法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

กฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักนายกรัฐมนตรี (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
10
มาตรา อารัมภบท

กฎกระทรวง

กฎกระทรวง

แบ่งส่วนราชการสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สำนักนายกรัฐมนตรี (ฉบับที่ ๒)

พ.ศ. ๒๕๖๐[๑]

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๘ ฉ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๓๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๔๓ นายกรัฐมนตรีออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ให้ยกเลิกความในข้อ ๓ แห่งกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักนายกรัฐมนตรี พ.ศ. ๒๕๕๖ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๓ ให้แบ่งส่วนราชการสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ดังต่อไปนี้

(๑) สำนักงานเลขาธิการ

(๒) กองกฎหมายกระบวนการยุติธรรม

(๓) กองกฎหมายการเงินการคลัง

(๔) กองกฎหมายการบริหารราชการแผ่นดิน

(๕) กองกฎหมายการพาณิชย์และอุตสาหกรรม

(๖) กองกฎหมายการศึกษาและวัฒนธรรม

(๗) กองกฎหมายต่างประเทศ

(๘) กองกฎหมายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

(๙) กองกฎหมายเทคโนโลยีและการคมนาคม

(๑๐) กองกฎหมายไทย

(๑๑) กองกฎหมายปกครอง

(๑๒) กองกฎหมายสวัสดิการสังคม

(๑๓) กองพัฒนากฎหมาย

(๑๔) กองหลักนิติบัญญัติ

(๑๕) สถาบันพัฒนานักกฎหมายมหาชน”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ให้ยกเลิกข้อ ๔ แห่งกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักนายกรัฐมนตรี พ.ศ. ๒๕๕๖

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ยกเลิกความในข้อ ๑๔ ข้อ ๑๕ ข้อ ๑๖ ข้อ ๑๗ ข้อ ๑๘ ข้อ ๑๙ ข้อ ๒๐และข้อ ๒๑ แห่งกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักนายกรัฐมนตรีพ.ศ. ๒๕๕๖ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๑๔ กองกฎหมายต่างประเทศ มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

(๑) ศึกษา ค้นคว้า และวิเคราะห์กฎหมายต่างประเทศและเอกสารทางกฎหมายของต่างประเทศ รวมทั้งศึกษาเปรียบเทียบกฎหมายต่างประเทศกับกฎหมายไทย เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติงานของสำนักงาน

(๒) จัดทำคำแปลกฎหมายและเอกสารทางกฎหมายอย่างเป็นทางการ เพื่อใช้อ้างอิงความถูกต้องของกฎหมายไทย

(๓) ให้ความเห็นทางกฎหมายเป็นภาษาต่างประเทศ ตามที่คณะรัฐมนตรี หน่วยงานของรัฐ สถานทูตของรัฐบาลต่างประเทศ และองค์การระหว่างประเทศ ร้องขอ

(๔) ให้ความเห็นเกี่ยวกับการกู้เงินต่างประเทศและการออกพันธบัตร

(๕) ประสานงานด้านกฎหมายกับต่างประเทศในการติดต่อเกี่ยวกับการประชุม การประสานด้านเอกสาร การติดต่อประสานงานกับผู้เชี่ยวชาญของต่างประเทศ และงานที่เกี่ยวกับวิเทศสัมพันธ์

(๖) ให้การสนับสนุนด้านภาษาต่างประเทศในการปฏิบัติงานของส่วนราชการในสำนักงาน หรือตามที่เลขาธิการมอบหมาย

(๗) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือที่ได้รับมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ กองกฎหมายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รับผิดชอบงานกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรธรรมชาติทุกประเภท การเกษตร การผังเมือง การเวนคืน การควบคุมอาคาร การใช้ประโยชน์ที่ดิน และการพัฒนาพื้นที่และสิ่งแวดล้อม โดยมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

(๑) จัดทำร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายในความรับผิดชอบ

(๒) ให้ความเห็นทางกฎหมายแก่หน่วยงานของรัฐ หรือตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี หรือมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายในความรับผิดชอบ

(๓) จัดทำคำอธิบายหลักการ ที่มาของร่างกฎหมาย ข้อมูลทางวิชาการ ผลสรุปการวิเคราะห์หรือวิจัยทางวิชาการที่เกี่ยวข้อง ผลการรับฟังความคิดเห็น กลไกการใช้บังคับ และคำอธิบายร่างกฎหมายรายมาตรา เพื่อประกอบการจัดทำบันทึกเจตนารมณ์กฎหมายตามมาตรฐานที่สำนักงานกำหนด

(๔) วิเคราะห์ความเห็นทางกฎหมายของคณะกรรมการกฤษฎีกาหรือองค์กรที่มีอำนาจตีความกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายในความรับผิดชอบ และจัดทำเป็นข้อมูลหลักกฎหมายเพื่อใช้อ้างอิงเป็นบรรทัดฐานการตีความกฎหมาย

(๕) สนับสนุนการปฏิบัติงานของคณะรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรี ตามที่ได้รับมอบหมาย รวมทั้งให้คำปรึกษาและปฏิบัติงานร่วมกับหน่วยงานอื่นของรัฐในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายในความรับผิดชอบ

(๖) สนับสนุนการปฏิบัติงานของรัฐสภาในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายในความรับผิดชอบ

(๗) รับผิดชอบปฏิบัติงานเป็นฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการกฤษฎีกา

(๘) ติดตาม รวบรวม ศึกษา วิเคราะห์ และวิจัยในทางวิชาการเกี่ยวกับกฎหมายในความรับผิดชอบ เพื่อเสนอแนะให้มีการตรา ปรับปรุง หรือแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมาย

(๙) ปฏิบัติงานอื่นตามที่ได้รับมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ กองกฎหมายเทคโนโลยีและการคมนาคม รับผิดชอบงานกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและอิเล็กทรอนิกส์ การพลังงาน การสื่อสาร การคมนาคม และโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ โดยมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

(๑) จัดทำร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายในความรับผิดชอบ

(๒) ให้ความเห็นทางกฎหมายแก่หน่วยงานของรัฐ หรือตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี หรือมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายในความรับผิดชอบ

(๓) จัดทำคำอธิบายหลักการ ที่มาของร่างกฎหมาย ข้อมูลทางวิชาการ ผลสรุปการวิเคราะห์หรือวิจัยทางวิชาการที่เกี่ยวข้อง ผลการรับฟังความคิดเห็น กลไกการใช้บังคับ และคำอธิบายร่างกฎหมายรายมาตรา เพื่อประกอบการจัดทำบันทึกเจตนารมณ์กฎหมายตามมาตรฐานที่สำนักงานกำหนด

(๔) วิเคราะห์ความเห็นทางกฎหมายของคณะกรรมการกฤษฎีกาหรือองค์กรที่มีอำนาจตีความกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายในความรับผิดชอบ และจัดทำเป็นข้อมูลหลักกฎหมายเพื่อใช้อ้างอิงเป็นบรรทัดฐานการตีความกฎหมาย

(๕) สนับสนุนการปฏิบัติงานของคณะรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรี ตามที่ได้รับมอบหมาย รวมทั้งให้คำปรึกษาและปฏิบัติงานร่วมกับหน่วยงานอื่นของรัฐในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายในความรับผิดชอบ

(๖) สนับสนุนการปฏิบัติงานของรัฐสภาในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายในความรับผิดชอบ

(๗) รับผิดชอบปฏิบัติงานเป็นฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการกฤษฎีกา

(๘) ติดตาม รวบรวม ศึกษา วิเคราะห์ และวิจัยในทางวิชาการเกี่ยวกับกฎหมายในความรับผิดชอบ เพื่อเสนอแนะให้มีการตรา ปรับปรุง หรือแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมาย

(๙) ปฏิบัติงานอื่นตามที่ได้รับมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ กองกฎหมายไทย มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

