ระเบียบ ก.บ.ศป.
ว่าด้วยการช่วยเหลือผู้ปฏิบัติงานซึ่งเป็นผู้ถูกกล่าวหา ผู้ต้องหา ผู้เสียหาย หรือเป็นคู่ความ
หรือคู่กรณีในคดี อันเนื่องมาจากการปฏิบัติราชการตามหน้าที่ (ฉบับที่ ๓)
พ.ศ. ๒๕๖๕
โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมระเบียบ ก.บ.ศป. ว่าด้วยการช่วยเหลือผู้ปฏิบัติงานซึ่งเป็น
ผู้ถูกกล่าวหา ผู้ต้องหา ผู้เสียหาย หรือเป็นคู่ความ หรือคู่กรณีในคดี อันเนื่องมาจากการปฏิบัติราชการ
ตามหน้าที่ให้มีความเหมาะสมยิ่งขึ้น
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๔๑/๘ (๑) และ (๘) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครอง
และวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครอง
และวิธีพิจารณาคดีปกครอง (ฉบับที่ ๙) พ.ศ. ๒๕๖๐ ก.บ.ศป. จึงออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบ ก.บ.ศป. ว่าด้วยการช่วยเหลือผู้ปฏิบัติงานซึ่งเป็น
ผู้ถูกกล่าวหา ผู้ต้องหา ผู้เสียหาย หรือเป็นคู่ความ หรือคู่กรณีในคดี อันเนื่องมาจากการปฏิบัติราชการ
ตามหน้าที่ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๕”
ข้อ ๒[[1]](#footnote-1) ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ ๓ ให้ยกเลิกความในวรรคสามของข้อ ๖ ของระเบียบ ก.บ.ศป. ว่าด้วยการช่วยเหลือผู้ปฏิบัติงานซึ่งเป็นผู้ถูกกล่าวหา ผู้ต้องหา ผู้เสียหาย หรือเป็นคู่ความ หรือคู่กรณีในคดี อันเนื่องมาจาก
การปฏิบัติราชการตามหน้าที่ พ.ศ. ๒๕๖๓ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบ ก.บ.ศป. ว่าด้วยการช่วยเหลือผู้ปฏิบัติงานซึ่งเป็นผู้ถูกกล่าวหา ผู้ต้องหา ผู้เสียหาย หรือเป็นคู่ความ หรือคู่กรณีในคดี อันเนื่องมาจาก
การปฏิบัติราชการตามหน้าที่ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๓ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“ในกรณีที่ผู้รับคําขอตามวรรคหนึ่งพิจารณาแล้วเห็นว่า ผู้ยื่นคําขอเป็นผู้ไม่มีสิทธิได้รับ
ความช่วยเหลือตามข้อ ๕ วรรคสอง ให้แจ้งผู้ยื่นคําขอทราบโดยพลัน ทั้งนี้ ผู้ยื่นคําขอมีสิทธิขอให้คณะกรรมการช่วยเหลือผู้ปฏิบัติงานตามข้อ ๗/๑ พิจารณาทบทวนความเห็นดังกล่าว เว้นแต่กรณี
ของผู้ที่ยื่นคําขอรับความช่วยเหลือต่อประธานศาลปกครองสูงสุด ให้มีสิทธิขอให้ ก.บ.ศป. พิจารณา
ทบทวนความเห็นดังกล่าว โดยให้ใช้สิทธิได้ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ผู้นั้นทราบผลการพิจารณา และ
ให้คณะกรรมการช่วยเหลือผู้ปฏิบัติงานดังกล่าว หรือ ก.บ.ศป. แล้วแต่กรณี วินิจฉัยให้แล้วเสร็จโดยเร็ว
คําวินิจฉัยของคณะกรรมการช่วยเหลือผู้ปฏิบัติงาน หรือ ก.บ.ศป. ให้เป็นที่สุด”
