กฎกระทรวง
กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการตรวจสอบผู้ขับขี่
ซึ่งได้เสพยาเสพติดให้โทษในประเภท ๑ เฉพาะแอมเฟตามีนหรือเมทแอมเฟตามีน
พ.ศ. ๒๕๔๘[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ และมาตรา ๔๓ ทวิ วรรคสี่ แห่งพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๔๒ อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๑ มาตรา ๓๖ และมาตรา ๔๘ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ให้เจ้าพนักงานจราจร พนักงานสอบสวน พนักงานเจ้าหน้าที่ หรือผู้ตรวจการ จัดให้มีการตรวจสอบผู้ขับขี่รถบางประเภทตามที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษาว่าได้เสพยาเสพติดให้โทษในประเภท ๑ เฉพาะแอมเฟตามีนหรือเมทแอมเฟตามีนหรือไม่ โดยตรวจจากปัสสาวะของผู้ขับขี่ด้วยวิธีการตามลำดับ ดังต่อไปนี้
(๑) การตรวจสอบเบื้องต้น ให้ใช้วิธีการทดสอบปฏิกิริยาการเกิดสี (Color Test) หรือการทดสอบปฏิกิริยาภูมิคุ้มกันวิทยา (Immunoassays) โดยปฏิบัติตามขั้นตอนในข้อ ๒ และข้อ ๓
(๒) การตรวจยืนยันผล ให้ใช้วิธีการตรวจสารเสพติดโดยแยกสารผสมออกจากกัน(Chromatography) เพื่อยืนยันผลการตรวจพิสูจน์ตาม (๑)
เพื่อให้การทดสอบตาม (๑) เป็นไปโดยถูกต้องและเหมาะสมตามหลักวิชาการแพทย์ยิ่งขึ้นให้ผู้มีความรู้ความชำนาญจากหน่วยงานหนึ่งหน่วยงานใดตามที่ระบุไว้ในข้อ ๔ ปฏิบัติหน้าที่ร่วมกับเจ้าพนักงานจราจร พนักงานสอบสวน พนักงานเจ้าหน้าที่ หรือผู้ตรวจการ ด้วยทุกครั้ง
ในกรณีจำเป็นเร่งด่วนซึ่งมีเหตุอันควรที่ไม่อาจรอบุคคลตามข้อ ๔ เข้าร่วมปฏิบัติหน้าที่ได้ เจ้าพนักงานจราจร พนักงานสอบสวน พนักงานเจ้าหน้าที่ หรือผู้ตรวจการ จะดำเนินการตาม (๑) โดยไม่รอบุคคลดังกล่าวก็ได้ แต่ต้องบันทึกเหตุที่ไม่อาจรอบุคคลดังกล่าวไว้ด้วย
ข้อ ๒ วิธีการทดสอบปฏิกิริยาการเกิดสี (Color Test) หรือการทดสอบปฏิกิริยาภูมิคุ้มกันวิทยา (Immunoassays) เพื่อตรวจคัดกรองปริมาณสารเสพติด ซึ่งเป็นการทดสอบหรือการตรวจสอบตามข้อ ๑ ให้ปฏิบัติดังนี้
(๑) อุปกรณ์สำหรับเก็บปัสสาวะให้ใช้ขวดแก้วหรือขวดพลาสติกปากกว้าง พร้อมฝาปิด ขนาดบรรจุขวดประมาณ ๖๐ มิลลิลิตร โดยขวดที่นำมาใช้ต้องสะอาด แห้ง และมีฉลากและกระดาษกาวเพื่อใช้สำหรับปิดผนึกขวดเก็บปัสสาวะด้วย
(๒) วิธีการในการเก็บปัสสาวะให้ปฏิบัติดังนี้
(ก) จัดให้มีการควบคุมการถ่ายปัสสาวะของผู้รับการตรวจทุกครั้ง ทั้งนี้ เพื่อป้องกันมิให้มีการกระทำใด ๆ ที่ทำให้ปัสสาวะนั้นเกิดการเจือจางหรือสับเปลี่ยนตัวอย่าง
(ข) บันทึกหมายเลขประจำขวด ชื่อ นามสกุล อายุ ที่อยู่ของผู้รับการตรวจ และวันเวลา ที่ทำการเก็บปัสสาวะบนฉลากปิดขวดเก็บปัสสาวะ
(ค) มอบขวดให้แก่ผู้รับการตรวจนำไปถ่ายปัสสาวะจำนวนประมาณ ๓๐ มิลลิลิตรหรือครึ่งขวด และให้ผู้รับการตรวจลงลายมือชื่อกำกับบนฉลากปิดขวดเก็บปัสสาวะ
(๓) การทดสอบปฏิกิริยาการเกิดสี (Color Test) หรือการทดสอบปฏิกิริยาภูมิคุ้มกันวิทยา (Immunoassays) ตามข้อ ๑ (๑) ให้ถือปฏิบัติตามคำแนะนำในคู่มือวิธีการตรวจสอบของเครื่องมือแต่ละชนิด
