พระราชบัญญัติ
พระราชบัญญัติ
ระเบียบการปฏิบัติราชการของทบวงมหาวิทยาลัย
พ.ศ. ๒๕๒๐
ภูมิพลอดุลยเดช
ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่
๓๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๒๐
เป็นปีที่ ๓๒
ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการ
โปรดเกล้า ฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยระเบียบการปฏิบัติราชการ
ของทบวงมหาวิทยาลัย
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำ
และยินยอมของสภาปฏิรูปการปกครองแผ่นดินดังต่อไปนี้
มาตรา ๑
พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า พระราชบัญญัติระเบียบการปฏิบัติ
ราชการของทบวงมหาวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๒๐
มาตรา ๒*
พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศใน
ราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
*[รก. ๒๕๒๐/๓๑/๓๐๙/๑๒ เมษายน ๒๕๒๐]
มาตรา ๓
ให้ยกเลิกประกาศของคณะปฏิบัติ ฉบับที่ ๓๒๐ ลงวันที่ ๑๓
ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๕
บรรดาบทกฎหมาย กฎ และข้อบังคับอื่นที่มีบัญญัติไว้แล้วในพระราชบัญญัติ
นี้ หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับพระราชบัญญัตินี้
ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้แทน
มาตรา ๔
ให้รัฐมนตรีว่าการทบวงมหาวิทยาลัย มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
(๑) กำหนดนโยบายและแผนการจัดการศึกษาในระดับอุดมศึกษาให้
สอดคล้องกับแผนการศึกษาแห่งชาติ
(๒) กำหนดมาตรฐานและให้ความเห็นชอบหลักสูตรของมหาวิทยาลัยและ
สถาบันในสังกัด และสถาบันอุดมศึกษาของรัฐและวิทยาลัยเอกชน
(๓) กำหนดมาตรฐานการบริหารงานบุคคลของมหาวิทยาลัยและสถาบัน
ในสังกัด
(๔) วางระเบียบปฏิบัติในกิจการต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัยและสถาบัน
ในสังกัด
(๕) เสนอแนะการจัดสรรเงินงบประมาณให้แก่มหาวิทยาลัยและสถาบัน
ในสังกัด
(๖) ติดตามประเมินผลการจัดการศึกษา และประสานการจัดการศึกษา
ระหว่างมหาวิทยาลัยและสถาบันในสังกัดและวิทยาลัยเอกชน
(๗) พิจารณาเสนอการจัดตั้ง ยุบ รวม ปรับปรุง และเลิกมหาวิทยาลัย
และสถาบันในสังกัด
(๘) พิจารณาอนุมัติการจัดตั้ง ยุบ รวม และเลิกคณะ ภาควิชา หรือ
ส่วนงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นในมหาวิทยาลัยและสถาบันในสังกัด
(๙) ส่งเสริมการวิจัยการศึกษาระดับอุดมศึกษา
(๑๐) วินิจฉัยสั่งการเพื่อยับยั้งหรือยุติการดำเนินกิจการของมหาวิทยาลัย
และสถาบันในสังกัด
ที่ขัดต่อกฎหมายระเบียบข้อบังคับหรือความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรม
อันดีของประชาชน หรือที่อาจเป็นภัยต่อความมั่นคง
หรือความปลอดภัยของประเทศ
(๑๑) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่มีกฎหมายกำหนดให้เป็นหน้าที่ของทบวง
มหาวิทยาลัย
มาตรา ๕
ให้มีคณะกรรมการทบวงมหาวิทยาลัยขึ้นคณะหนึ่ง ประกอบด้วย
ประธานกรรมการซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งและปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
ผู้อำนวยการสำนัก
งบประมาณ
เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเลขาธิการคณะ
กรรมการข้าราชการพลเรือน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ
และผู้ทรงคุณวุฒิซึ่ง
คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งมีจำนวนไม่เกินเก้าคนเป็นกรรมการ
ให้ปลัดทบวงมหาวิทยาลัยเป็นกรรมการและเลขานุการ
มาตรา ๖
ให้คณะกรรมการทบวงมหาวิทยาลัยมีหน้าที่ให้คำปรึกษา
