法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

statute

พระราชบัญญัติบัตรประจำตัวข้าราชการ พนักงานเทศบาล พนักงานสุขาภิบาล และพนักงานองค์การของรัฐ พ.ศ.2498 (ฉบับ Update ล่าสุด)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
17
มาตรา อารัมภบท

พระราชบัญญัติ

พระราชบัญญัติ

บัตรประจำตัวข้าราชการ พนักงานเทศบาล

พนักงานสุขาภิบาล และพนักงานองค์การของรัฐ

พ.ศ. ๒๔๙๘

ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.

ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๒ มกราคม พ.ศ. ๒๔๙๘

เป็นปีที่ ๑๐ ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการ

โปรดเกล้า ฯ ให้ประกาศว่า

โดยที่เป็นการสมควรให้มีกฎหมายว่าด้วยบัตรประจำตัวข้าราชการ พนักงาน

เทศบาล พนักงานสุขาภิบาล และพนักงานองค์การของรัฐ

จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้ โดยคำแนะนำและ

ยินยอมของสภาผู้แทนราษฎร ดังต่อไปนี้

มาตรา ๑

มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติบัตรประจำตัว

ข้าราชการพนักงานเทศบาล พนักงานสุขาภิบาล และพนักงานองค์การของรัฐ พ.ศ. ๒๔๙๘”

มาตรา ๒

มาตรา ๒* พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศใน

ราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

*[รก.๒๔๙๘/๑๑/๒๓๐/๘ กุมภาพันธ์ ๒๔๙๘]

มาตรา ๓

มาตรา ๓ ให้ยกเลิก

(๑) พระราชบัญญัติบัตรประจำตัวเจ้าพนักงาน พุทธศักราช ๒๔๗๘

(๒) พระราชบัญญัติบัตรประจำตัวเจ้าพนักงาน (ฉบับที่ ๒) พุทธศักราช ๒๔๘๕

(๓) พระราชบัญญัติบัตรประจำตัวเจ้าพนักงาน (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๔๙๖ และ

(๔) บรรดาบทกฎหมาย กฎ และข้อบังคับอื่น ๆ ในส่วนที่มีบัญญัติไว้แล้วใน

พระราชบัญญัตินี้ หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับบทแห่งพระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๔

มาตรา ๔* ในพระราชบัญญัตินี้

ข้าราชการ หมายความว่า

(๑) ข้าราชการการเมืองตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการการเมือง

(๒) ข้าราชการกรุงเทพมหานครตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการกรุงเทพมหานคร

(๓) ข้าราชการครูตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการครู

(๔) ข้าราชการตำรวจตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการตำรวจ

(๕) ข้าราชการทหารตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการทหาร

(๖) ข้าราชการฝ่ายตุลาการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ

(๗) ข้าราชการฝ่ายรัฐสภาตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายรัฐสภา

(๘) ข้าราชการฝ่ายอัยการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ

(๙) ข้าราชการพลเรือนตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน

(๑๐) ข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัยตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัย

(๑๑) ข้าราชการส่วนจังหวัดตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการ

ส่วนจังหวัด

“ข้าราชการบำเหน็จบำนาญ” หมายความว่า ข้าราชการซึ่งออกจากราชการ

โดยมีสิทธิได้รับบำเหน็จบำนาญตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ

*[มาตรา ๔ แก้ไขโดยพระราชบัญญัติบัตรประจำตัวข้าราชการ พนักงาน

เทศบาล พนักงานสุขาภิบาล และพนักงานองค์การของรัฐ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ.๒๕๓๐]

มาตรา ๕

มาตรา ๕ ให้ข้าราชการ พนักงานเทศบาล พนักงานสุขาภิบาล และพนักงาน

องค์การของรัฐ มีบัตรประจำตัว

มาตรา ๖

มาตรา ๖* ให้บุคคลต่อไปนี้ เป็นผู้ออกบัตรประจำตัวข้าราชการ

(๑) นายกรัฐมนตรี สำหรับตำแหน่งข้าราชการการเมืองตามกฎหมายว่าด้วย

ระเบียบข้าราชการการเมือง นอกจากตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ผู้ช่วยเลขา

นุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวง เลขานุการรัฐมนตรีว่าการทบวง ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรี

ว่าการทบวง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เลขานุการผู้ว่า

ราชการกรุงเทพมหานคร ผู้ช่วยเลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เลขานุการประธานสภา

กรุงเทพมหานคร เลขานุการรองประธานสภากรุงเทพมหานคร ประธานที่ปรึกษาและ

ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

(๒) รัฐมนตรีเจ้าสังกัด สำหรับตำแหน่งปลัดกระทรวง ปลัดทบวง อธิบดี

หรือตำแหน่งที่เทียบเท่า เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการ

