กฎกระทรวง
กฎกระทรวง
กำหนดหลักเกณฑ์
วิธีการ และเงื่อนไข
การส่งหรือนำซากดึกดำบรรพ์
หรือซากดึกดำบรรพ์ที่ได้ถูกแปรสภาพ
หรือเปลี่ยนแปลงเป็นรูปลักษณะอื่นซึ่งเป็นซากดึกดำบรรพ์ที่พบในราชอาณาจักร
ออกนอกราชอาณาจักร
พ.ศ. ๒๕๕๕[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ และมาตรา ๓๕ วรรคสอง
แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองซากดึกดำบรรพ์ พ.ศ. ๒๕๕๑
อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล
ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๓ มาตรา ๔๑ มาตรา ๔๒ และมาตรา ๔๓
ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ซากดึกดำบรรพ์
หรือซากดึกดำบรรพ์ที่ได้ถูกแปรสภาพหรือเปลี่ยนแปลงเป็นรูปลักษณะอื่นซึ่งเป็นซากดึกดำบรรพ์ที่พบในราชอาณาจักร
ที่จะได้รับอนุญาตให้ส่งหรือนำออกนอกราชอาณาจักรตามกฎกระทรวงนี้ มีดังต่อไปนี้
(๑) ซากดึกดำบรรพ์ที่ขึ้นทะเบียนตามมาตรา ๒๖
(๒) ซากดึกดำบรรพ์ตามบัญชีแนบท้ายกฎกระทรวงนี้
(๓) ซากดึกดำบรรพ์ที่ไม่ต้องขึ้นทะเบียนตามมาตรา ๒๖
ข้อ ๒ การอนุญาตให้ส่งหรือนำซากดึกดำบรรพ์
หรือซากดึกดำบรรพ์ที่ได้ถูกแปรสภาพหรือเปลี่ยนแปลงเป็นรูปลักษณะอื่นซึ่งเป็นซากดึกดำบรรพ์ที่พบในราชอาณาจักรตามข้อ
๑ (๑) หรือ (๒) ออกนอกราชอาณาจักร
ต้องเป็นการส่งหรือนำออกนอกราชอาณาจักรเพื่อการศึกษาวิจัย การเผยแพร่ การประกอบ
หรือการซ่อมแซมเท่านั้น และต้องส่งหรือนำซากดึกดำบรรพ์นั้นกลับเข้ามาในราชอาณาจักรภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ในใบอนุญาตซึ่งต้องไม่เกินสองปีนับแต่วันออกใบอนุญาต
ในกรณีมีเหตุจำเป็นที่ไม่สามารถส่งหรือนำซากดึกดำบรรพ์
หรือซากดึกดำบรรพ์ที่ได้ถูกแปรสภาพหรือเปลี่ยนแปลงเป็นรูปลักษณะอื่นกลับเข้ามาในราชอาณาจักรภายในระยะเวลาตามวรรคหนึ่ง
ให้ผู้รับใบอนุญาตยื่นหนังสือขอขยายระยะเวลาต่ออธิบดีก่อนสิ้นสุดระยะเวลาที่กำหนดไว้ในใบอนุญาตไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน
โดยให้ขยายระยะเวลาได้ไม่เกินหนึ่งปี
ในกรณีมีเหตุสุดวิสัยทำให้ผู้รับใบอนุญาตไม่สามารถยื่นหนังสือขอขยายระยะเวลาต่ออธิบดีได้ทันตามกำหนดระยะเวลาในวรรคสอง
ให้ผู้รับใบอนุญาตยื่นหนังสือขอขยายระยะเวลาต่ออธิบดีภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่เหตุสุดวิสัยนั้นสิ้นสุดลง
ข้อ ๓ ผู้ใดประสงค์จะส่งหรือนำซากดึกดำบรรพ์
หรือซากดึกดำบรรพ์ที่ได้ถูกแปรสภาพหรือเปลี่ยนแปลงเป็นรูปลักษณะอื่นซึ่งเป็นซากดึกดำบรรพ์ที่พบในราชอาณาจักร
ตามข้อ ๑ (๑) หรือ (๒) ออกนอกราชอาณาจักร ให้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตต่ออธิบดี
พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอและเอกสารและหลักฐานดังต่อไปนี้
(๑) บัญชีรายการพร้อมภาพถ่ายซากดึกดำบรรพ์
หรือซากดึกดำบรรพ์ที่ได้ถูกแปรสภาพหรือเปลี่ยนแปลงเป็นรูปลักษณะอื่นซึ่งเป็นซากดึกดำบรรพ์ที่พบในราชอาณาจักรที่ประสงค์จะส่งหรือนำออกนอกราชอาณาจักร
(๒) หลักฐานการขึ้นทะเบียนซากดึกดำบรรพ์
สำหรับการขอรับใบอนุญาตเพื่อส่งหรือนำซากดึกดำบรรพ์ที่ขึ้นทะเบียนออกนอกราชอาณาจักร
(๓) เอกสารหรือหลักฐานแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับการศึกษาวิจัย
การเผยแพร่ การประกอบหรือการซ่อมแซมดังต่อไปนี้
(ก) วัตถุประสงค์ของการศึกษาวิจัย การเผยแพร่ การประกอบ
หรือการซ่อมแซม
(ข) วิธีการและระยะเวลาของการศึกษาวิจัย การเผยแพร่ การประกอบ
หรือการซ่อมแซม
(ค) สถานที่ทำการศึกษาวิจัย การเผยแพร่ การประกอบ หรือการซ่อมแซม
(ง) หนังสือตอบรับของผู้รับศึกษาวิจัย เผยแพร่ ประกอบ หรือซ่อมแซม
ข้อ ๔ ผู้ใดประสงค์จะส่งหรือนำซากดึกดำบรรพ์
หรือซากดึกดำบรรพ์ที่ได้ถูกแปรสภาพหรือเปลี่ยนแปลงเป็นรูปลักษณะอื่นซึ่งเป็นซากดึกดำบรรพ์ที่พบในราชอาณาจักรตามข้อ
๑ (๓) ออกนอกราชอาณาจักร ให้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตต่ออธิบดี
พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอและเอกสารและหลักฐานตามข้อ ๓ (๑)
ข้อ ๕ การยื่นคำขอรับใบอนุญาตตามข้อ
๓ และข้อ ๔
ให้ผู้ขอรับใบอนุญาตนำซากดึกดำบรรพ์หรือซากดึกดำบรรพ์ที่ได้ถูกแปรสภาพหรือเปลี่ยนแปลงเป็นรูปลักษณะอื่น
ซึ่งเป็นซากดึกดำบรรพ์ที่พบในราชอาณาจักรที่จะส่งหรือนำออกนอกราชอาณาจักรมาแสดง ณ
สถานที่ที่ยื่นคำขอรับใบอนุญาตเพื่อทำการตรวจพิสูจน์
ในกรณีที่ไม่สามารถนำซากดึกดำบรรพ์หรือซากดึกดำบรรพ์ที่ได้ถูกแปรสภาพหรือเปลี่ยนแปลงเป็นรูปลักษณะอื่นมาแสดงได้ตามวรรคหนึ่ง
ให้ผู้ขอรับใบอนุญาตยื่นคำขอเป็นหนังสือพร้อมทั้งแสดงเหตุผลเพื่อขอให้ทำการตรวจพิสูจน์
ณ
สถานที่เก็บซากดึกดำบรรพ์หรือซากดึกดำบรรพ์ที่ได้ถูกแปรสภาพหรือเปลี่ยนแปลงเป็นรูปลักษณะอื่น
และให้ผู้ขอรับใบอนุญาตอำนวยความสะดวกในการตรวจพิสูจน์
ข้อ ๖ เมื่อได้รับคำขอรับใบอนุญาต
ให้อธิบดีตรวจสอบความถูกต้องและครบถ้วนของคำขอรับใบอนุญาตและเอกสารและหลักฐาน
หากไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน
ให้อธิบดีแจ้งให้ผู้ขอรับใบอนุญาตแก้ไขเพิ่มเติมคำขอรับใบอนุญาตหรือจัดส่งเอกสารหรือหลักฐานให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลาที่อธิบดีกำหนด
ในกรณีที่ผู้ขอรับใบอนุญาตไม่แก้ไขเพิ่มเติมคำขอรับใบอนุญาตหรือไม่จัดส่งเอกสารหรือหลักฐานให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลาตามวรรคหนึ่ง
