พระราชกฤษฎีกา
กำหนดเขตที่ดินในท้องที่ตำบลวังยาง อำเภอพรรณานิคม
จังหวัดสกลนคร ให้เป็นเขตโครงการจัดรูปที่ดิน
พ.ศ. ๒๕๒๒
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ ๓๐ เมษายน พ.ศ. ๒๕๒๒
เป็นปีที่ ๓๔ ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรกำหนดเขตที่ดินในท้องที่ตำบลวังยาง อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร ให้เป็นเขตโครงการจัดรูปที่ดิน
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๕๙ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา ๒๔ แห่งพระราชบัญญัติจัดรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. ๒๕๑๗ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า พระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในท้องที่ตำบลวังยาง อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร ให้เป็นเขตโครงการจัดรูปที่ดิน พ.ศ. ๒๕๒๒
มาตรา ๒[๑] พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓ ให้ที่ดินในเขตท้องที่ตำบลวังยาง อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร ภายในแนวเขตตามแผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกานี้ ซึ่งปรากฏรายชื่อเจ้าของหรือผู้ครอบครองที่ดินโดยชอบด้วยกฎหมายตามบัญชีท้ายพระราชกฤษฎีกานี้ เป็นเขตโครงการจัดรูปที่ดิน
มาตรา ๔ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
ส. โหตระกิตย์
รองนายกรัฐมนตรี
[เอกสารแนบท้าย]
๑. แผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในท้องที่ตำบลวังยาง อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร ให้เป็นเขตโครงการจัดรูปที่ดิน พ.ศ. ๒๕๒๒
๒. บัญชีรายชื่อเจ้าของหรือผู้ครอบครองที่ดินโดยชอบด้วยกฎหมายท้ายพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในท้องที่ตำบลวังยาง อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร ให้เป็นเขตโครงการจัดรูปที่ดิน พ.ศ. ๒๕๒๒
(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เนื่องจากทางราชการได้ดำเนินการสำรวจที่ดินเพื่อจัดรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมในท้องที่ตำบลวังยาง อำเภอพรรณนานิคม จังหวัดสกลนคร และได้สอบถามความสมัครใจจากเจ้าของที่ดินแล้ว ซึ่งเจ้าของที่ดินมีจำนวนเกินกึ่งหนึ่งของบรรดาเจ้าของที่ดินทั้งหมดได้ยินยอมให้ทางราชการดำเนินจัดรูปที่ดินได้ สมควรกำหนดบริเวณท้องที่ดังกล่าวเป็นเขตโครงการจัดรูปที่ดิน จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีขึ้น
ศิรวัชร์/ปรับปรุง
๑ มิถุนายน ๒๕๖๐
[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๙๖/ ตอนที่ ๗๖ /ฉบับพิเศษหน้า ๓๐/ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๒๒
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).