ข้อ ๔ ให้ยกเลิกความในข้อ ๗/๑ ของระเบียบ ก.บ.ศป. ว่าด้วยการช่วยเหลือผู้ปฏิบัติงาน
ซึ่งเป็นผู้ถูกกล่าวหา ผู้ต้องหา ผู้เสียหาย หรือเป็นคู่ความ หรือคู่กรณีในคดี อันเนื่องมาจากการปฏิบัติราชการตามหน้าที่ พ.ศ. ๒๕๖๓ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบ ก.บ.ศป. ว่าด้วยการช่วยเหลือผู้ปฏิบัติงาน
ซึ่งเป็นผู้ถูกกล่าวหา ผู้ต้องหา ผู้เสียหาย หรือเป็นคู่ความ หรือคู่กรณีในคดี อันเนื่องมาจากการปฏิบัติราชการตามหน้าที่ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๓ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“ข้อ ๗/๑ ให้มีคณะกรรมการช่วยเหลือผู้ปฏิบัติงานคณะหนึ่ง เรียกว่า “คณะกรรมการช่วยเหลือผู้ปฏิบัติงานซึ่งเป็นผู้ถูกกล่าวหา ผู้ต้องหา ผู้เสียหาย หรือเป็นคู่ความ หรือคู่กรณีในคดีอันเนื่องมาจาก
การปฏิบัติราชการตามหน้าที่” ประกอบด้วย
(๑) รองประธานศาลปกครองสูงสุดซึ่งประธานศาลปกครองสูงสุดมอบหมาย เป็นประธานกรรมการ
(๒) ตุลาการในศาลปกครองสูงสุดจํานวนสองคน และตุลาการในศาลปกครองชั้นต้นจํานวนสองคน
ซึ่งประธานศาลปกครองสูงสุดมอบหมาย เป็นกรรมการ
(๓) ข้าราชการฝ่ายศาลปกครองจํานวนสองคนซึ่งเลขาธิการมอบหมาย เป็นกรรมการ
ให้ประธานศาลปกครองสูงสุดเป็นผู้แต่งตั้งประธานกรรมการและกรรมการตามวรรคหนึ่ง
ให้เลขาธิการมอบหมายข้าราชการฝ่ายศาลปกครองคนหนึ่งเป็นเลขานุการและอีกสองคน
เป็นผู้ช่วยเลขานุการ
ประธานกรรมการและกรรมการตามวรรคหนึ่ง ให้มีวาระการดํารงตําแหน่งคราวละสองปี
นับแต่วันที่ได้รับแต่งตั้ง
ในกรณีที่ตําแหน่งประธานกรรมการหรือกรรมการว่างลงก่อนครบวาระ ประธานศาลปกครองสูงสุดอาจแต่งตั้งแทนตําแหน่งที่ว่าง เว้นแต่วาระการดํารงตําแหน่งของประธานกรรมการหรือกรรมการ
ผู้นั้นจะเหลือไม่ถึงเก้าสิบวัน จะไม่แต่งตั้งแทนตําแหน่งที่ว่างก็ได้
ประธานกรรมการหรือกรรมการซึ่งได้รับการแต่งตั้งแทนตําแหน่งที่ว่าง ให้อยู่ในตําแหน่งเท่ากับ
วาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน
ให้คณะกรรมการช่วยเหลือผู้ปฏิบัติงานมีอํานาจหน้าที่ให้คําปรึกษาหรือแนะนําสํานักงาน
ในการปฏิบัติตามระเบียบนี้ รวมทั้งให้มีอํานาจทบทวนคําขอรับความช่วยเหลือตามข้อ ๖ วรรคสาม”
ข้อ ๕ ให้ยกเลิกความในข้อ ๑๕ ของระเบียบ ก.บ.ศป. ว่าด้วยการช่วยเหลือผู้ปฏิบัติงาน
ซึ่งเป็นผู้ถูกกล่าวหา ผู้ต้องหา ผู้เสียหาย หรือเป็นคู่ความ หรือคู่กรณีในคดี อันเนื่องมาจาก
การปฏิบัติราชการตามหน้าที่ พ.ศ. ๒๕๖๓
ข้อ ๖ ให้ยกเลิกความในข้อ ๑๖ ของระเบียบ ก.บ.ศป. ว่าด้วยการช่วยเหลือผู้ปฏิบัติงาน
ซึ่งเป็นผู้ถูกกล่าวหา ผู้ต้องหา ผู้เสียหาย หรือเป็นคู่ความ หรือ คู่กรณีในคดี อันเนื่องมาจากการปฏิบัติ