(๑) ดำเนินการเกี่ยวกับงานวิชาการทางกฎหมายที่สำนักงานดำเนินการเสร็จแล้ว โดยจัดทำเป็นคำอธิบายกฎหมาย เพื่อเผยแพร่หรือใช้ในการค้นคว้าอ้างอิงแก่ประชาชนโดยทั่วไป

(๒) ดำเนินการเกี่ยวกับงานวิชาการทางกฎหมายที่เลขาธิการมอบหมาย และประสานงานด้านข้อมูลทางกฎหมาย เพื่อประโยชน์ในการประชุมคณะรัฐมนตรีของเลขาธิการ รวมทั้งปฏิบัติงานตามคำสั่งของเลขาธิการร่วมกับหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

(๓) ศึกษา วิเคราะห์ประเด็นทางกฎหมาย วิเคราะห์ข้อเท็จจริง และเสนอความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาของเลขาธิการเกี่ยวกับการร่างกฎหมายและการให้ความเห็นทางกฎหมาย รวมทั้งดำเนินการเกี่ยวกับงานเลขานุการของเลขาธิการ

(๔) ดำเนินการเกี่ยวกับการประสานงานและติดตามข้อมูลด้านกฎหมายของประเทศและจัดทำระบบติดตามความเคลื่อนไหวในระบบข้อมูลด้านกฎหมายของประเทศให้เป็นปัจจุบัน เพื่อประโยชน์ในการติดตามและการบริหารกฎหมาย รวมทั้งรายงานต่อคณะรัฐมนตรี

(๕) ดำเนินการรวบรวมข้อมูลกฎหมาย คำแปลกฎหมาย คำวินิจฉัยขององค์กรต่าง ๆ ตามกฎหมาย ตำรา บทความ และเอกสารอื่นเพื่อการค้นคว้าอ้างอิง เพื่อนำมาวิเคราะห์และจัดทำเป็นข้อมูลให้เป็นหมวดหมู่ในระบบข้อมูลของสำนักงานให้เหมาะสมแก่สภาพการใช้ประโยชน์ในด้านกฎหมายและมีความถูกต้องเชื่อถือได้

(๖) ดำเนินการพัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศ เพื่อให้บริการข้อมูลทางกฎหมายแก่การปฏิบัติงานของรัฐบาล รัฐสภา ศาล ส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ และหน่วยงานของรัฐที่เป็นอิสระ เพื่อให้เข้าถึงข้อมูลกฎหมายด้วยระบบคอมพิวเตอร์ รวมทั้งให้บริการแก่ประชาชนและภาคเอกชนเพื่อให้มีข้อมูลที่ตรงกัน

(๗) ประสานงานและให้ความร่วมมือในการเชื่อมต่อโครงข่ายคอมพิวเตอร์กับหน่วยงานอื่น เพื่อให้การใช้ข้อมูลสามารถเข้าถึงทุกข้อมูลได้อย่างครบถ้วน

(๘) ดำเนินการด้านห้องสมุดทางกฎหมาย โดยรวบรวมและจัดหาเอกสารทางวิชาการทั้งภาษาไทยและภาษาต่างประเทศ และข้อมูลความก้าวหน้าทางกฎหมาย เพื่อเป็นแหล่งข้อมูลทางกฎหมายของประเทศที่สมบูรณ์ สามารถสนองตอบต่องานของรัฐบาล รัฐสภา ศาล ส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ หน่วยงานของรัฐที่เป็นอิสระ ประชาชน และภาคเอกชน

(๙) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ กองกฎหมายปกครอง มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

(๑) ให้ความเห็นและคำแนะนำแก่เจ้าหน้าที่ของรัฐในการปฏิบัติราชการให้ถูกต้องตามหลักกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองและกฎหมายว่าด้วยความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

(๒) ศึกษาและวิเคราะห์ทฤษฎีกฎหมายมหาชนของต่างประเทศ โดยเปรียบเทียบกับวิธีปฏิบัติราชการของไทย เพื่อสร้างหลักกฎหมายมหาชน และปรับปรุงหรือพัฒนากฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองและกฎหมายว่าด้วยความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