กระทรวง เลขานุการรัฐมนตรีว่าการทบวง และผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการทบวง

(๓) ปลัดกระทรวงหรือปลัดทบวง สำหรับตำแหน่งที่ต่ำกว่าปลัดกระทรวง

หรือปลัดทบวง ในสำนักงานปลัดกระทรวงหรือปลัดทบวง แล้วแต่กรณี

(๔) อธิบดีหรือตำแหน่งที่เทียบเท่า สำหรับตำแหน่งที่ต่ำกว่าอธิบดี หรือ

ตำแหน่งที่เทียบเท่า ในกรมหรือส่วนราชการที่มีฐานะเป็นกรม แล้วแต่กรณี

(๕) ผู้ว่าราชการจังหวัด สำหรับตำแหน่งที่ต่ำกว่าผู้ว่าราชการจังหวัดใน

จังหวัดนั้น

(๖)* ประธานรัฐสภา สำหรับตำแหน่งเลขาธิการรัฐสภา หัวหน้าส่วนราชการ

ที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบกรมหรือตำแหน่งที่เทียบเท่าในสังกัดรัฐสภา และข้าราชการ

รัฐสภาฝ่ายการเมือง

เลขาธิการรัฐสภา สำหรับตำแหน่งข้าราชการรัฐสภาสามัญในสำนักงานเลขาธิการรัฐสภา

หัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบกรมในสังกัดรัฐสภาสำหรับตำแหน่งข้าราชการรัฐสภาสามัญในส่วนราชการนั้น

(๗) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมหรือผู้ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมมอบหมาย สำหรับตำแหน่งข้าราชการทหารตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการทหาร

(๘) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมหรือผู้ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวง

ยุติธรรมมอบหมาย สำหรับตำแหน่งข้าราชการฝ่ายตุลาการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบ

ข้าราชการฝ่ายตุลาการ

(๙) ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครหรือผู้ซึ่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครมอบหมาย สำหรับตำแหน่งข้าราชการกรุงเทพมหานครตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการ

กรุงเทพมหานคร

*[มาตรา ๖ แก้ไขโดยพระราชบัญญัติบัตรประจำตัวข้าราชการ พนักงาน

เทศบาล พนักงานสุขาภิบาล และพนักงานองค์การของรัฐ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ.๒๕๓๐ และ

ความใน (๖) แก้ไขโดยพระราชบัญญัติบัตรประจำตัวข้าราชการ พนักงาน

เทศบาล พนักงานสุขาภิบาล และพนักงานองค์การของรัฐ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ.๒๕๓๕]

มาตรา ๗

มาตรา ๗ ให้นายกเทศมนตรีเป็นผู้ออกบัตรประจำตัวพนักงานเทศบาล

สำหรับพนักงานเทศบาลในเทศบาลนั้น

มาตรา ๘

มาตรา ๘ ให้ประธานกรรมการสุขาภิบาลเป็นผู้ออกบัตรประจำตัวสำหรับ

พนักงานสุขาภิบาลในสุขาภิบาลนั้น

มาตรา ๙

มาตรา ๙ ให้ปลัดกระทรวงหรือปลัดทบวง เป็นผู้ออกบัตรประจำตัวสำหรับ

พนักงานองค์การของรัฐในองค์การซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงหรือทบวงของตนเป็นผู้รักษา

การตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์การนั้น

มาตรา ๑๐

มาตรา ๑๐ การขอและการออกบัตรประจำตัวข้าราชการ พนักงานเทศบาล

พนักงานสุขาภิบาล หรือพนักงานองค์การของรัฐ ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

มาตรา ๑๑

มาตรา ๑๑ บัตรประจำตัวข้าราชการ พนักงานเทศบาล พนักงานสุขาภิบาล

และพนักงานองค์การของรัฐ ให้ใช้ได้ห้าปีนับแต่วันออกบัตร

ในกรณีผู้ถือบัตรประจำตัวข้าราชการ พนักงานเทศบาล พนักงานสุขาภิบาล

หรือพนักงานองค์การของรัฐได้เลื่อนยศ เลื่อนชั้น หรือย้ายสังกัดให้ผู้นั้นขอบัตรประจำตัวใหม่

ตามยศ ชั้น หรือสังกัดใหม่นั้นภายในสามสิบวันนับแต่วันเลื่อนยศ เลื่อนชั้น หรือย้ายสังกัด

มาตรา ๑๒

มาตรา ๑๒ ถ้าข้าราชการ พนักงานเทศบาล พนักงานสุขาภิบาล หรือพนักงาน

องค์การของรัฐ ที่ได้รับบัตรประจำตัวตามพระราชบัญญัตินี้ออกจากราชการ หรือตำแหน่ง ให้

