มาตรา ๓๐ การจำนองเรือไทยที่อยู่ภายใต้บังคับแห่งพระราชบัญญัตินี้ ซึ่งมีผลสมบูรณ์ตามกฎหมายอยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ถือว่าเป็นการจำนองตามพระราชบัญญัตินี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
ชวน หลีกภัย
นายกรัฐมนตรี
อัตราค่าธรรมเนียม
๑. ค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนจำนอง
(๑) เรือขนาดไม่เกิน ๑๐๐ ตันกรอส ครั้งละ ๕๐๐ บาท
(๒) เรือขนาดเกิน ๑๐๐ ตันกรอส
แต่ไม่เกิน ๒๐๐ ตันกรอส ครั้งละ ๑,๐๐๐ บาท
(๓) เรือขนาดเกิน ๒๐๐ ตันกรอสขึ้นไป ตันกรอสละ ๑๐ บาท
แต่ครั้งหนึ่งไม่เกิน ลำละ ๒๐,๐๐๐ บาท
๒. ค่าธรรมเนียมการหมายเหตุแก้ข้อความในสัญญาจำนอง
(๑) ไม่เพิ่มทุนทรัพย์ ครั้งละ ๒๐ บาท
(๒) เพิ่มทุนทรัพย์
หนึ่งหมื่นบาทแรกหรือต่ำกว่าหนึ่งหมื่นบาท ๕๐ บาท
หนึ่งหมื่นบาทหลัง หมื่นละ ๒๐ บาท
เศษของหนึ่งหมื่นบาทให้นับเป็นหนึ่งหมื่นบาท
แต่ฉบับหนึ่งไม่เกิน ๕๐๐ บาท
๓. ค่าธรรมเนียมการคัดสำเนาหลักฐาน
(๑) หนึ่งร้อยคำแรกหรือต่ำกว่าหนึ่งร้อยคำ ๑๐ บาท
(๒) หนึ่งร้อยคำหลัง ร้อยละ ๑ บาท
เศษของหนึ่งร้อยคำให้นับเป็นหนึ่งร้อยคำ
๔. ค่าธรรมเนียมการออกใบแทนใบทะเบียนเรือไทย ฉบับละ ๑๐๐ บาท
๕. ค่าธรรมเนียมอื่น ครั้งละหรือฉบับละ ๕๐ บาท
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ในปัจจุบันการจำนองเรือเดินทะเลและบุริมสิทธิเหนือเรือเดินทะเลได้นำบทบัญญัติว่าด้วยจำนองและบุริมสิทธิตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาใช้บังคับ แต่โดยที่กิจการเรือเดินทะเลมีลักษณะเฉพาะที่จำเป็นต้องมีการเคลื่อนที่ไปมาในน่านน้ำของประเทศต่าง ๆ เกือบตลอดเวลา การนำบทบัญญัติตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาใช้บังคับจึงไม่เหมาะสม จำเป็นต้องแยกการจำนองเรือเดินทะเลและบุริมสิทธิพิเศษเหนือเรือเดินทะเลออกจากกฎหมายว่าด้วยเรือไทยซึ่งยังคงบังคับตามบทบัญญัติตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ โดยสมควรให้มีกฎหมายสำหรับใช้บังคับกับการจำนองเรือเดินทะเลโดยตรง และกำหนดบุริมสิทธิทางทะเลขึ้นไว้โดยเฉพาะสำหรับเรือเดินทะเลเพื่อประโยชน์ในการพัฒนาพาณิชย์นาวีของไทย และคุ้มครองบุคคลซึ่งมีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องกับเรือเดินทะเลได้อย่างเหมาะสม จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
*พระราชกฤษฎีกาแก้ไขบทบัญญัติให้สอดคล้องกับการโอนอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. ๒๕๔๕ พ.ศ. ๒๕๔๕[๘]