(๓) รับผิดชอบปฏิบัติงานเป็นฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง

(๔) เผยแพร่ความรู้ ความเข้าใจ ตลอดจนจัดทำเอกสารทางวิชาการเกี่ยวกับกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง กฎหมายว่าด้วยความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ และหลักกฎหมายปกครองที่เกี่ยวข้องให้แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐและประชาชน

(๕) ติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานของหน่วยงานของรัฐในการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง และดำเนินการแก้ไขเพื่อให้การปฏิบัติราชการของหน่วยงานของรัฐเป็นไปโดยถูกต้องตามกฎหมาย

(๖) ศึกษา วิเคราะห์ และรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการนำวิธีการหรือแนวทางทั้งของประเทศไทยและต่างประเทศที่เกี่ยวกับการพัฒนาหลักประชาธิปไตยแต่ละเรื่อง เพื่อดำเนินการแปลงแนวความคิดนั้นให้เกิดผลในทางปฏิบัติเป็นเรื่องใหม่ ๆ ในการปฏิบัติราชการที่สอดคล้องกับหลักประชาธิปไตย

(๗) เสนอแนะการจัดให้มีหรือการปรับปรุงกฎหมาย กฎ ระเบียบ มติของคณะรัฐมนตรีหรือคำสั่ง เพื่อให้การปฏิบัติราชการสอดคล้องกับหลักประชาธิปไตยโดยมีความโปร่งใสและสนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชน

(๘) ส่งเสริมมาตรการต่าง ๆ เกี่ยวกับการมีส่วนร่วมของประชาชนในการปฏิบัติราชการและรับผิดชอบดำเนินการตามแผนงานของรัฐในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมความโปร่งใส และการมีส่วนร่วมของประชาชนในการปฏิบัติราชการ

(๙) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ กองกฎหมายสวัสดิการสังคม รับผิดชอบงานกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับแรงงาน การจัดสวัสดิการให้แก่ผู้ด้อยโอกาส การคุ้มครองสังคม และการสาธารณสุข โดยมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

(๑) จัดทำร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายในความรับผิดชอบ

(๒) ให้ความเห็นทางกฎหมายแก่หน่วยงานของรัฐ หรือตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี หรือมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายในความรับผิดชอบ

(๓) จัดทำคำอธิบายหลักการ ที่มาของร่างกฎหมาย ข้อมูลทางวิชาการ ผลสรุปการวิเคราะห์หรือวิจัยทางวิชาการที่เกี่ยวข้อง ผลการรับฟังความคิดเห็น กลไกการใช้บังคับ และคำอธิบายร่างกฎหมายรายมาตรา เพื่อประกอบการจัดทำบันทึกเจตนารมณ์กฎหมายตามมาตรฐานที่สำนักงานกำหนด

(๔) วิเคราะห์ความเห็นทางกฎหมายของคณะกรรมการกฤษฎีกาหรือองค์กรที่มีอำนาจตีความกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายในความรับผิดชอบ และจัดทำเป็นข้อมูลหลักกฎหมายเพื่อใช้อ้างอิงเป็นบรรทัดฐานการตีความกฎหมาย

(๕) สนับสนุนการปฏิบัติงานของคณะรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรี ตามที่ได้รับมอบหมาย รวมทั้งให้คำปรึกษาและปฏิบัติงานร่วมกับหน่วยงานอื่นของรัฐในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายในความรับผิดชอบ

(๖) สนับสนุนการปฏิบัติงานของรัฐสภาในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายในความรับผิดชอบ

(๗) รับผิดชอบปฏิบัติงานเป็นฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการกฤษฎีกา

(๘) ติดตาม รวบรวม ศึกษา วิเคราะห์ และวิจัยในทางวิชาการเกี่ยวกับกฎหมายในความรับผิดชอบ เพื่อเสนอแนะให้มีการตรา ปรับปรุง หรือแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมาย

(๙) ปฏิบัติงานอื่นตามที่ได้รับมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ กองพัฒนากฎหมาย รับผิดชอบงานเกี่ยวกับการวิจัยและพัฒนากฎหมายของสำนักงาน โดยมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

(๑) ติดตาม ตรวจสอบ และวิเคราะห์ปัญหาเกี่ยวกับสภาพกฎหมาย การบังคับใช้กฎหมายและการปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมาย ที่เกิดขึ้นในสังคมเพื่อพัฒนากฎหมายให้ทันสมัย และสอดคล้องกับบริบทของสังคมไทย รวมทั้งสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ ยุทธศาสตร์ชาติ แผนการปฏิรูปประเทศ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และนโยบายของรัฐบาล

(๒) ร่วมดำเนินการในการจัดทำแผนการบริหารราชการแผ่นดิน และจัดทำแผนนิติบัญญัติ

(๓) รับผิดชอบปฏิบัติงานเป็นฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการพัฒนากฎหมายและคณะอนุกรรมการและคณะทำงานของคณะกรรมการดังกล่าว

(๔) ศึกษา วิจัย และให้ความเห็นเกี่ยวกับการพัฒนาตัวบทกฎหมาย การบังคับใช้กฎหมายและการปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมาย

(๕) จัดทำร่างกฎหมายตามมติคณะกรรมการพัฒนากฎหมาย และดำเนินการให้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน รวมทั้งดำเนินการวิเคราะห์ผลกระทบในการออกกฎหมาย ตามที่คณะกรรมการพัฒนากฎหมายมอบหมาย

(๖) จัดทำและพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อประโยชน์ในการพัฒนากฎหมายและการเข้าถึงข้อมูลวิชาการที่เกี่ยวกับการพัฒนากฎหมายของประชาชน

(๗) ดำเนินการเกี่ยวกับเงินทุนหมุนเวียนเพื่อพัฒนากฎหมาย

(๘) ประสานงานการจัดทำแผนการพัฒนากฎหมายร่วมกับหน่วยงานอื่น

(๙) ติดตามและประเมินผลการวิจัยตามแผนงานหรือโครงการในความรับผิดชอบ

(๑๐) พิจารณาทบทวนกฎหมายตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการทบทวนความเหมาะสมของกฎหมาย

(๑๑) จัดทำ ติดตาม ประเมิน และพัฒนาหลักเกณฑ์การวิเคราะห์ผลกระทบในการออกกฎหมาย

(๑๒) จัดทำ ติดตาม ประเมิน และพัฒนาหลักเกณฑ์การรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสียและผู้เกี่ยวข้องในการออกกฎหมาย

(๑๓) ประชาสัมพันธ์ เผยแพร่ ตลอดจนจัดทำเอกสารทางวิชาการที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนากฎหมายให้แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐและประชาชน

(๑๔) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ กองหลักนิติบัญญัติ มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

(๑) ตรวจสอบกฎหมายเพื่อทำการวิเคราะห์กำหนดรูปแบบของกฎหมายให้เป็นมาตรฐานกลางเพื่อใช้เป็นเกณฑ์ในการบัญญัติกฎหมายของประเทศ

(๒) ศึกษา ค้นคว้า และให้ความเห็นเกี่ยวกับรูปแบบของกฎหมาย และการใช้ถ้อยคำในกฎหมายเพื่อให้ระบบกฎหมายไทยมีความสอดคล้องกันและเป็นไปโดยถูกต้องตามหลักวิชาการ

(๓) วางแผนและประสานงานด้านการนิติบัญญัติเกี่ยวกับการเสนอร่างกฎหมายต่อคณะรัฐมนตรีและรัฐสภา รวมทั้งตรวจสอบสภาพปัญหาในการพิจารณาร่างกฎหมาย เพื่อเสนอแนะการแก้ไขปัญหาต่อรัฐบาล

