พระราชกฤษฎีกา
พระราชกฤษฎีกา
แบ่งส่วนราชการและกำหนดหน้าที่ของส่วนราชการ
กรมราชองครักษ์ กระทรวงกลาโหม
พ.ศ. ๒๕๕๒[๑]
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๗ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๒
เป็นปีที่ ๖๔ ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรแบ่งส่วนราชการและกำหนดหน้าที่ของส่วนราชการกรมราชองครักษ์ กระทรวงกลาโหม
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๘๗ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา ๒๓ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ. ๒๕๕๑ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า พระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการและกำหนดหน้าที่ของส่วนราชการกรมราชองครักษ์ กระทรวงกลาโหม พ.ศ. ๒๕๕๒
มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๒ เป็นต้นไป
มาตรา ๓ ให้แบ่งส่วนราชการกรมราชองครักษ์ กระทรวงกลาโหม ดังต่อไปนี้
(๑) สำนักงานราชองครักษ์ประจำ
(๒) สำนักงานรักษาความปลอดภัย
(๓) สำนักนโยบายและแผน
(๔) สำนักยุทธบริการ
(๕)[๒] สำนักงานกิจการพิเศษ
มาตรา ๔ สำนักงานราชองครักษ์ประจำ มีหน้าที่เกี่ยวกับการถวายความปลอดภัย การถวายพระเกียรติ และการปฏิบัติการทั้งปวงในส่วนพระองค์ให้ต้องตามพระราชประสงค์ และตามพระราชประเพณี มีผู้อำนวยการสำนักงานราชองครักษ์ประจำเป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ
มาตรา ๕ สำนักงานรักษาความปลอดภัย มีหน้าที่วางแผน อำนวยการ ประสานงาน และปฏิบัติการ ระวัง ป้องกัน ในการรักษาความปลอดภัยสำหรับองค์พระมหากษัตริย์ พระราชินี พระรัชทายาท ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ พระบรมวงศานุวงศ์ ผู้แทนพระองค์ และพระราชอาคันตุกะ มีผู้อำนวยการสำนักงานรักษาความปลอดภัยเป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ
มาตรา ๖ สำนักนโยบายและแผน มีหน้าที่พิจารณาเสนอความเห็น วางแผน อำนวยการ ประสานงาน และดำเนินการเกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัย การธุรการ การกำลังพล การข่าว การยุทธการ การฝึกและศึกษา การสื่อสารและสารสนเทศ และการงบประมาณในการสนับสนุนการรักษาความปลอดภัยสำหรับองค์พระมหากษัตริย์ พระราชินี พระรัชทายาท ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ พระบรมวงศานุวงศ์ ผู้แทนพระองค์ และพระราชอาคันตุกะ และการคุ้มครองพยานในคดีอาญา มีผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนเป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ
มาตรา ๗ สำนักยุทธบริการ มีหน้าที่พิจารณาเสนอความเห็น วางแผน อำนวยการประสานงาน และดำเนินการเกี่ยวกับการส่งกำลังบำรุง การสรรพาวุธ การบริการ การขนส่ง การโยธาธิการ การสวัสดิการ การกีฬา การเงินและการบัญชี ในการสนับสนุนการรักษาความปลอดภัยสำหรับองค์พระมหากษัตริย์ พระราชินี พระรัชทายาท ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ พระบรมวงศานุวงศ์ ผู้แทนพระองค์ และพระราชอาคันตุกะ มีผู้อำนวยการสำนักยุทธบริการเป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ
มาตรา ๗/๑[๓] สำนักงานกิจการพิเศษ มีหน้าที่วางแผน อำนวยการ ประสานงานและปฏิบัติการเกี่ยวกับงานกิจการพิเศษตามพระราชกระแสหรือพระราชประสงค์เพื่อสนับสนุนในการรักษาความปลอดภัยสำหรับองค์พระมหากษัตริย์ พระราชินี พระรัชทายาท ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ พระบรมวงศานุวงศ์ ผู้แทนพระองค์ และพระราชอาคันตุกะ มีผู้อำนวยการสำนักงานกิจการพิเศษเป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ
มาตรา ๘ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรแบ่งส่วนราชการและกำหนดหน้าที่ของส่วนราชการกรมราชองครักษ์ กระทรวงกลาโหม ให้เหมาะสมกับสภาพของงานและสอดคล้องกับพระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ. ๒๕๕๑ จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
พระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการและกำหนดหน้าที่ของส่วนราชการกรมราชองครักษ์ กระทรวงกลาโหม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๕[๔]
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรจัดตั้งสำนักงานกิจการพิเศษเป็นส่วนราชการขึ้นตรงต่อกรมราชองครักษ์ กระทรวงกลาโหม เพื่อให้รองรับกับภารกิจของกรมราชองครักษ์ที่เพิ่มมากขึ้นตามพระราชกระแสหรือพระราชประสงค์ อันเป็นการสนับสนุนในการรักษาความปลอดภัยสำหรับองค์พระมหากษัตริย์ พระราชินี พระรัชทายาท ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ พระบรมวงศานุวงศ์ ผู้แทนพระองค์ และพระราชอาคันตุกะ จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
ชาญ/ผู้จัดทำ
๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๕
[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๖/ตอนที่ ๑๙ ก/หน้า ๗/๓๐ มีนาคม ๒๕๕๒
[๒] มาตรา ๓ (๒) เพิ่มโดยพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการและกำหนดหน้าที่ของส่วนราชการกรมราชองครักษ์ กระทรวงกลาโหม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๕
[๓]
มาตรา ๗/๑ เพิ่มโดยพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการและกำหนดหน้าที่ของส่วนราชการกรมราชองครักษ์ กระทรวงกลาโหม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๕
[๔]
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๙/ตอนที่ ๑๐๖ ก/หน้า ๔/๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๕
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).