กฎกระทรวง
ฉบับที่ ๒๖
(พ.ศ. ๒๕๕๑)
ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน
พุทธศักราช ๒๔๘๕[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา
๔ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช ๒๔๘๕
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน
พุทธศักราช ๒๔๘๕ พุทธศักราช ๒๔๘๖ และมาตรา ๙
แห่งพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช ๒๔๘๕
อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล
ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๔๑ และมาตรา ๔๓ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ให้เพิ่มบทนิยามคำว่า นิติบุคคลรับอนุญาต ระหว่างคำว่า บุคคลรับอนุญาต และ ตัวแทนซื้อเงิน ในข้อ ๒
แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๓ (พ.ศ. ๒๔๙๗)
ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช ๒๔๘๕
นิติบุคคลรับอนุญาต หมายความว่า ธนาคารรับอนุญาต
บริษัทรับอนุญาต และนิติบุคคลที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น
ซึ่งได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับปัจจัยชำระเงินต่างประเทศ
ข้อ ๒ ให้ยกเลิกความในข้อ ๑๖ แห่งกฎกระทรวง
ฉบับที่ ๑๓ (พ.ศ. ๒๔๙๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน
พุทธศักราช ๒๔๘๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๒๔ (พ.ศ. ๒๕๕๐)
ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช ๒๔๘๕ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
ข้อ ๑๖
บุคคลใดส่งของออกนอกประเทศต้องจัดให้ได้มาซึ่งเงินตราต่างประเทศเป็นค่าของภายในสามร้อยหกสิบวันนับแต่วันส่งของออกนอกประเทศ
และเมื่อได้รับเงินตราต่างประเทศนั้นแล้วต้องนำเข้ามาในประเทศทันที
และขายหรือฝากเงินตราต่างประเทศนั้นกับนิติบุคคลรับอนุญาตที่ตั้งอยู่ในประเทศภายในระยะเวลาที่รัฐมนตรีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ทั้งนี้
เว้นแต่รัฐมนตรีจะมีคำสั่งยกเว้นเป็นการทั่วไปหรือได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน
ในการฝากเงินตราต่างประเทศที่ได้มาตามวรรคหนึ่งกับนิติบุคคลรับอนุญาต
หรือการถอนเงินตราต่างประเทศดังกล่าว ผู้ส่งออกและนิติบุคคลรับอนุญาตต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์
วิธีการ เงื่อนไข วงเงิน และระยะเวลาในการฝากหรือถอนตามที่เจ้าพนักงานกำหนด
คำสั่งของรัฐมนตรีจะกำหนดเงื่อนไขไว้ด้วยก็ได้
ข้อ ๓ ให้ยกเลิกความในข้อ ๒๐ แห่งกฎกระทรวง
ฉบับที่ ๑๓ (พ.ศ. ๒๔๙๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน
พุทธศักราช ๒๔๘๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๒๔ (พ.ศ. ๒๕๕๐)
ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช ๒๔๘๕ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
ข้อ ๒๐
บุคคลใดได้มาซึ่งเงินตราต่างประเทศนอกจากที่กำหนดไว้ในข้อ ๑๖
ต้องนำเข้ามาในประเทศทันทีและขายเงินตราต่างประเทศนั้นให้แก่นิติบุคคลรับอนุญาตหรือบุคคลรับอนุญาตที่ตั้งอยู่ในประเทศ
หรือฝากเงินตราต่างประเทศนั้นกับนิติบุคคลรับอนุญาตที่ตั้งอยู่ในประเทศภายในระยะเวลาที่รัฐมนตรีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ทั้งนี้
ในกรณีที่เป็นเงินตราต่างประเทศจากการทำธุรกรรม
บุคคลดังกล่าวต้องจัดให้ได้มาซึ่งเงินตราต่างประเทศนั้นภายในสามร้อยหกสิบวันนับแต่วันที่ทำธุรกรรม
ในการปฏิบัติตามวรรคหนึ่ง
เจ้าพนักงานจะมีคำสั่งยกเว้นโดยทั่วไปหรือโดยเฉพาะ
และจะกำหนดเงื่อนไขในการยกเว้นด้วยก็ได้
ในการฝากเงินตราต่างประเทศที่ได้มาตามวรรคหนึ่งไว้กับนิติบุคคลรับอนุญาต
หรือการถอนเงินตราต่างประเทศดังกล่าว
บุคคลผู้ได้มาซึ่งเงินตราต่างประเทศและนิติบุคคลรับอนุญาตต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์
วิธีการ เงื่อนไข วงเงิน และระยะเวลาในการฝากหรือถอนตามที่เจ้าพนักงานกำหนด
ให้ไว้
ณ วันที่ ๒๔ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๑
ฉลองภพ สุสังกร์กาญจน์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่ในปัจจุบันธุรกิจไทยประสบกับภาวะการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นทั้งในตลาดภายในประเทศและในตลาดโลก
จึงมีความจำเป็นต้องสนับสนุนให้ธุรกิจไทยมีความคล่องตัวในการประกอบธุรกิจมากขึ้น
สมควรขยายระยะเวลาในการนำเข้ามาในประเทศซึ่งเงินตราต่างประเทศที่บุคคลใดได้มาเป็นค่าของส่งออกนอกประเทศหรือได้มาจากแหล่งเงินได้อื่นและให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมีอำนาจพิจารณากำหนดระยะเวลาสำหรับการขายหรือฝากเงินตราต่างประเทศดังกล่าวในประเทศไทยตามความเหมาะสมแก่สถานการณ์
อันจะทำให้เกิดความคล่องตัวในการให้สินเชื่อทางการค้าแก่คู่ค้าในต่างประเทศและการบริหารเงินตราต่างประเทศ
ซึ่งจะมีส่วนช่วยลดต้นทุนด้านการเงินและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจไทย จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ปริยานุช/จัดทำ
๖ กุมภาพันธ์
๒๕๕๑
โชติกานต์/ปรับปรุง
๑๖ พฤษภาคม ๒๕๖๑
[๑]
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๕/ตอนที่ ๒๓ ก/หน้า ๒๐/๒๘ มกราคม ๒๕๕๑
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).