ระเบียบกรุงเทพมหานคร
ระเบียบกรุงเทพมหานคร
ว่าด้วยกรรมการชุมชน
พ.ศ.
2534
โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงระเบียบกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยกรรมการชุมชน พ.ศ.
2528 อาศัย
อำนาจตามความในมาตรา 49 และมาตรา 89
แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหาร ราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ.
2528 ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร จึงกำหนดระเบียบขึ้นไว้ ดัง
ต่อไปนี้
ข้อ 1 ระเบียบนี้เรียกว่า `ระเบียบกรุงเทพมหานครว่าด้วยกรรมการชุมชน พ.ศ.
2534'
ข้อ 2 ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ 3 ให้ยกเลิกระเบียบกรุงเทพมหานครว่าด้วยกรรมการชุมชน พ.ศ. 2528
บรรดาข้อบังคับ ระเบียบ
หรือคำสั่งอื่นใดในส่วนที่กำหนดไว้แล้วในระเบียบนี้ซึ่ง
ขัดหรือ แย้งกับระเบียบนี้ ให้ใช้ระเบียบนี้แทน
ข้อ 4 ให้ปลัดกรุงเทพมหานครรักษาการตามระเบียบนี้
และให้มีอำนาจออกข้อบังคับ ระเบียบ
คำสั่ง เพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามระเบียบนี้
ข้อความทั่วไป
ข้อ 5 ในระเบียบนี้
(1) ชุมชน
หมายความว่า ชุมชนแออัด ชุมชนชานเมือง เคหะชุมชน หมู่บ้านจัดสรร และชุมชน
เมืองที่กรุงเทพมหานคร
กำหนดขึ้นทั้งนี้โดยทำเป็นประกาศของกรุงเทพมหานคร
(2)
สมาชิกชุมชน หมายความว่า ผู้มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในชุมชนนั้น
(3)
ผู้อำนวยการเขต หมายความว่า ผู้อำนวยการเขตท้องที่
(4)
เจ้าหน้าที่ หมายความว่า ผู้ซึ่งได้รับการแต่งตั้งหรือมอบหมายจากผู้อำนวย
การ เขตให้ปฏิบัติงานตามระเบียบนี้
(5)
ทรัพย์สินในความครอบครองของคณะกรรมการชุมชน หมายความว่าทรัพย์สินที่ คณะ
กรรมการชุมชนครอบครองและใช้ประโยชน์อยู่
ข้อ 6 แบบพิมพ์และทะเบียนต่าง ๆ ให้เป็นไปตามแบบที่ปลัดกรุงเทพมหานครกำหนด
กรรมการชุมชน
ข้อ 7 กรรมการชุมชนเป็นตัวแทนสมาชิกชุมชน
ข้อ 8 ในชุมชนหนึ่งให้มีกรรมการชุมชนซึ่งมาจากการเลือกตั้งจำนวนอย่างน้อยชุมชนละ
7 คน ถ้าชุมชนใดมีจำนวนราษฎรเกิน 140 ครอบครัว
ให้มีการเลือกกรรมการชุมนุมนั้นเพิ่มอีก 1
คนต่อจำนวนราษฎรทุก 20 ครอบครัว เศษของ 20 ถ้าเกิน 10
ให้นับเป็น 20 แต่ทั้งนี้ เมื่อรวม
กรรมการชุมชนทั้งหมดแล้วจะต้องไม่เกินจำนวน 25 คน
ข้อ 9 คณะกรรมการชุมชนประกอบด้วยตำแหน่งต่างๆ ดังต่อไปนี้
(1)
ประธานกรรมการ
(2)
รองประธานกรรมการ
(3)
เลขานุการ
(4) เหรัญญิก
(5)
นายทะเบียน
(6)
ประชาสัมพันธ์
(7)
ตำแหน่งอื่นใด ตามที่คณะกรรมการชุมชนเห็นสมควรแต่งตั้ง
ข้อ 10
ผู้มีสิทธิสมัครเข้ารับการเลือกตั้งเป็นกรรมการชุมชนจะต้องมีคุณสมบัติดัง
ต่อไปนี้
(1)
มีสัญชาติไทย
(2) อายุ 20
ปีบริบูรณ์ นับถึงวันสมัครรับเลือกตั้ง
(3)
มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในชุมชนติดต่อกันถึงวันสมัครรับเลือกตั้งไม่
น้อยกว่า 180 วัน
(4)
มีความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์
(5)
