตร.

ในการประชุมครั้งที่ ๑๖/๒๕๕๒ เมื่อวันที่ ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๒

ได้มีมติให้แก้ไขเพิ่มเติมกฎ ก.ตร. ว่าด้วยการกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณาเลื่อนเงินเดือนข้าราชการตำรวจ

พ.ศ. ๒๕๔๘

โดยกำหนดให้ผู้บังคับบัญชาชั้นต้นหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายนำข้อมูลพฤติกรรมการปฏิบัติตามกฎ

ก.ตร. ว่าด้วยประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ มาประกอบการพิจารณาด้วย ดังนั้น เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม

สร้างขวัญและกำลังใจแก่ข้าราชการตำรวจ คุ้มครองสิทธิ

และสอดคล้องเกี่ยวกับการดำเนินการตามจริยธรรมของเจ้าหน้าที่ของรัฐตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงจำเป็นต้องออกกฎ ก.ตร. นี้

ปริยานุช/ผู้จัดทำ

๒๓ สิงหาคม

๒๕๕๖

ปณตภร/ผู้ตรวจ

๒๖ สิงหาคม

๒๕๕๖

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๓๐/ตอนที่ ๗๒ ก/หน้า ๑๐/๒๑ สิงหาคม ๒๕๕๖

18 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

กฎ ก.ตร. ว่าด้วยการกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณาเลื่อนเงินเดือนข้าราชการตำรวจ พ.ศ. 2556 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_06a02070c3a5a88b

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com