法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

กฎกระทรวง ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2542) ออกตามความในพระราชบัญญัติการบริหารองค์กรศาสนาอิสลาม พ.ศ. 2540 (ฉบับ Update ล่าสุด)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
11
มาตรา อารัมภบท

กฎกระทรวง

กฎกระทรวง

ฉบับที่ ๒ (พ.ศ. ๒๕๔๒)

ออกตามความในพระราชบัญญัติการบริหารองค์กรศาสนาอิสลาม พ.ศ. ๒๕๔๐[๑]

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ และมาตรา ๑๒ แห่งพระราชบัญญัติการบริหารองค์กรศาสนาอิสลาม พ.ศ. ๒๕๔๐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยจึงออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ในกฎกระทรวงนี้

“คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด” ให้หมายความรวมถึง คณะกรรมการกลางอิสลาม แห่งประเทศไทยหรือคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดที่ใกล้เคียง ซึ่งคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่แทนในกรณีที่จังหวัดซึ่งจะสร้างหรือจัดตั้งมัสยิดไม่มีคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดด้วย

“พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงหมาดไทยแต่งตั้งให้มีอำนาจหน้าที่ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติการบริหารองค์การศาสนาอิสลาม พ.ศ. ๒๕๔๐

“นายอำเภอท้องที่” ให้หมายความรวมถึง ปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้าประจำกิ่งอำเภอท้องที่ด้วย

การสร้างและจัดตั้งมัสยิด

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ บุคคลใดประสงค์จะสร้างมัสยิดให้ยื่นคำขอรับความเห็นชอบต่อคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดตามแบบ บอ. ๑ ท้ายกฎกระทรวงนี้ พร้อมด้วยเอกสารดังต่อไปนี้

(๑) แผนผังแสดงการใช้ที่ดินและสิ่งก่อสร้างของมัสยิด

(๒) แผนที่แสดงเขตที่ตั้งมัสยิดและระยะห่างจากมัสยิดอื่น

(๓) สำเนาหนังสือสำคัญแสดงกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองที่ดินที่ใช้สร้างมัสยิด

(๔) สำเนาหนังสือสัญญาซึ่งเจ้าของกรรมสิทธิ์หรือผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินตามกฎหมายทำกับคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด แสดงความจำนงว่าจะให้ที่ดินดังกล่าวเพื่อสร้างมัสยิด

(๕) สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียน วัตถุประสงค์ และผู้มีอำนาจลงชื่อแทนนิติบุคคล

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดพิจารณาคำขอให้แล้วเสร็จภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ได้รับคำขอ และให้แจ้งมติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบให้สร้างมัสยิดเป็นหนังสือให้ผู้ขอทราบภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่มติดังกล่าว

กรณีที่คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดมีมติไม่เห็นชอบให้สร้างมัสยิด ให้แสดงเหตุผลที่ไม่ให้ความเห็นชอบในหนังสือแจ้งมติดังกล่าวด้วย

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ เมื่อได้สร้างอาคารมัสยิดเสร็จและพร้อมที่จะใช้ปฏิบัติศาสนกิจได้แล้ว ให้ผู้ได้รับความเห็นชอบให้สร้างมัสยิดแจ้งการสร้างมัสยิดแล้วเสร็จ เพื่อขอความเห็นชอบจัดตั้งมัสยิดต่อคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด และเมื่อคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดใต้พิจารณาแล้วเห็นว่าการสร้างมัสยิดนั้นเป็นไปตามแบบแปลนและแผนผังที่ได้ให้ความเห็นชอบไว้แล้ว และมีมติเห็นชอบให้จัดตั้งมัสยิดได้ให้แจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ขอรับความเห็นชอบทราบมติดังกล่าว