เป็นบุคคลที่ประกอบอาชีพสุจริต ไม่ประพฤติตนเป็นภัยต่อสังคม
ข้อ 11 บุคคลผู้มีลักษณะดังต่อไปนี้ เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือก
ตั้งคือ
(1)
ติดยาเสพติดให้โทษ
(2)
วิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ
(3)
หูหนวกและเป็นใบ้ซึ่งไม่สามารถอ่านและเขียนหนังสือได้
(4) ภิกษุ
สามเณร นักพรต หรือนักบวช
(5)
ต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายให้จำคุก และถูกคุมขับอยู่โดย
หมายของศาล หรือโดยคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายนั้น
(6)
เคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายให้จำคุกตั้งแต่สองปีขึ้น
ไป และ ได้พ้นโทษมายังไม่ถึงห้าปีในวันสมัครรับเลือกตั้ง
เว้นแต่ความผิดอันได้กระทำ
โดยประมาท
(7)
เป็นสมาชิกสภาซึ่งมีหน้าที่ทางนิติบัญญัติ สมาชิกสภาท้องถิ่น สมาชิกสภาเขต
คณะ ผู้บริหารท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น
หรือข้าราชการการเมืองตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบ
ข้าราชการการเมือง
ข้อ 12 บุคคลดังต่อไปนี้ เป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
(1) มีสัญชาติไทย
(2)
มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในชุมชนไม่น้อยกว่า 90 วัน ติดต่อกันถึงวันเลือก
ตั้ง
(3) อายุ 20
ปีบริบูรณ์ในวันที่ 1 มกราคมของปีที่มีการเลือกตั้ง
ข้อ 13 บุคคลผู้มีลักษณะดังต่อไปนี้ในวันเลือกตั้งเป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้
สิทธิเลือกตั้ง คือ
(1)
เป็นบุคคลต้องห้ามตามข้อ 11 (2) (3) หรือ (4)
(2)
ต้องคุมขังอยู่โดยหมายของศาลหรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย
ข้อ 14 กรรมการชุมชนดำรงตำแหน่งตามวาระคราวละ 2 ปี นับแต่วันเลือกตั้ง
ข้อ 15 กรรมการชุมชนพ้นจากตำแหน่งเมื่อ
(1)
ครบกำหนดตามวาระ
(2) ตาย
(3) ลาออก
(4)
ย้ายออกจากชุมชน
(5)
ปรากฏภายหลังว่าขาดคุณสมบัติตามข้อ 10 หรือ มีลักษณะต้องห้ามตามข้อ 11
(6)
กรรมการว่างลงเกินกว่ากึ่งหนึ่ง กรรมการส่วนที่เหลือให้ถือว่าพ้นจาก
ตำแหน่ง
(7)
หัวหน้าครอบครัวในชุมชนจำนวน 1 ใน 3 เข้าชื่อเสนอต่อประธานกรรมการ ชุมชน ให้
กรรมการชุมชนคนใดคนหนึ่งพ้นจากตำแหน่ง
และกรรมการชุมชนเกินกว่ากึ่งหนึ่ง ของกรรมการ
ชุมชนทั้งชุดให้ความเห็นชอบ
(8)
หัวหน้าครอบครัวในชุมชน จำนวน 3 ใน 4 เข้าชื่อ เสนอต่อผู้อำนวยการเขต ให้
กรรมการชุมชนทั้งชุดพ้นจากตำแหน่งและผู้อำนวยการเขตให้ความเห็นชอบ
(9)
ต้องโทษจำคุกฐานกระทำความผิดในคดีอาญายกเว้นการกระทำความผิดลหุโทษ หรือ
กระทำความผิดโดยประมาท
การเลือกตั้งกรรมการชุมชน
ข้อ 16 ให้ผู้อำนวยการเขต แต่งตั้งเจ้าหน้าที่ดำเนินการเลือกตั้งอย่างน้อย
7 คน
ข้อ 17
ผู้สมัครเข้ารับการเลือกตั้งเป็นกรรมการชุมชนต้องยื่นใบสมัครด้วยตนเอง พร้อม
หลักฐานสำเนาทะเบียนบ้าน บัตรประจำตัวประชาชนและรูปถ่ายหน้าตรง ตามวัน และสถานที่ที่
กำหนด
กำหนดวันรับสมัคร วันเลือกตั้ง
สถานที่รับสมัครเลือกตั้งและสถานที่เลือกให้ทำเป็น
