我的書籤免費註冊

เทศบัญญัติเทศบาลตำบลตาจง เรื่อง การบริหารกิจการสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า พ.ศ. 2551

公布 2010-06-24・全 29 條

อารัมภบท

เทศบัญญัติเทศบาลตำบลตาจง เทศบัญญัติเทศบาลตำบลตาจง เรื่อง การบริหารกิจการสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า พ.ศ. ๒๕๕๑[๑] อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๖๐ แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๑๐ โดยความเห็นชอบของสภาเทศบาลตำบลตาจงและโดยความเห็นชอบของผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ จึงตราเทศบัญญัติขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑

ข้อ ๑ เทศบัญญัตินี้เรียกว่า “เทศบัญญัติเทศบาลตำบลตาจง เรื่อง การบริหารกิจการสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า พ.ศ. ๒๕๕๑”

ข้อ ๒

ข้อ ๒ เทศบัญญัตินี้ ให้ใช้บังคับตั้งแต่เจ็ดวันถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป หมวด ๑ ข้อความทั่วไป

ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในเทศบัญญัตินี้ “เทศบาล” หมายถึง เทศบาลตำบลตาจง “สถานีสูบน้ำ” หมายความว่า สถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าที่เทศบาลได้รับการถ่ายโอนจากส่วนราชการ และรวมถึง สถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าที่เทศบาลได้ก่อสร้างขึ้นเองด้วย “เกษตรกรรม” หมายความว่า การทำนา ทำไร่ ทำสวน ประมง เลี้ยงสัตว์ หรือเกษตรกรรมประเภทอื่น “กลุ่มผู้ใช้น้ำ” หมายความว่า กลุ่มบุคคลที่ได้มารวมตัวจัดตั้งขึ้นเพื่อดำเนินงานเกี่ยวกับการจัดการนาและใช้น้ำจากสถานีสูบน้ำเพื่อการเกษตรกรรม ทั้งที่ได้จดทะเบียนตามกฎหมายหรือโดยการรับรองจากเทศบาล “สมาชิกผู้ใช้น้ำ” หมายความว่า ผู้ที่ประกอบอาชีพด้านการเกษตรกรรมที่มีพื้นที่ทำการเกษตรอยู่ในเขตบริการของสถานีสูบน้ำของเทศบาลตำบลตาจง และได้สมัครเป็นสมาชิกของกลุ่มผู้ใช้น้ำ โดยผู้นั้นจะมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินสำหรับทำเกษตรกรรมหรือในฐานะผู้เช่าก็ได้ “คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการบริหารกิจการสถานีสูบน้ำที่อยู่ในเขตของเทศบาล “ประธานกรรมการ” หมายความว่า ประธานคณะกรรมการบริหารกิจการสถานีสูบน้ำที่อยู่ในเขตของเทศบาล “กรรมการ” หมายความว่า กรรมการบริหารกิจการสถานีสูบน้ำที่อยู่ในเขตของเทศบาล “ข้อบังคับ” หมายความว่า ข้อบังคับเกี่ยวกับการบริหารกิจการสถานีสูบน้ำซึ่งออกโดยเทศบาล

ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้นายกเทศมนตรีรักษาการตามเทศบัญญัตนี้ โดยมีอำนาจออกข้อบังคับเกี่ยวกับการบริหารสถานีสูบน้ำและแต่งตั้งพนักงานเพื่อดำเนินการตามเทศบัญญัตินี้

ข้อ ๕

ข้อ ๕ สถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าเป็นทรัพย์สินของเทศบาลและมอบหมายให้คณะกรรมการดำเนินการบริหารในเรื่องใดเรื่องหนึ่งได้ตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับ หมวด ๒ คณะกรรมการบริหารกิจการสถานีสูบน้ำ

ข้อ ๖

ข้อ ๖ ให้มีคณะกรรมการบริหารสถานีสูบน้ำของสถานีสูบน้ำแต่ละแห่ง มีจำนวนไม่น้อยกว่า ๗ คน แต่ไม่เกิน ๑๕ คน ประกอบด้วย ผู้แทนเทศบาลไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งและผู้แทนกลุ่มผู้ใช้น้ำที่ได้รับเลือกตั้งจากสมาชิกผู้ใช้น้ำในพื้นที่บริการของสถานีสูบน้ำนั้น ให้เทศบาลเป็นผู้จัดให้มีการเลือกตั้งคณะกรรมการในสัดส่วนของผู้แทนกลุ่มเกษตรกรผู้ใช้น้ำตามวรรคหนึ่งให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวัน นับแต่เทศบัญญัตินี้มีผลใช้บังคับ ให้กรรมการคัดเลือกกันเองให้มีประธานกรรมการหนึ่งคน รองประธานกรรมการหนึ่งคน เหรัญญิกหนึ่งคน และเลขานุการหนึ่งคน ให้ประธานกรรมการเป็นผู้แทนของคณะกรรมการ

ข้อ ๗

ข้อ ๗ คณะกรรมการบริหารสถานีสูบน้ำมีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการดำเนินการกิจการสถานีสูบน้ำตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับ

ข้อ ๘

ข้อ ๘ บุคคลที่จะได้รับการเลือกตั้งจากสมาชิกผู้ใช้น้ำให้เป็นกรรมการต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้ (๑) เป็นสมาชิกของกลุ่มผู้ใช้น้ำ (๒) มีสัญชาติไทยและมีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์ (๓) มีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่เป็นประจำ และมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน ในหมู่บ้านหรือชุมชนนั้น ๆ ติดต่อกันมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบวัน และเป็นสมาชิกผู้ใช้น้ำของกิจการสถานีสูบน้ำที่ตนจะดำรงตำแหน่ง กรรมการ (๔) เป็นบุคคลที่ประกอบอาชีพสุจริต ไม่ประพฤติตนเป็นภัยต่อสังคม

ข้อ ๙

ข้อ ๙ บุคคลที่มีลักษณะดังต่อไปนี้ เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้มีสิทธิได้รับการเลือกตั้งจากสมาชิกผู้ใช้น้ำให้เป็นกรรมการ คือ (๑) เป็นภิกษุ สามเณร นักพรต หรือนักบวช (๒) หูหนวกและเป็นใบ้ซึ่งไม่สามารถอ่านและเขียนหนังสือได้ (๓) ติดยาเสพติดให้โทษ (๔) เคยถูกไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ เพราะทุจริตต่อหน้าที่หรือถือว่ากระทำการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ

ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ กรรมการมีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละสองปี นับแต่วันเลือกตั้ง แต่อาจดำรงตำแหน่งติดต่อกันได้ เมื่อได้รับการเลือกตั้งอีก

ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ กรรมการที่ได้รับเลือกตั้งจากสมาชิกผู้ใช้น้ำพ้นจากตำแหน่ง เมื่อ (๑) ถึงคราวออกตามวาระ (๒) ตาย (๓) ลาออก โดยยื่นหนังสือลาออกต่อประธานกรรมการ กรณีที่ยังไม่มีประธานกรรมการ หรือประธานกรรมการขอลาออก ให้ยื่นหนังสือลาออกต่อนายกเทศมนตรี (๔) ย้ายออกจากหมู่บ้านหรือชุมชนนั้น (๕) ปรากฏภายหลังว่าขาดคุณสมบัติตามข้อ ๘ หรือมีลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๙ (๖) ต้องโทษจำคุกฐานกระทำความผิดในคดีอาญา ยกเว้นการกระทำผิดในคดีลหุโทษ หรือกระทำความผิดโดยประมาท

ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ กรรมการซึ่งเป็นผู้แทนเทศบาลตามข้อ ๖ นอกจากจะพ้นตำแหน่งตามข้อ ๑๑ แล้ว อาจจะพ้นจากตำแหน่งตามที่นายกเทศมนตรีมีคำสั่งให้พ้นจากตำแหน่ง

ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ กรณีกรรมการที่เป็นผู้แทนกลุ่มผู้ใช้น้ำว่างลงเพราะเหตุอื่นใด นอกจากครบวาระให้เทศบาลจัดให้มีการเลือกตั้งกรรมการแทนตำแหน่งที่ว่างภายในสิบห้าวัน นับแต่วันที่ตำแหน่งว่างลง และให้ผู้ซึ่งได้รับเลือกแทนนั้นอยู่ในตำแหน่งได้เพียงเท่าวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน เว้นแต่กรณีตำแหน่งที่ว่างลงที่วาระที่เหลือไม่ถึงหนึ่งร้อยแปดสิบวัน เทศบาลจะไม่จัดให้มีการเลือกตั้งแทนตำแหน่งกรรมการที่ว่างก็ได้

ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ในการประชุมคณะกรรมการ ต้องมีกรรมการเข้าประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง จึงจะเป็นองค์ประชุม

ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ มติที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก หากคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานเป็นผู้ชี้ขาด และให้ถือว่าเป็นที่สุด

ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ในกรณีที่มีการแต่งตั้งที่ปรึกษาคณะกรรมการ ที่ปรึกษามีสิทธิเข้าร่วมประชุม และมีสิทธิแสดงความคิดเห็นใด ๆ ก็ได้ แต่ไม่มีสิทธิออกเสียงมติ หมวด ๓ การบริหารกิจการสถานีสูบน้ำ

ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ การบริหารกิจการสถานีสูบน้ำ ให้เป็นไปตามข้อบังคับที่เทศบาลกำหนด ข้อบังคับตามวรรคหนึ่ง เทศบาลอาจมอบหมายให้คณะกรรมการดำเนินการ ดังนี้ (๑) เงื่อนไขการรับสมัครสมาชิก (๒) สิทธิและหน้าที่ของสมาชิก (๓) กำหนดเวลาการสูบน้ำและพื้นที่ที่จะได้รับน้ำ (๔) อัตราค่าน้ำ ค่าบริการ และค่าธรรมเนียมที่จะเรียกเก็บจากสมาชิก (๕) เงื่อนไขเกี่ยวกับการขอใช้น้ำ การยกเลิกการใช้น้ำ (๖) หน้าที่ของคณะกรรมการผู้บริหารกิจการสถานีสูบน้ำ (๗) หน้าที่อื่น ๆ

ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ การประชุมสมาชิกผู้ใช้น้ำ ต้องมีสมาชิกเข้าประชุมเกินกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกผู้ใช้น้ำทั้งหมด จึงจะถือเป็นองค์ประชุม และให้ประธานกรรมการบริหารกิจการสถานีสูบน้ำเป็นประธานในที่ประชุม

ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ผู้ที่ประสงค์จะใช้น้ำจากสถานีสูบน้ำ จำต้องยื่นความประสงค์ขอใช้น้ำเป็นลายลักษณ์อักษรต่อคณะกรรมการ

ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ค่าธรรมเนียมการขอใช้น้ำ ค่าปรับ ค่าเชื่อมต่อการใช้น้ำ ให้เป็นไปตามข้อบังคับ

ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ ผู้ใดที่ทำให้ทรัพย์สินของสถานีสูบน้ำเสียหาย ผู้นั้นต้องชดใช้ค่าเสียหายให้แก่เทศบาล

ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ผู้ใดโดยทุจริตเอาน้ำจากสถานีสูบน้ำไปใช้ หรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขตัวเลขในมาตรวัดน้ำหรือกระทำการใด ๆ ก็ตาม เพื่อเอาน้ำจากสถานีสูบน้ำไปใช้ ให้งดจ่ายน้ำทันที และจะต้องชดใช้ค่าใช้เสียหายให้แก่เทศบาล

ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ กรณีที่มีการยกเลิกการใช้น้ำ หรือโอนให้ผู้อื่น ต้องแจ้งให้คณะกรรมการทราบเป็นลายลักษณ์อักษร และได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการเสียก่อน จึงสิ้นสุดการเป็นผู้ใช้น้ำ มิฉะนั้นจะถือว่ายังเป็นผู้ใช้น้ำอยู่และจะต้องรับผิดชอบจ่ายค่าน้ำตามที่คณะกรรมการหรือผู้ได้รับมอบหมายเรียกเก็บ หมวด ๔ การรับเงิน การเก็บรักษาเงิน และการจ่ายเงิน

ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ ระยะเวลาในการเก็บค่าน้ำ และระยะเวลาในการค้างชำระค่าน้ำ ให้เป็นไปตามข้อบังคับ

ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ สถานีสูบน้ำอาจมีรายได้ ดังนี้ (๑) เงินค่าน้ำ (๒) เงินค่าธรรมเนียม เงินค่าปรับ (๓) เงินบริจาค (๔) เงินอุดหนุนจากเทศบาล

ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ สถานีสูบน้ำอาจมีรายจ่าย ดังนี้ (๑) รายจ่ายในการดำเนินการเกี่ยวกับระบบการจ่ายน้ำ การบำรุงรักษาซ่อมแซม และ การขยายกิจการสถานีสูบน้ำ (๒) รายจ่ายในการบริหารกิจการสถานีสูบน้ำ เช่น ค่าจ้างเจ้าหน้าที่ ค่าวัสดุ อุปกรณ์ (๓) ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ตามที่เทศบาลกำหนด เช่น ค่าเบี้ยประชุมหรือค่าตอบแทน คณะกรรมการบริหารกิจการและบำรุงรักษาสถานีสูบน้ำ

ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ ให้คณะกรรมการหรือผู้ที่คณะกรรมการมอบหมายเป็นผู้เก็บรักษาเงินของกิจการสถานีสูบน้ำและนำรายได้ของกิจการสถานีสูบน้ำฝากธนาคารทั้งจำนวน ภายในวันที่มีรายได้ ถ้าฝากในวันที่มีรายได้ไม่ทัน ให้นำฝากในวันทำการถัดไปและให้คณะกรรมการมอบหมายกรรมการอย่างน้อย ๒ คน เป็นผู้มีอำนาจเบิกจ่ายเงินของกิจการสถานีสูบน้ำ

ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ กรณีที่มีเหตุผลความจำเป็นที่คณะกรรมการจะต้องดำเนินการใด ๆ เพื่อแก้ไขปัญหาการบริหารงานหรือเพื่อประโยชน์ในการให้บริการแก่ประชาชน และกรณีนั้นมิได้กำหนดไว้ในเทศบัญญัตินี้ ให้คณะกรรมการแจ้งขอความเห็นชอบจากนายกเทศมนตรีก่อนที่จะดำเนินการ ประกาศ ณ วันที่ ๑๔ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๑ อุดม แซ่ตัง นายกเทศมนตรีตำบลตาจง ปริยานุช/ผู้จัดทำ ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๕๓ นันท์นภัสร์/ตรวจ ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๕๓ [๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๗/ตอนที่ ๙๖ ง/หน้า ๒๔๓/๒๔ มิถุนายน ๒๕๕๓

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

公布日期部分取自:Open Law Data Thailand × สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีCC BY 4.0

接下來可以查