การจดทะเบียนจังตั้งมัสยิด

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ การจดทะเบียนจัดตั้งมัสยิด ให้ผู้ได้รับความเห็นชอบให้สร้างและจัดตั้งมัสยิดหรืออิหม่ามคอเด็บ และบิหลั่นประจำมัสยิดที่ได้รับมอบหมายจากผู้ได้รับความเห็นชอบให้สร้างและจัดตั้งมัสยิดยื่นคำขอแบบ บอ.๒ ท้ายกฎกระทรวงนี้ ต่อนายอำเภอท้องที่ พร้อมด้วยเอกสาร ดังต่อไปนี้

(๑) หนังสือแจ้งมติเห็นชอบให้จัดตั้งมัสยิดของคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด

(๒) สำเนาหนังสืออนุญาตให้ก่อนสร้างอาคารมัสยิดหรือใบรับแจ้งการก่อสร้างอาคารมัสยิดตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ เมื่อนายอำเภอท้องที่ได้รับคำขอจดทะเบียนจัดตั้งมัสยิดพร้อมด้วยเอกสารตามข้อ ๕ แล้วให้ตรวจสอบความถูกต้องแล้วเสนอไปยังพนักงานเจ้าหน้าที่พร้อมด้วยความเห็นของตนภายในสิบวันนับแต่วันที่ได้รับเรื่อง

ให้พนักงานเจ้าหน้าที่พิจารณามีคำสั่งภายในยี่สิบวันนับแต่วันที่ได้รับเรื่องจากนายอำเภอท้องที่และแจ้งคำสั่งนั้นให้นายอำเภอท้องที่เพื่อแจ้งให้ผู้ขอจดทะเบียนจัดตั้งมัสยิดทราบ

กรณีพนักงานเจ้าหน้าที่มีคำสั่งรับจดทะเบียนจัดตั้งมัสยิด ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ออกหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนตามแบบ บอ.๓ ท้ายกฎกระทรวงนี้ ให้แก่ผู้ขอจดทะเบียนจัดตั้งมัสยิด และแจ้งไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดเพื่อดำเนินการจัดให้มีการประกาศการจัดตั้งมัสยิดนั้นในราชกิจจานุเบกษา

ในกรณีพนักงานเจ้าหน้าที่มีคำสั่งไม่รับจดทะเบียนจัดตั้งมัสยิด ให้พนักงานเจ้าหน้าที่แสดงเหตุผลแหงการไม่รับจดทะเบียนไว้ในหนังสือแจ้งคำสั่งดังกล่าวไปยังผู้ขอจดทะเบียนจัดตั้งมัสยิดด้วย

มาตรา ข้อ ๖/๑

ข้อ ๖/๑[๒] มัสยิดใดที่จดทะเบียนจัดตั้งมัสยิดแล้วประสงค์จะเปลี่ยนแปลงรายการในหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนจัดตั้งมัสยิด ให้ขอความเห็นชอบโดยแสดงเหตุผลความจำเป็นต่อคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด เมื่อคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดเห็นชอบแล้ว ให้มัสยิดยื่นคำขอตามแบบ บอ.๒/๑ ท้ายกฎกระทรวงนี้ ต่อนายอำเภอท้องที่แจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่พิจารณา และมีคำสั่งให้เปลี่ยนแปลงรายการในหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนจัดตั้งมัสยิด

เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่มีคำสั่งเปลี่ยนแปลงรายการในหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนจัดตั้งมัสยิดแล้ว ให้แก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนจัดตั้งมัสยิด และออกหนังสือสำคัญแสดงการเปลี่ยนแปลงรายการในหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียน ตามแบบ บอ.๓/๑ ท้ายกฎกระทรวงนี้ ให้มัสยิดถือไว้เพื่อแสดงการแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการดังกล่าว

กรณีเฉพาะการเปลี่ยนแปลงชื่อมัสยิด ให้พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อดำเนินการจัดให้มีการจัดให้มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา

ในกรณีพนักงานเจ้าหน้าที่มีคำสั่งไม่ให้เปลี่ยนแปลงรายการในหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนจัดตั้งมัสยิด ให้พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งเป็นหนังสือแก่มัสยิดผู้ขอพร้อมทั้งเหตุผลประกอบ

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ มัสยิดใดที่ได้สร้างและมีการประกอบศาสนกิจอยู่ก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับประสงค์จะขอจดทะเบียนจัดตั้งมัสยิดตามหมวดนี้ ให้อิหม่าม คอเด็บ และมิหลั่นประจำมัสยิดนั้นยื่นคำขอรับความเห็นชอบจัดตั้งมัสยิดต่อคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด ตามข้อ ๔ และให้นำข้อ ๒ มาใช้บังคับกับแบบคำขอและเอกสารที่ต้องยื่นพร้อมคำขอโดยอนุโลม

เมื่อคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดมีมติเห็นชอบให้จัดตั้งมัสยิดได้แล้ว ให้ผู้ได้รับความเห็นชอบให้จัดตั้งมัสยิดนั้นมาขอจดทะเบียนจัดตั้งมัสยิดต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามหมวดนี้ได้

การย้าย การรวม และการเลิกมัสยิด

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ การย้ายมัสยิดที่ได้จดทะเบียนจัดตั้งแล้ว ให้ประธานกรรมการอิสลามประจำมัสยิดยื่นคำขอรับความเห็นชอบให้ย้ายมัสยิดตามแบบ บอ.๔ ท้ายกฎกระทรวงนี้ พร้อมด้วยเอกสารตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอนั้นต่อคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด เมื่อได้รับความเห็นชอบแล้วให้การสร้างและจัดตั้งมัสยิดแห่งใหม่เป็นไปตามหมวด ๑ และเมื่อได้ย้ายไปประกอบศาสนกิจยังมัสยิดแห่งใหม่แล้วให้คณะกรรมการอิสลามประจำมัสยิดแจ้งต่อนายอำเภอท้องที่เพื่อแจ้งพนักงานเจ้าหน้าที่ให้แก้ไขรายการในทะเบียนจัดตั้งมัสยิดให้ถูกต้อง

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ การรวมมัสยิดที่ได้จดทะเบียนจัดตั้งแล้ว สามารถรวมกันเข้าเป็นมัสยิดเดียวกับอีกมัสยิดหนึ่งที่เป็นหลักได้ โดยให้ประธานกรรมการอิสลามประจำมัสยิดของแต่ละมัสยิดร่วมกันยื่นคำขอรับความเห็นชอบตามแบบ บอ.๕ ท้ายกฎกระทรวงนี้ พร้อมด้วยเอกสารตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอนั้นต่อคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด เมื่อให้ความเห็นชอบแล้ว ให้คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดแจ้งต่อผู้ว่าราชการจังหวัดเพื่อดำเนินการให้มีการประกาศการรวมมัสยิดในราชกิจจานุเบกษา

การรวมมัสยิดให้มีผลนับแต่วันที่คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดให้ความเห็นชอบและให้มัสยิดเดิมเป็นอันสิ้นสภาพ โดยให้บรรดาทรัพย์สิน หนี้สิน สิทธิ และความรับผิดชอบของมัสยิดเดิมโอนไปเป็นของมัสยิดใหม่นับแต่วันที่คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดให้ความเห็นชอบ

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ การเลิกมัสยิดที่ได้จดทะเบียนจัดตั้งแล้ว ให้ประธานกรรมการอิสลามประจำมัสยิดหรือกรรมการอิสลามประจำมัสยิดคนใดคนหนึ่ง ยื่นคำขอรับความเห็นชอบให้เลิกมัสยิดตามแบบ บอ.๖ ท้ายกฎกระทรวงนี้ ต่อคณะกรรมกรรอิสลามประจำจังหวัด เมื่อคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดเห็นชอบแล้ว ให้ผู้ขอเลิกมัสยิดยื่นคำขอจดทะเบียนเลิกมัสยิดตามแบบ บอ.๗ ท้ายกฎกระทรวงนี้ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่จดทะเบียนเลิกมัสยิดโดยบันทึกสาเหตุแห่งการเลิกลงในทะเบียนจัดตั้งมัสยิด และแจ้งต่อผู้ว่าราชการจังหวัดเพื่อดำเนินการให้มีการประกาศการเลิกมัสยิดในราชกิจจานุเบกษา