ประกาศของผู้อำนวยการเขต
ข้อ 18
ในชุมชนใดถ้ามีผู้สมัครไม่เกินจำนวนกรรมการชุมชนที่กำหนดไว้ให้ถือว่าผู้
สมัครได้รับ เลือกตั้งโดยไม่มีการเลือกตั้ง
ข้อ 19 วิธีการเลือกตั้งกรรมการชุมชนให้เป็นไปตามที่ปลัดกรุงเทพมหานครกำหนด
ข้อ 20 ให้ผู้อำนวยการเขตจัดทำประกาศบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง
และให้มี
อำนาจใน การเพิ่มชื่อและถอนชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้
การประกาศบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง
ให้ติดประกาศไว้ในชุมชนให้ทราบก่อน
วันเลือกตั้ง อย่างน้อย 7 วัน
ถ้าผู้มีสิทธิเลือกตั้งเห็นว่าตนไม่มีชื่ออยู่ในบัญชี
รายชื่อผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง หรือมีผู้ซึ่งไม่
มีสิทธิ์เลือกตั้งมีชื่ออยู่ในบัญชี
รายชื่อผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง ให้มีสิทธิยื่นคำร้องขอเพิ่มเติมชื่อหรือขอถอนชื่อ
ต่อ
ผู้อำนวยการเขต ก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 3 วัน
ข้อ 21 ให้ผู้อำนวยการเขตจัดทำประกาศแต่งตั้งและถอดถอนกรรมการชุมชน
และเสนอให้ ผู้
ว่าราชการกรุงเทพมหานครลงนามในบัตรประจำตัวกรรมการชุมชน
ข้อ 22 เมื่อกรรมการชุมชนว่างลงเพราะเหตุอื่น นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามข้อ
15 (1)
(6) หรือ (8)
ให้ผู้อำนวยการเขตจัดให้มีการเลือกตั้งกรรมการชุมชนภายในกำหนดเวลา 45
วัน นับแต่วันที่กรรมการชุมชนนั้นพ้นจากตำแหน่ง
เว้นแต่วาระของกรรมการชุมชนจะเหลือไม่
ถึง 180 วัน
กรรมการชุมชนซึ่งได้รับการเลือกตั้งใหม่
ให้อยู่ในตำแหน่งได้เพียงเท่ากำหนดเวลา
ของผู้ซึ่ง ตนแทน
ข้อ 23 เมื่อกรรมการชุมชนพ้นจากตำแหน่งตามข้อ 15 (1)
ให้ผู้อำนวยการเขตจัดให้มี
การเลือกตั้งกรรมการชุมชนชุดใหม่ ภายในกำหนดเวลา 30 วัน
นับแต่วันที่กรรมการชุมชนพ้น จาก
ตำแหน่ง
ในกรณีที่กรรมการชุมชนพ้นจากตำแหน่งตามข้อ 15 (6) หรือ (8)
ให้ผู้อำนวยการเขตจัด
ให้มีการเลือกตั้งกรรมการชุมชนชุดใหม่ภายในกำหนดเวลา 45 วัน
นับแต่วันที่กรรมการชุมชน
พ้น
จากตำแหน่งและให้กรรมการชุมชนชุดใหม่มีวาระการดำรงตำแหน่ง 2 ปี ตามข้อ 14
ในกรณีที่ผู้อำนวยการเขตเห็นว่ามีเหตุสุดวิสัยไม่สามารถดำเนินการตามวรรคหนึ่ง
และวรรค สองได้
ให้คณะกรรมการชุดเดิมปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าการเลือกตั้งกรรมการชุด
ใหม่แล้วเสร็จ
ข้อ 24 เมื่อคณะกรรมการชุมชนพ้นจากตำแหน่งตามข้อ 15 (1) (6) หรือ (8) คณะ
กรรมการ
ชุมชนจะต้องส่งมอบงานและทรัพย์สินในความครอบครองของคณะกรรมการชุมชนให้แก่
ผู้อำนวยการ
เขตภายใน 15 วัน
นับแต่วันที่คณะกรรมการชุมชนชุดใหม่ได้รับเลือกตั้ง เพื่อให้ ผู้อำนวย
การเขตมอบให้คณะกรรมการชุมชนชุดใหม่ต่อไป
การดำเนินงานของกรรมการชุมชน
ข้อ 25 คณะกรรมการชุมชนมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้
(1)
ส่งเสริมการปกครองระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข
(2)
ประสานงานและดำเนินงานร่วมกับหน่วยราชการองค์การ และหน่วยงาน เอกชนต่าง ๆ
ที่เกี่ยวข้องในอันที่จะก่อให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนในชุมชน
(3)
พัฒนาชุมชนทั้งด้านกายภาพ เศรษฐกิจและสังคมโดยการมีส่วนร่วมของ ประชาชน
และระดมทรัพยากรในชุมชนมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
(4)
เสริมสร้างความสามัคคีและการมีวินัยของผู้อยู่อาศัยในชุมชน
(5)
ส่งเสริมวัฒนธรรม ศีลธรรม และประเพณีอันดีงาม
(6)
ดูแลรักษาทรัพย์สินของชุมชนและสาธารณสมบัติ
(7)
เผยแพร่ผลงาน ติดตาม และรายงานการปฏิบัติงานของหน่วยงาน และ องค์กรต่าง ๆ
ที่เข้าไปปฏิบัติงานในชุมชนต่อผู้อำนวยการเขต
(8)
แต่งตั้งผู้มีความรู้ความสามารถเหมาะสม เป็นที่ปรึกษา หรือคณะทำงานใน ฝ่าย
ต่าง ๆ
ข้อ 26 ผู้ได้รับแต่งตั้งตามข้อ 25 (8) ให้พ้นจากตำแหน่ง เมื่อ
(1) ตาย
(2) ลาออก
(3)
กรรมการชุมชนไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 เห็นชอบให้พ้นจากตำแหน่ง
(4)
คณะกรรมการชุมชนซึ่งเป็นผู้แต่งตั้งพ้นจากตำแหน่ง
ข้อ 27 ให้นักพัฒนาชุมชนของกรุงเทพมหานคร
และหรือเจ้าหน้าที่ที่ผู้อำนวยการเขตมอบ
หมายเป็นที่ปรึกษาของคณะกรรมการชุมชน
ข้อ 28 ให้ผู้อำนวยการเขตจัดให้มีการประชุมกรรมการชุมชนครั้งแรกภายใน 30
วัน นับ แต่
วันเลือกตั้ง เพื่อพิจารณาเลือกกรรมการชุมชนตำแหน่งต่าง ๆ
โดยให้ผู้อำนวยการเขตทำหน้า
ที่ ประธานในที่ประชุม
หน้าที่ความรับผิดชอบของกรรมการชุมชนตำแหน่งต่าง ๆ
ข้อ 29 ประธานกรรมการชุมชน มีหน้าที่ความรับผิดชอบ ดังนี้
(1)
เรียกประชุมคณะกรรมการชุมชน และเป็นประธานในที่ประชุม
(2)
ควบคุมดูแลการติดตามผลการดำเนินงานของกรรมการและเจ้าหน้าที่
(3)
เป็นตัวแทนของคณะกรรมการชุมชนในการติดต่อประสานกับหน่วยราชการ องค์ และ
หน่วยงานเอกชนต่าง ๆ
(4)
หน้าที่อื่น ๆ ตามที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้ หรือที่คณะกรรมการชุมชนมอบหมาย
ข้อ 30 รองประธานกรรมการชุมชน มีหน้าที่ความรับผิดชอบดังนี้
(1)
ทำหน้าที่แทนประธานกรรมการชุมชนในกรณีที่ประธานกรรมการชุมชนไม่อยู่ หรือ
อยู่แต่ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้
(2)
ปฏิบัติหน้าที่ตามที่ประธานกรรมการชุมชนมอบหมาย
ข้อ 31 เลขานุการ มีหน้าที่ความรับผิดชอบ ดังนี้
(1)
เตรียมการนัดประชุมและจัดระเบียบวาระการประชุม
(2)
จดรายงานการประชุม
(3) จัดเก็บและดูแลรักษาเอกสารของคณะกรรมการชุมชน
(4)
ปฏิบัติหน้าที่ตามที่ประธานกรรมการชุมชนมอบหมาย
ข้อ 32 เหรัญญิก มีหน้าที่ความรับผิดชอบดังนี้
(1)
จัดทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย
(2)
รับผิดชอบเก็บรักษาเงินสดไม่เกิน 1,000 บาท หากเกินกว่าจำนวนนี้ให้นำ ฝาก
ธนาคารภายใน 7 วัน ในนามของชุมชน
(3)
ฝากและถอนเงิน สำหรับกรณีการถอนเงินให้ลงนามร่วมกับผู้ที่ได้มอบหมาย
จากคณะกรรมการชุมชนอีก 2 คน
(4)
จ่ายเงินตามที่คณะกรรมการชุมชนมีมติอนุมัติเว้นแต่กรณีฉุกเฉินให้ประธาน