คำแนะนำ และความเห็นแก่รัฐมนตรีว่าการทบวงมหาวิทยาลัยในเรื่องตามที่บัญญัติไว้
ในมาตรา ๔ และตามที่รัฐมนตรีมอบหมาย
มาตรา ๗
ประธานกรรมการและกรรมการทบวงมหาวิทยาลัยซึ่งคณะ
รัฐมนตรีแต่งตั้ง มีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละสองปี
ผู้ซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระอาจได้รับ
แต่งตั้งอีกได้
มาตรา ๘
นอกจากการพ้นตำแหน่งตามวาระตามมาตรา ๗ ประธาน
กรรมการและกรรมการทบวงมหาวิทยาลัยพ้นจากตำแหน่ง เมื่อ
(๑) ตาย
(๒) ลาออก
(๓) คณะรัฐมนตรีมีมติให้ออก
ในกรณีที่ประธานกรรมการหรือกรรมการซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งพ้นจาก
ตำแหน่งก่อนวาระ
คณะรัฐมนตรีอาจแต่งตั้งผู้อื่นเป็นประธานกรรมการหรือกรรมการแทน
ให้ประธานกรรมการหรือกรรมการซึ่งได้รับแต่งตั้งตามวรรคสองอยู่
ในตำแหน่งตามวาระของผู้ซึ่งตนแทน
มาตรา ๙
ในการประชุมคณะกรรมการทบวงมหาวิทยาลัยต้องมีกรรมการ
มาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งจำนวนของกรรมการทั้งหมดจึงจะเป็นองค์ประชุม
การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียง
หนึ่งในการลงคะแนน
ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียง
หนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด
ในการประชุม ถ้าประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อยู่ในที่ประชุม
ให้ที่ประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม
มาตรา ๑๐
คณะกรรมการทบวงมหาวิทยาลัยอาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ
เพื่อพิจารณาและเสนอความเห็นในเรื่องหนึ่งเรื่องใด
หรือมอบหมายให้ปฏิบัติการอย่างหนึ่ง
อย่างใด อันอยู่ในอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ และให้นำมาตรา
๙ มาใช้บังคับแก่การ
ประชุมของคณะอนุกรรมการโดยอนุโลม
มาตรา ๑๑
คณะกรรมการทบวงมหาวิทยาลัยอาจเชิญบุคคลหนึ่งบุคคลใด
มาให้ข้อเท็จจริงและแสดงความคิดเห็นหรือคำแนะนำได้ตามที่เห็นสมควร
มาตรา ๑๒
ให้สำนักงานปลัดทบวงมหาวิทยาลัยทำหน้าที่เกี่ยวกับการ
ดำเนินงานของคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัย
มาตรา ๑๓
ทบวงมหาวิทยาลัยอาจขอให้กระทรวง ทบวง กรม ที่มี
มหาวิทยาลัยหรือสถาบันอยู่ในสังกัดเสนอโครงการและแผนงานเกี่ยวกับการศึกษาของ
มหาวิทยาลัยหรือสถาบันนั้นตลอดจนรายละเอียดทางวิชาการ
การเงิน สถิติ และเรื่องที่จำเป็น
แก่การปฏิบัติงานในอำนาจหน้าที่ตามมาตรา ๔
มาตรา ๑๔
ให้ประธานกรรมการและกรรมการทบวงมหาวิทยาลัยของรัฐ
ซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๓๒๐
ลงวันที่ ๑๓ ธันวาคม พ.ศ.
๒๕๑๕ และอยู่ในตำแหน่งในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
ยังคงดำรงตำแหน่งต่อไปจนกว่า
จะพ้นจากตำแหน่งตามวาระ
มาตรา ๑๕
ให้รัฐมนตรีว่าการทบวงมหาวิทยาลัยรักษาการตามพระราช
บัญญัตินี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
ธานินทร์
กรัยวิเชียร
นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ :-
เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ได้มีกฎหมาย
ปรับปรุงฐานะของทบวงมหาวิทยาลัยให้เป็นทบวงไม่สังกัดส่วนราชการอื่น
และให้มีอำนาจ
ควบคุมมหาวิทยาลัยและสถาบันอุดมศึกษาที่เป็นของรัฐและเอกชนในสังกัด
สมควรปรับปรุง
อำนาจหน้าที่ของทบวงมหาวิทยาลัยให้สอดคล้องกัน จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้น
พรพิมล/แก้ไข
๖ ก.พ ๒๕๔๔
_A+B(C)
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).