กรณีไม่มีประธานกรรมการอิสลามประจำมัสยิดหรือกรรมการอิสลามประจำมัสยิด ให้นายอำเภอท้องที่เป็นผู้ยื่นคำขอรับความเห็นชอบให้เลิกมัสยิดต่อคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด และเป็นผู้ยื่นคำขอจดทะเบียนเลิกมัสยิดต่อพนักงานเจ้าหน้าที่

ให้ไว้ ณ วันที่ ๓ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๒

ชำนิ ศักดิเศรษฐ์

รัฐมนตรีช่วยว่าการฯ รักษาราชการแทน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

[เอกสารแนบท้าย]

๑ [๓]หนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนจัดตั้งมัสยิด (แบบ บอ. ๓)

๒. [๔]คำขอจดทะเบียนเลิกมัสยิด (แบบ บอ. ๗)

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๑๒ แห่งพระราชบัญญัติการบริหารองค์การศาสนาอิสลาม พ.ศ. ๒๕๔๐ บัญญัติให้การสร้าง การจัดตั้ง การย้าย การรวม การเลิก และการจดทะเบียนมัสยิดต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

กฎกระทรวง ฉบับที่ ๔ (พ.ศ. ๒๕๔๘) ออกตามความในพระราชบัญญัติการบริหารองค์กรศาสนาอิสลาม พ.ศ. ๒๕๔๐[๕]

หมายเหตุ : - เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากกฎกระทรวง ฉบับที่ ๒ (พ.ศ. ๒๕๔๒) ออกตามความในพระราชบัญญัติการบริหารองค์กรศาสนาอิสลาม พ.ศ. ๒๕๔๐ มิได้กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการเปลี่ยนแปลงรายการในหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนจัดตั้งมัสยิด ประกอบกับสมควรปรับปรุงแบบหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนจัดตั้งมัสยิดตามแบบ บอ. ๓ และคำขอจดทะเบียนเลิกมัสยิดตามแบบ บอ. ๗ ให้เหมาะสมยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

ต่อศักดิ์/จัดทำ

๒๘ สิงหาคม ๒๕๔๙

ภัทรวีร์/ปรับปรุง

๓๑ สิงหาคม ๒๕๖๐

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๖/ตอนที่ ๑๐๗ก/หน้า ๙/๔ พฤศจิกายน ๒๕๔๒

[๒] ข้อ๖/๑ เพิ่มโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๔ (พ.ศ. ๒๕๔๘) ออกตามความในพระราชบัญญัติการบริหารองค์กรศาสนาอิสลาม พ.ศ. ๒๕๔๐

[๓] แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๔ (พ.ศ. ๒๕๔๘) ออกตามความในพระราชบัญญัติการบริหารองค์กรศาสนาอิสลาม พ.ศ. ๒๕๔๐

[๔]แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๔ (พ.ศ. ๒๕๔๘) ออกตามความในพระราชบัญญัติการบริหารองค์กรศาสนาอิสลาม พ.ศ. ๒๕๔๐

[๕] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๒/ตอนที่ ๒๕ก/หน้า ๔/๑๘ มีนาคม ๒๕๔๘

11 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

กฎกระทรวง ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2542) ออกตามความในพระราชบัญญัติการบริหารองค์กรศาสนาอิสลาม พ.ศ. 2540 (ฉบับ Update ล่าสุด) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_090d4a18e107a650

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com