กรรมการชุมชนมีอำนาจสั่งจ่ายได้ไม่เกิน 1,000 บาท
แล้วให้รายงานต่อที่ประชุมในการ
ประชุมครั้งต่อไป
(5)
จัดทำทะเบียนทรัพย์สินที่อยู่ในความครอบครองของคณะกรรมการชุมชน
(6)
ปฏิบัติหน้าที่ตามที่ประธานกรรมการชุมชนมอบหมาย
ข้อ 33 นายทะเบียน มีหน้าที่ความรับผิดชอบ ดังนี้
(1)
จัดทำแผนที่ชุมชน
(2)
สำรวจและจัดทำทะเบียนข้อมูลประชากรในชุมชนให้เป็นปัจจุบันอยู่เสมอ
(3)
ปฏิบัติหน้าที่ตามที่ประธานกรรมการชุมชนมอบหมาย
ข้อ 34 ประชาสัมพันธ์ มีหน้าที่ความรับผิดชอบ ดังนี้
(1) จัดทำและเผยแพร่ข่าวสารต่าง
ๆ
(2)
ประชาสัมพันธ์ให้สมาชิกชุมชนมีส่วนร่วมในการพัฒนา
(3)
รับเรื่องราวร้องทุกข์และรวบรวมปัญหาต่าง ๆ ของชุมชนเสนอต่อคณะกรรม การ
ชุมชน
(4)
ปฏิบัติหน้าที่ตามที่ประธานกรรมการชุมชนมอบหมาย
การประชุม
ข้อ 35 ให้มีการประชุมคณะกรรมการชุมชนเดือนละครั้ง
ในกรณีที่กรรมชุมชนไม่น้อยกว่า 1 ใน 3
หรือที่ปรึกษาของคณะกรรมการชุมชนตามข้อ 27
เห็นสมควรให้มีการประชุมคณะกรรมชุมชนเป็นกรณีพิเศษ
ให้ประธานกรรมการเรียกประชุมภายใน 7
วัน
ข้อ 36 การนัดประชุมต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 3 วัน
พร้อมทั้งวาระการ
ประชุมเว้นแต่ได้นัดในที่ประชุมแล้ว
ข้อ 37 การจัดระเบียบวาระการประชุม ให้จัดลำดับดังต่อไปนี้
(1)
เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม
(2) เรื่องรับรองรายงานการประชุม
(3)
เรื่องเพื่อทราบ
(4)
เรื่องสืบเนื่องจากการประชุมครั้งที่แล้ว
(5)
เรื่องที่เสนอเพื่อพิจารณา
(6)
เรื่องอื่น ๆ (ถ้ามี)
ข้อ 38 การประชุมคณะกรรมการชุมชน ต้องมีกรรมการชุมชนมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง
ของกรรมการชุมชนที่ดำรงตำแหน่งอยู่ จึงจะเป็นองค์ประชุม
ข้อ 39 เมื่อพ้นกำหนดเวลาการประชุมไปแล้ว 30 นาที
กรรมการชุมชนยังไม่ครบองค์ ประชุม
ให้ประธานมีอำนาจขยายเวลาต่อไป หรือจะเลื่อนการประชุม
หรือจะประชุมปรึกษาหารือกัน โดย
ไม่มีการลงมติก็ได้
ในกรณีที่ไม่ครบองค์ประชุมให้เรียกประชุมครั้งใหม่ ภายใน 7 วัน
ข้อ 40
ในการประชุมให้ที่ประชุมพิจารณาเฉพาะเรื่องที่อยู่ในระเบียบวาระการประชุม
และ ต้องดำเนินการพิจารณาตามระเบียบวาระการประชุมที่จัดไว้
ข้อ 41 มติที่ประชุมให้ถือคะแนนเสียงข้างมาก
หากคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานเป็นผู้
ชี้ ขาด และให้ถือมตินั้นเป็นที่สุด
ข้อ 42 ที่ปรึกษาคณะกรรมการชุมชน
และคณะทำงานมีสิทธิเข้าร่วมประชุมและมีสิทธิขอ
อภิปรายแสดงข้อคิดเห็นใด ๆ ก็ได้
แต่ไม่มีสิทธิออกเสียงลงมติ
ข้อ 43 ให้ประธานกรรมการชุมชนส่งรายงานการประชุมให้ผู้อำนวยการเขตทราบภายใน
15 วัน
นับตั้งแต่วันประชุม
บทเฉพาะกาล
ข้อ 44 กรรมการชุมชนซึ่งได้รับเลือกตั้งก่อนใช้ระเบียบนี้
ให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อไป
ตาม ระเบียบนี้จนกว่าจะครบวาระ
ประกาศ ณ วันที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2534
พลตรี จำลอง ศรีเมือง
ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).