ราชการตามหน้าที่ พ.ศ. ๒๕๖๓ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“ข้อ ๑๖ ให้ประธานศาลปกครองสูงสุดเป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้ และให้มีอํานาจออก
ประกาศ คําสั่ง หลักเกณฑ์ วิธีการ และแบบพิมพ์ต่าง ๆ เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติตามระเบียบนี้
และมีอํานาจตีความและวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้”
ข้อ ๗ ให้ประธานศาลปกครองสูงสุดหรือเลขาธิการพิจารณามอบหมายบุคคลเพื่อแต่งตั้ง
ให้ดํารงตําแหน่งในคณะกรรมการช่วยเหลือผู้ปฏิบัติงานตามข้อ ๗/๑ ของระเบียบ ก.บ.ศป. ว่าด้วย
การช่วยเหลือผู้ปฏิบัติงานซึ่งเป็นผู้ถูกกล่าวหา ผู้ต้องหา ผู้เสียหาย หรือเป็นคู่ความ หรือคู่กรณีในคดี
อันเนื่องมาจากการปฏิบัติราชการตามหน้าที่ พ.ศ. ๒๕๖๓ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบนี้ ภายในสามสิบวัน
นับแต่วันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับ
ให้คณะอนุกรรมการตามระเบียบ ก.บ.ศป. ว่าด้วยการช่วยเหลือผู้ปฏิบัติงานซึ่งเป็นผู้ถูกกล่าวหา ผู้ต้องหา ผู้เสียหาย หรือเป็นคู่ความ หรือคู่กรณีในคดี อันเนื่องมาจากการปฏิบัติราชการตามหน้าที่
พ.ศ. ๒๕๖๓ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบ ก.บ.ศป. ว่าด้วยการช่วยเหลือผู้ปฏิบัติงานซึ่งเป็นผู้ถูกกล่าวหา ผู้ต้องหา ผู้เสียหาย หรือเป็นคู่ความ หรือคู่กรณีในคดี อันเนื่องมาจากการปฏิบัติราชการตามหน้าที่
(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๓ ซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งอยู่ในวันก่อนวันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับ
คงอยู่ในตําแหน่งต่อไปจนกว่าจะมีการมอบหมายบุคคลเพื่อแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งในคณะกรรมการ
ช่วยเหลือผู้ปฏิบัติงานตามข้อ ๗/๑ ของระเบียบ ก.บ.ศป. ว่าด้วยการช่วยเหลือผู้ปฏิบัติงานซึ่งเป็น
ผู้ถูกกล่าวหา ผู้ต้องหา ผู้เสียหาย หรือเป็นคู่ความ หรือคู่กรณีในคดี อันเนื่องมาจากการปฏิบัติราชการ
ตามหน้าที่ พ.ศ. ๒๕๖๓ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบนี้
ประกาศ ณ วันที่ ๔ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๕
ชาญชัย แสวงศักดิ์
ประธานศาลปกครองสูงสุด
ประธานกรรมการบริหารศาลปกครอง
นางสาววิชิดา วิสมิตะนันท์/จัดทํา
นางวรรณพร สุฐาปัญณกุล /ตรวจ
นางสาวพิมพนัส สายสุด รกน. ผอ.กลุ่ม ขก.
วันที่ ๑๘ เมษายน ๒๕๖๕
1. ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๙/ตอนที่ ๒๑ ก/หน้า ๓๘/๘ เมษายน ๒๕๖๕ [↑](#footnote-ref-1)
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).