พระราชกฤษฎีกา
พระราชกฤษฎีกา
แบ่งส่วนราชการและกำหนดหน้าที่ของส่วนราชการกองบัญชาการ
ทหารสูงสุด กระทรวงกลาโหม (ฉบับที่ ๒)
พ.ศ.
๒๕๒๓
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๑
มกราคา พ.ศ. ๒๕๒๓
เป็นปีที่ ๓๕ ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
มีพระบรมราชโองการ
โปรดเกล้า ฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการแบ่งส่วนราชการ
และกำหนดหน้าที่ของส่วนราชการกองบัญชาการทหารสูงสุด
กระทรวงกลาโหม
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา
๑๕๙ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
และมาตรา ๑๘
แห่งพระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ. ๒๕๐๓ จึง
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้
ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑
พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า "พระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการและ
กำหนดหน้าที่ของส่วนราชการกองบัญชาการทหารสูงสุด
กระทรวงกลาโหม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.
๒๕๒๓"
มาตรา ๒
พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศใน
ราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓
ให้ยกเลิกความใน (๔) ของมาตรา ๕ แห่งพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วน
ราชการและกำหนดหน้าที่ของส่วนราชการกองบัญชาการทหารสูงสุด
กระทรวงกลาโหม พ.ศ.
๒๕๐๖ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
"(๔) กรมข่าวทหาร
มีหน้าที่พิจารณาเสนอความเห็นเกี่ยวกับนโยบายการข่าว
กรองและการต่อต้านการข่าวกรอง
วางแผนการข่าวกรองทางทหารเพื่อรักษาความมั่นคงแห่งชาติ
ตลอดจนอำนวยการและดำเนินการให้เป็นไปตามแผน
ประสานงานและกำกับดูแลกิจการข่าวกรอง
ทางทหารรวมทั้งติดต่องานข่าวกรองกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง
พิจารณากำหนดผู้แทนฝ่ายทหาร
เข้าร่วมในกิจกรรมข่าวกรองของชาติและระหว่างชาติ
ผลิตและกระจายข่าวกรองทางทหาร อำนวย
การรักษาความปลอดภัยในกองบัญชาการทหารสูงสุดรวมทั้งการพิจารณาและประสานการใช้
ประมวลและรหัส ควบคุมนโยบายการทูตฝ่ายทหาร ดำเนินงานทางพิธีการทูต
และกิจกรรมการทูต
ฝ่ายต่างประเทศ อำนวยการฝึกศึกษาด้านการข่าว
ประสานความต้องการและพิจารณากำหนดการ
แจกจ่ายแผนที่
อำนวยการวิจัยพัฒนาและเผยแพร่วิทยาการข่าวกรอง ดำเนินการในด้านภาษา
ต่างประเทศเพื่อสนับสนุนกิจกรรมข่าวกรองของกองบัญชาการทหารสูงสุดและประสานการ
อุตุนิยมวิทยา"
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
ส. โหตระกิตย์
รองนายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ :-
เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เนื่องจากกรมข่าวทหาร กอง
บัญชาการทหารสูงสุด กระทรวงกลาโหม จะขยายหน้าที่มากยิ่งขึ้น
เพื่อให้ทันกับเหตุการณ์ใน
ปัจจุบัน จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้ขึ้น
[รก.๒๕๒๓/๑๔/๑๑พ/๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๓]
พุทธชาด/แก้ไข
๒๕ ตุลาคม ๒๕๔๕
B+A
(C )
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).