ข้อ ๓ เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ทำการทดสอบตามข้อ ๑ (๑) จะต้องเป็นผู้มีความรู้ความชำนาญหรือผ่านการอบรมในเรื่องการตรวจหรือทดสอบสารเสพติดจากหน่วยงานในข้อ ๔ มาแล้ว
เมื่อปรากฏผลการทดสอบในเบื้องต้นตามข้อ ๑ (๑) ว่าอาจมีสารเสพติด ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ทำการทดสอบปิดขวดเก็บปัสสาวะที่เหลือของผู้รับการตรวจให้สนิท พร้อมทั้งผนึกทับปากขวดด้วยแถบกาวโดยมีลายมือชื่อของเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ทำการทดสอบและผู้รับการตรวจกำกับไว้ แล้วให้รีบจัดส่งขวดเก็บปัสสาวะดังกล่าวในสภาพแช่เย็นไปยังหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งตามข้อ ๔ โดยเร็ว เพื่อตรวจยืนยันผลและความถูกต้องโดยใช้วิธีการตามข้อ ๑ (๒)
ข้อ ๔ ให้หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งดังต่อไปนี้ มีอำนาจตรวจยืนยันผลและความถูกต้องว่าตัวอย่างปัสสาวะของผู้ขับขี่มียาเสพติดให้โทษตามข้อ ๑ (๒) หรือไม่
(๑) สถาบันนิติเวชวิทยา กองพิสูจน์หลักฐาน หรือกองกำกับการวิทยาการเขต สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
(๒) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด
(๓) โรงพยาบาลของรัฐ หรือสำนักยาและวัตถุเสพติดหรือศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
(๔) หน่วยงานอื่นของรัฐหรือสถาบันอื่นที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา ทั้งนี้ โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด
ข้อ ๕ ถ้าผลการตรวจสอบตามข้อ ๑ (๑) ปรากฏว่ามีปริมาณของสารเสพติดตั้งแต่ ๑ ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตรขึ้นไป และผลการตรวจยืนยันตามข้อ ๑ (๒) ปรากฏว่ามีชนิดของสารเสพติดตามข้อ ๑ ในปัสสาวะของผู้รับการตรวจ ให้ถือว่าผู้รับการตรวจเป็นผู้เสพยาเสพติดให้โทษดังกล่าว
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๘ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๘
พลอากาศเอก คงศักดิ์ วันทนา
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการตรวจสอบผู้ขับขี่ว่าได้เสพยาเสพติดให้โทษในประเภท ๑ เฉพาะแอมเฟตามีนหรือเมทแอมเฟตามีนหรือไม่ และโดยที่มาตรา ๔๓ ทวิ วรรคสี่ แห่งพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๔๒ กำหนดให้การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการตรวจสอบในเรื่องดังกล่าวต้องกำหนดโดยกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ชัชสรัญ/ผู้จัดทำ
๑๔ ตุลาคม ๒๕๔๘
วิภา/ปรับปรุง
๑๒ มีนาคม ๒๕๖๒
อรญา/ตรวจ
๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓
[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๒/ตอนที่ ๙๒ ก/หน้า ๑/๑๐ ตุลาคม ๒๕๔๘
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).