เป็นอันหมดสิทธิที่จะใช้บัตรประจำตัวนั้นต่อไปและให้ผู้นั้นส่งมอบบัตรประจำตัวคืนให้แก่

ผู้ออกบัตรโดยยื่นต่อผู้บังคับบัญชาเหนือตนขึ้นไปภายในสามสิบวันนับจากวันออกจากราชการ

หรือตำแหน่งนั้น

มาตรา ๑๒

มาตรา ๑๒ ทวิ* ข้าราชการบำเหน็จบำนาญมีสิทธิที่จะขอมีบัตรประจำตัว

ข้าราชการบำเหน็จบำนาญได้ และให้ส่วนราชการเจ้าสังกัดออกบัตรประจำตัวดังกล่าวให้

บัตรประจำตัวข้าราชการบำเหน็จบำนาญให้ใช้ได้ห้าปีนับแต่วันออกบัตร

เว้นแต่บัตรที่ใช้ได้ในวันที่ผู้ถือบัตรมีอายุครบเจ็ดสิบปีบริบูรณ์ให้คงใช้ได้ตลอดชีวิต

การขอมีบัตร การขอบัตรใหม่ และการออกบัตรประจำตัวข้าราชการบำเหน็จ

บำนาญให้เป็นไปตามแบบ หลักเกณฑ์ และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง

*[มาตรา ๑๒ ทวิ เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติบัตรประจำตัวข้าราชการ

พนักงานเทศบาล พนักงานสุขาภิบาล และพนักงานองค์การของรัฐ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ.๒๕๓๐]

มาตรา ๑๒

มาตรา ๑๒ ตรี* ถ้าผู้ถือบัตรประจำตัวข้าราชการบำเหน็จบำนาญผู้ใดได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ หรือเป็นบุคคลล้มละลายทุจริตตามกฎหมายว่าด้วยล้มละลาย หรือยินยอมให้ผู้อื่นนำบัตรประจำตัวนั้นไปใช้ในทางทุจริต ให้เป็นอันหมดสิทธิที่จะใช้บัตรประจำตัวนั้นต่อไป และให้ผู้นั้นส่งมอบบัตรประจำตัวดังกล่าวคืนให้แก่ส่วนราชการเจ้าสังกัดภายในสามสิบวันนับแต่วันหมดสิทธิที่จะใช้บัตรประจำตัวนั้น

*[มาตรา ๑๒ ตรี เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติบัตรประจำตัวข้าราชการ

พนักงานเทศบาล พนักงานสุขาภิบาล และพนักงานองค์การของรัฐ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ.๒๕๓๐]

มาตรา ๑๓

มาตรา ๑๓* ผู้ใดใช้หรือแสดงบัตรประจำตัวข้าราชการ ข้าราชการบำเหน็จ

บำนาญ พนักงานเทศบาล พนักงานสุขาภิบาล หรือพนักงานองค์การของรัฐซึ่งไม่มีสิทธิที่จะใช้

ตามกฎหมายต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงห้าปี และปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงหนึ่ง

แสนบาท

*[มาตรา ๑๓ แก้ไขโดยพระราชบัญญัติบัตรประจำตัวข้าราชการ

พนักงานเทศบาล พนักงานสุขาภิบาล และพนักงานองค์การของรัฐ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ.๒๕๓๐]

มาตรา ๑๔

มาตรา ๑๔ บรรดาบัตรประจำตัวเจ้าพนักงาน บัตรประจำตัวข้าราชการ

บัตรประจำตัวพนักงานเทศบาล และบัตรประจำตัวพนักงานองค์การของรัฐ ที่ได้ออกก่อนวันที่

พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้คงใช้ได้ต่อไปและให้นำความในมาตรา ๑๑ มาใช้บังคับโดย

อนุโลม

มาตรา ๑๕

มาตรา ๑๕ ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มี

อำนาจออกกฎกระทรวงเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้

กฎกระทรวงนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

จอมพล ป. พิบูลสงคราม

นายกรัฐมนตรี

หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ ด้วยพระราชบัญญัติ

บัตรประจำตัวเจ้าพนักงาน พุทธศักราช ๒๔๗๘ และพระราชบัญญัติบัตรประจำตัวเจ้าพนักงาน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๔๘๕ หาได้ใช้บังคับแก่ข้าราชการทั่วไปไม่ บัดนี้ เป็นการสมควรให้ข้าราชการทั่วไปมีบัตรประจำตัว และให้พนักงานเทศบาล พนักงานสุขาภิบาล และพนักงานองค์การของรัฐทุกคนมีบัตรประจำตัวในโอกาสเดียวกันนี้ด้วย จึงต้องตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้