ให้ถือว่าผู้ขอรับใบอนุญาตไม่ประสงค์จะให้ดำเนินการต่อไป
และให้อธิบดีจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ
ข้อ ๗ ให้อธิบดีมีหนังสือแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ขอรับใบอนุญาตทราบภายในหกสิบวันนับแต่วันที่อธิบดีได้รับคำขอรับใบอนุญาตและเอกสารและหลักฐานที่ถูกต้องและครบถ้วน
ในกรณีที่อธิบดีมีคำสั่งไม่ออกใบอนุญาต
ให้แสดงเหตุผลไว้ในคำขอรับใบอนุญาต
และให้แจ้งเหตุผลดังกล่าวพร้อมด้วยสิทธิอุทธรณ์ไว้ในหนังสือแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ขอรับใบอนุญาตทราบด้วย
ข้อ ๘ เมื่อผู้ขอรับใบอนุญาตมารับใบอนุญาตและชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตแล้ว
ให้อธิบดีออกใบอนุญาตให้แก่ผู้ขอรับใบอนุญาต ทั้งนี้
อธิบดีอาจกำหนดรายละเอียดของเงื่อนไขที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองซากดึกดำบรรพ์ไว้ในใบอนุญาตด้วยก็ได้
หากผู้ขอรับใบอนุญาตไม่มารับใบอนุญาตภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่งออกใบอนุญาต
ให้ถือว่าผู้ขอรับใบอนุญาตสละสิทธิการเป็นผู้รับใบอนุญาต
และให้อธิบดีจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ
ข้อ ๙ ซากดึกดำบรรพ์
หรือซากดึกดำบรรพ์ที่ได้ถูกแปรสภาพหรือเปลี่ยนแปลงเป็นรูปลักษณะอื่นซึ่งเป็นซากดึกดำ
บรรพ์ที่พบในราชอาณาจักร
ที่ได้รับอนุญาตให้ส่งหรือนำออกนอกราชอาณาจักรเพื่อการศึกษาวิจัย การเผยแพร่
การประกอบ
หรือการซ่อมแซมจะต้องมีบัตรแสดงหมายเลขใบอนุญาตพร้อมประทับตรากรมทรัพยากรธรณี
แสดงไว้กับซากดึกดำบรรพ์นั้นทุกชิ้น
ข้อ ๑๐ ผู้รับใบอนุญาตให้ส่งหรือนำซากดึกดำบรรพ์
หรือซากดึกดำบรรพ์ที่ได้ถูกแปรสภาพหรือเปลี่ยนแปลงเป็นรูปลักษณะอื่นซึ่งเป็นซากดึกดำบรรพ์ที่พบในราชอาณาจักรออกนอกราชอาณาจักร
เพื่อการศึกษาวิจัย การเผยแพร่ การประกอบ หรือการซ่อมแซมต้องแจ้งการส่งหรือนำซากดึกดำบรรพ์กลับเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นหนังสือต่ออธิบดีภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้ส่งหรือนำกลับเข้ามาในราชอาณาจักร
พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานดังต่อไปนี้
(๑) ใบอนุญาตให้ส่งหรือนำ ซากดึกดำ บรรพ์ หรือซากดึกดำ
บรรพ์ที่ได้ถูกแปรสภาพหรือเปลี่ยนแปลงเป็นรูปลักษณะอื่นซึ่งเป็นซากดึกดำบรรพ์ที่พบในราชอาณาจักรออกนอกราชอาณาจักรเพื่อการศึกษาวิจัย
การเผยแพร่ การประกอบ หรือการซ่อมแซม
(๒) ซากดึกดำบรรพ์
หรือซากดึกดำบรรพ์ที่ได้ถูกแปรสภาพหรือเปลี่ยนแปลงเป็นรูปลักษณะอื่น ซึ่งเป็นซากดึกดำบรรพ์ที่พบในราชอาณาจักรที่ได้รับอนุญาต
(๓) รายงานผลการศึกษาวิจัย การเผยแพร่ การประกอบ หรือการซ่อมแซม
