ข้อ ๓ ให้ยกเลิกความในข้อ ๒๐ แห่งกฎกระทรวง
ฉบับที่ ๑๓ (พ.ศ. ๒๔๙๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน
พุทธศักราช ๒๔๘๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๒๔ (พ.ศ. ๒๕๕๐)
ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช ๒๔๘๕ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
ข้อ ๒๐
บุคคลใดได้มาซึ่งเงินตราต่างประเทศนอกจากที่กำหนดไว้ในข้อ ๑๖
ต้องนำเข้ามาในประเทศทันทีและขายเงินตราต่างประเทศนั้นให้แก่นิติบุคคลรับอนุญาตหรือบุคคลรับอนุญาตที่ตั้งอยู่ในประเทศ
หรือฝากเงินตราต่างประเทศนั้นกับนิติบุคคลรับอนุญาตที่ตั้งอยู่ในประเทศภายในระยะเวลาที่รัฐมนตรีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ทั้งนี้
ในกรณีที่เป็นเงินตราต่างประเทศจากการทำธุรกรรม
บุคคลดังกล่าวต้องจัดให้ได้มาซึ่งเงินตราต่างประเทศนั้นภายในสามร้อยหกสิบวันนับแต่วันที่ทำธุรกรรม
ในการปฏิบัติตามวรรคหนึ่ง
เจ้าพนักงานจะมีคำสั่งยกเว้นโดยทั่วไปหรือโดยเฉพาะ
และจะกำหนดเงื่อนไขในการยกเว้นด้วยก็ได้
ในการฝากเงินตราต่างประเทศที่ได้มาตามวรรคหนึ่งไว้กับนิติบุคคลรับอนุญาต
หรือการถอนเงินตราต่างประเทศดังกล่าว
บุคคลผู้ได้มาซึ่งเงินตราต่างประเทศและนิติบุคคลรับอนุญาตต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์
วิธีการ เงื่อนไข วงเงิน และระยะเวลาในการฝากหรือถอนตามที่เจ้าพนักงานกำหนด
ให้ไว้
ณ วันที่ ๒๔ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๑
ฉลองภพ สุสังกร์กาญจน์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่ในปัจจุบันธุรกิจไทยประสบกับภาวะการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นทั้งในตลาดภายในประเทศและในตลาดโลก
จึงมีความจำเป็นต้องสนับสนุนให้ธุรกิจไทยมีความคล่องตัวในการประกอบธุรกิจมากขึ้น
สมควรขยายระยะเวลาในการนำเข้ามาในประเทศซึ่งเงินตราต่างประเทศที่บุคคลใดได้มาเป็นค่าของส่งออกนอกประเทศหรือได้มาจากแหล่งเงินได้อื่นและให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมีอำนาจพิจารณากำหนดระยะเวลาสำหรับการขายหรือฝากเงินตราต่างประเทศดังกล่าวในประเทศไทยตามความเหมาะสมแก่สถานการณ์
อันจะทำให้เกิดความคล่องตัวในการให้สินเชื่อทางการค้าแก่คู่ค้าในต่างประเทศและการบริหารเงินตราต่างประเทศ
ซึ่งจะมีส่วนช่วยลดต้นทุนด้านการเงินและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจไทย จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ปริยานุช/จัดทำ
๖ กุมภาพันธ์
๒๕๕๑
โชติกานต์/ปรับปรุง
๑๖ พฤษภาคม ๒๕๖๑
[๑]
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๕/ตอนที่ ๒๓ ก/หน้า ๒๐/๒๘ มกราคม ๒๕๕๑