พระราชบัญญัติบัตรประจำตัวข้าราชการ พนักงานเทศบาล พนักงานสุขาภิบาลและพนักงาน

องค์การของรัฐ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๔๙๘

หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากบัตรประจำตัว

ข้าราชการตามพระราชบัญญัติบัตรประจำตัวข้าราชการ พนักงานเทศบาล พนักงานสุขาภิบาล

และพนักงานองค์การของรัฐ พ.ศ. ๒๔๙๘ มีกำหนดเวลาให้ใช้ได้ ๕ ปี แต่ “ทหารกองประจำ

การ” เป็นผู้ที่รับราชการทหารอยู่เพียงชั่วระยะเวลาไม่เกิน ๒ ปี ทั้งมิได้เป็นข้าราชการตาม

ความมุ่งหมายของทางราชการโดยตรง และต้องมีบัตรประจำตัวตามข้อบังคับของกระทรวง

กลาโหมอยู่แล้ว จึงไม่ควรกำหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี้

แต่ “ทหารประจำการ” เป็นข้าราชการในสังกัดกระทรวงกลาโหมเช่นเดียวกับ

ข้าราชการกลาโหมพลเรือน มิได้กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติให้มีบัตรประจำตัว จึงสมควร

กำหนดให้มีบัตรประจำตัวตามพระราชบัญญัตินี้ด้วย

*[รก. ๒๔๙๘/๘๐/๑๔๐๓/๔ ตุลาคม ๒๔๙๘]

พระราชบัญญัติบัตรประจำตัวข้าราชการ พนักงานเทศบาล พนักงานสุขาภิบาลและพนักงาน

องค์การของรัฐ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๐

หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากพระราชบัญญัติ

บัตรประจำตัวข้าราชการ พนักงานเทศบาล พนักงานสุขาภิบาลและพนักงานองค์การของ

รัฐ พ.ศ.๒๔๙๘ ได้นิยามคำว่า “ข้าราชการ” ไว้ก่อนที่จะได้มีการตรากฎหมายว่าด้วยระเบียบ

ข้าราชการฝ่ายต่าง ๆ ขึ้นใช้บังคับหลายฉบับ และบทนิยามดังกล่าวมิได้หมายความรวมถึง

ข้าราชการการเมืองด้วย จึงไม่เหมาะสมและไม่สอดคล้องกับกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการ

ฝ่ายต่าง ๆ สมควรแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติบัตรประจำตัวข้าราชการ พนักงานเทศบาล

พนักงานสุขาภิบาล และพนักงานองค์การของรัฐ พ.ศ.๒๔๙๘ โดยนิยามคำว่า “ราชการ” ให้

หมายถึงข้าราชการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายต่าง ๆ รวมทั้งข้าราชการการ

เมืองตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการการเมือง ข้าราชการกรุงเทพมหานครตาม

กฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการกรุงเทพมหานคร และข้าราชการส่วนจังหวัดตามกฎหมาย

ว่าด้วยระเบียบบริหารราชการส่วนจังหวัดด้วย และโดยที่เป็นการสมควรกำหนดให้ข้าราชการ

ซึ่งออกจากราชการโดยมีสิทธิได้รับบำเหน็จบำนาญตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญ

ข้าราชการมีสิทธิที่จะขอมีบัตรประจำตัวข้าราชการบำเหน็จบำนาญได้ จึงจำเป็นต้องตรา

พระราชบัญญัตินี้

*[รก. ๒๕๓๐/๒๗๐/๕๖พ/๒๘ ธันวาคม ๒๕๓๐]

พระราชบัญญัติบัตรประจำตัวข้าราชการ พนักงานเทศบาล พนักงานสุขาภิบาลและพนักงาน

องค์การของรัฐ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๓๕

หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควร

ปรับปรุงบทบัญญัติว่าด้วยการออกบัตรประจำตัวข้าราชการฝ่ายรัฐสภาในพระราชบัญญัติ

บัตรประจำตัวข้าราชการ พนักงานเทศบาล พนักงานสุขาภิบาล และพนักงานองค์การของรัฐ

พ.ศ. ๒๔๙๘ ให้เกิดความสะดวกและเหมาะสมมากยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้

*[รก. ๒๕๓๕/๑๙/๘/๑๑ มีนาคม ๒๕๓๕]

ไพรินทร์/แก้ไข

๔ ก.พ. ๔๕

17 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

พระราชบัญญัติบัตรประจำตัวข้าราชการ พนักงานเทศบาล พนักงานสุขาภิบาล และพนักงานองค์การของรัฐ พ.ศ.2498 (ฉบับ Update ล่าสุด) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_090b70db8e9db5b0

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com