ในกรณีที่ไม่สามารถนำซากดึกดำบรรพ์
หรือซากดึกดำบรรพ์ที่ได้ถูกแปรสภาพหรือเปลี่ยนแปลงเป็นรูปลักษณะอื่นซึ่งเป็นซากดึกดำบรรพ์ที่พบในราชอาณาจักรที่ได้รับอนุญาตมาแสดง
ณ สถานที่ที่ยื่นคำขอรับใบอนุญาตได้ ให้นำความในข้อ ๕ วรรคสอง
มาใช้บังคับโดยอนุโลม
ข้อ ๑๑ ในกรณีที่ใบอนุญาตสูญหาย ถูกทำลาย
หรือชำรุดในสาระสำคัญ ให้ผู้รับใบอนุญาตยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาตต่ออธิบดี
พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอรับใบแทนใบอนุญาต
ใบแทนใบอนุญาตให้ใช้แบบใบอนุญาตเดิม และให้ระบุว่า ใบแทน ไว้ที่ด้านหน้าด้วย
ข้อ ๑๒ แบบคำขอรับใบอนุญาต แบบใบอนุญาต
และแบบคำขอรับใบแทนใบอนุญาตให้เป็นไปตามที่อธิบดีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ข้อ ๑๓ การยื่นคำขอรับใบอนุญาตและคำขอรับใบแทนใบอนุญาต
ให้ยื่น ณ สถานที่ ดังต่อไปนี้
(๑) กรุงเทพมหานคร ให้ยื่น ณ กรมทรัพยากรธรณี
(๒) จังหวัดอื่น ให้ยื่น ณ
พิพิธภัณฑ์ซากดึกดำบรรพ์ธรณีวิทยาและธรรมชาติวิทยาที่ตั้งอยู่ในจังหวัดนั้น
ในกรณีที่จังหวัดใดไม่มีพิพิธภัณฑ์ซากดึกดำบรรพ์ธรณีวิทยาและธรรมชาติวิทยา ให้ยื่น
ณ พิพิธภัณฑ์ซากดึกดำบรรพ์ธรณีวิทยาและธรรมชาติวิทยาในจังหวัดใกล้เคียง
หรือกรมทรัพยากรธรณีหรือสถานที่ที่อธิบดีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ให้ไว้
ณ วันที่ ๒๗ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๕
ปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
[เอกสารแนบท้าย]
๑. บัญชีท้ายกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ
และเงื่อนไขการส่งหรือนำซากดึกดำบรรพ์
หรือซากดึกดำบรรพ์ที่ได้ถูกแปรสภาพหรือเปลี่ยนแปลงเป็นรูปลักษณะอื่นซึ่งเป็นซากดึกดำบรรพ์ที่พบในราชอาณาจักร
ออกนอกราชอาณาจักร พ.ศ. ๒๕๕๕
(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)
หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๓๕ วรรคสอง
แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองซากดึกดำบรรพ์ พ.ศ. ๒๕๕๑ บัญญัติให้การขอรับใบอนุญาต
การอนุญาต และการออกใบแทนใบอนุญาตให้ส่งหรือนำซากดึกดำบรรพ์
หรือซากดึกดำบรรพ์ที่ได้ถูกแปรสภาพหรือเปลี่ยนแปลงเป็นรูปลักษณะอื่น ซึ่งเป็นซากดึกดำบรรพ์ที่พบในราชอาณาจักร
ออกนอกราชอาณาจักร เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ปริยานุช/ผู้จัดทำ
๑๔ พฤษภาคม
๒๕๕๕
ชาญ/ผู้ตรวจ
๑๖ พฤษภาคม
๒๕๕๕
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๒๙/ตอนที่ ๔๑ ก/หน้า ๒๔/๑๑ พฤษภาคม ๒๕๕๕
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).