(๔) ให้ความเห็นต่อรัฐบาลเกี่ยวกับหลักการของร่างกฎหมายที่เสนอโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

(๕) ติดตามและจัดทำข้อมูลความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับร่างกฎหมายที่เสนอต่อรัฐสภาทั้งร่างกฎหมายของรัฐบาล ร่างกฎหมายที่เสนอโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และร่างกฎหมายที่เสนอโดยประชาชน

(๖) สนับสนุนการปฏิบัติงานด้านกฎหมายเพื่อให้ความร่วมมือในการปฏิบัติหน้าที่ของรัฐสภา

(๗) จัดทำร่างกฎหมายที่ไม่อยู่ในความรับผิดชอบของกองอื่น

(๘) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมาย”

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นข้อ ๒๒ แห่งกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักนายกรัฐมนตรี พ.ศ. ๒๕๕๖

“ข้อ ๒๒ สถาบันพัฒนานักกฎหมายมหาชน มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

(๑) ศึกษา วิเคราะห์ และจัดทำหลักสูตรการศึกษากฎหมายมหาชนและหลักสูตรอื่นที่เกี่ยวกับการปฏิบัติงานด้านกฎหมายให้มีความเหมาะสมกับบุคลากรภาครัฐในแต่ละระดับ และแต่ละสาขา

(๒) ดำเนินการจัดและสนับสนุนการจัดการฝึกอบรมและการพัฒนาข้าราชการให้มีความรู้เกี่ยวกับกฎหมายมหาชนและการปฏิบัติงานด้านกฎหมายในการปฏิบัติราชการทางปกครอง

(๓) ดำเนินการเกี่ยวกับการส่งเสริม สนับสนุน และประสานงานกับสถาบันการศึกษาอื่นเพื่อพัฒนาผู้สอนกฎหมายมหาชนให้มีประสิทธิภาพ รวมทั้งการพัฒนาเอกสารทางวิชาการและตำราประกอบการเรียนการสอนกฎหมายมหาชน

(๔) ดำเนินการเกี่ยวกับการทดสอบและประเมินผล เพื่อวัดความรู้นักกฎหมายกฤษฎีกาและนักกฎหมายมหาชนภาครัฐ

(๕) ประสานงานกับสถาบันการศึกษาและหน่วยงานของรัฐเกี่ยวกับการจัดทำหลักสูตรด้านกฎหมาย

(๖) ให้การสนับสนุนวิทยากรเพื่อเผยแพร่ความรู้ด้านกฎหมาย

(๗) ประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ข้อมูลทางวิชาการหรือข่าวสารเกี่ยวกับความรู้ด้านกฎหมาย

(๘) ส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการพัฒนาความรู้แก่ข้าราชการสำนักงานในด้านต่าง ๆ

(๙) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมาย”

ให้ไว้ ณ วันที่ ๓๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๐

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา

นายกรัฐมนตรี

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรยกฐานะฝ่ายพัฒนากฎหมายเป็นกองพัฒนากฎหมาย และปรับปรุงอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการดังกล่าว เพื่อให้สอดคล้องกับภารกิจที่เพิ่มขึ้นและเหมาะสมกับสภาพของงานที่เปลี่ยนแปลงไป อันจะทำให้การปฏิบัติภารกิจตามอำนาจหน้าที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลยิ่งขึ้น และเปลี่ยนชื่อสำนักกฎหมายต่างประเทศเป็นกองกฎหมายต่างประเทศ สำนักกฎหมายปกครองเป็นกองกฎหมายปกครอง และสำนักหลักนิติบัญญัติเป็นกองหลักนิติบัญญัติ เพื่อให้เหมาะสมยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

ภวรรณตรี/จัดทำ

๓ เมษายน ๒๕๖๐

ปุณิกา/ตรวจ

๓ เมษายน ๒๕๖๐

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๔/ตอนที่ ๓๗ ก/หน้า ๑๙/๑ เมษายน ๒๕๖๐

10 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

กฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักนายกรัฐมนตรี (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_0c037990ecefcb29

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com