อารัมภบท
กฎกระทรวง การขอจดทะเบียนและการรับจดทะเบียนท่าเทียบเรือประมง พ.ศ. ๒๕๕๙[๑] อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๖ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๗ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
กฎกระทรวง การขอจดทะเบียนและการรับจดทะเบียนท่าเทียบเรือประมง พ.ศ. ๒๕๕๙[๑] อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๖ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๗ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ผู้ใดประสงค์จะจดทะเบียนท่าเทียบเรือของตนเป็นท่าเทียบเรือประมงตามมาตรา ๘๔ ให้ยื่นคำขอจดทะเบียนต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย พร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอ การยื่นคำขอจดทะเบียนตามวรรคหนึ่ง ให้ยื่น ณ สถานที่ ดังต่อไปนี้ (๑) กรุงเทพมหานคร ให้ยื่น ณ สำนักงานประมงพื้นที่กรุงเทพมหานคร กรมประมง ในกรณีที่ท่าเทียบเรือประมงนั้นตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร (๒) จังหวัดอื่น ให้ยื่น ณ ที่ว่าการอำเภอหรือสำนักงานประมงอำเภอแห่งท้องที่ที่ท่าเทียบเรือประมงนั้นตั้งอยู่ (๓) สถานที่และวิธีการอื่นตามที่อธิบดีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ข้อ ๒ เมื่อได้รับคำขอจดทะเบียนแล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องและครบถ้วนของคำขอจดทะเบียนและเอกสารหรือหลักฐานต่าง ๆ กรณีที่คำขอจดทะเบียนหรือเอกสารหรือหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน ให้แจ้งให้ผู้ขอจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมคำขอจดทะเบียน หรือจัดส่งเอกสารหรือหลักฐานให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนด กรณีที่ผู้ขอจดทะเบียนไม่แก้ไขเพิ่มเติมคำขอจดทะเบียน หรือไม่จัดส่งเอกสารหรือหลักฐานให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลาตามวรรคสอง ให้ถือว่าคำขอจดทะเบียนนั้นเป็นอันยกเลิกนับแต่วันที่พ้นกำหนดระยะเวลาดังกล่าว และให้พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ขอจดทะเบียนทราบ
ข้อ ๓ ในกรณีที่คำขอจดทะเบียนและเอกสารหรือหลักฐานถูกต้องและครบถ้วน ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ออกใบรับคำขอให้แก่ผู้ขอจดทะเบียน
ข้อ ๓/๑[๒] การขอจดทะเบียนท่าเทียบเรือให้แยกตามประเภทกิจกรรมของท่าเทียบเรือประมง ดังต่อไปนี้ (๑) ท่าเทียบเรือประมงพาณิชย์ (๒) ท่าเทียบเรือประมงสำหรับการนำเข้าสัตว์น้ำ (๓) ท่าเทียบเรือประมงที่บริการน้ำหรือน้ำแข็ง (๔) ท่าเทียบเรือประมงของโรงงานแปรรูปสัตว์น้ำ (๕) ท่าเทียบเรือประมงพื้นบ้าน (๖) ท่าเทียบเรือประมงที่ใช้สำหรับจอดพักเรือประมงเท่านั้น (๗) ท่าเทียบเรือประมงที่มีการขนถ่ายสัตว์น้ำสำหรับการผลิตอาหารสัตว์เท่านั้น ท่าเทียบเรือประมงตามวรรคหนึ่งต้องทำกิจกรรมตามประเภทที่ได้จดทะเบียนไว้ เว้นแต่ท่าเทียบเรือประมงตามวรรคหนึ่ง (๑) สามารถทำกิจกรรมได้ทุกประเภท ท่าเทียบเรือประมงตามวรรคหนึ่งต้องให้บริการจอด หรือเทียบท่า หรือขนถ่ายสัตว์น้ำหรือนำสัตว์น้ำขึ้นจากเรือประมงเฉพาะเรือที่มิได้เป็นเรือไร้สัญชาติตามกฎหมายว่าด้วยการประมงสำหรับการให้บริการดังกล่าวแก่เรือไร้สัญชาติให้ดำเนินการได้เฉพาะตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่
ข้อ ๔[๓] ท่าเทียบเรือที่จะจดทะเบียนเป็นท่าเทียบเรือประมงตามมาตรา ๘๔ ดังต่อไปนี้ ต้องมีหนังสือรับรองมาตรฐานด้านสุขอนามัยท่าเทียบเรือประมงตามมาตรา ๙๘ (๑) ท่าเทียบเรือประมงตามข้อ ๓/๑ (๑) (๒) (๓) และ (๔) (๒) ท่าเทียบเรือประมงตามข้อ ๓/๑ (๕) กรณีที่มีการส่งออกสัตว์น้ำหรือผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำ ในกรณีท่าเทียบเรือประมงของโรงงานแปรรูปสัตว์น้ำตามข้อ ๓/๑ (๔) ได้รับการรับรองมาตรฐานสุขอนามัยโรงงานแปรรูปสัตว์น้ำจากกรมประมง ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องมีหนังสือรับรองมาตรฐานด้านสุขอนามัยท่าเทียบเรือประมงตามวรรคหนึ่ง
ข้อ ๕ ให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายมีหนังสือแจ้งผลการพิจารณาไปยังผู้ขอจดทะเบียนภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับคำขอจดทะเบียนและเอกสารหรือหลักฐานถูกต้องและครบถ้วน กรณีมีคำสั่งไม่อนุญาต ให้แสดงเหตุผลและสิทธิอุทธรณ์ไว้ในหนังสือแจ้งผลการพิจารณาด้วย
ข้อ ๖ ใบทะเบียนท่าเทียบเรือประมงให้ใช้ได้ตลอดไปจนกว่าจะมีการเพิกถอน
ข้อ ๗ ผู้จดทะเบียนท่าเทียบเรือประมงต้องยื่นสำเนาหนังสือรับรองมาตรฐานด้านสุขอนามัยท่าเทียบเรือประมงต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย ณ สถานที่ที่กำหนดตามข้อ ๑ ทุกปี หลังจากที่ได้รับการจดทะเบียน โดยให้ยื่นภายในสามสิบวันนับแต่วันครบรอบระยะเวลาหนึ่งปีที่ได้รับการจดทะเบียน ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารตามวรรคหนึ่ง หากไม่ถูกต้องหรือผู้จดทะเบียนท่าเทียบเรือประมงไม่ยื่นเอกสารภายในกำหนดเวลาตามวรรคหนึ่ง ให้พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งให้ผู้จดทะเบียนท่าเทียบเรือประมงยื่นเอกสารให้ถูกต้องภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งหากผู้จดทะเบียนท่าเทียบเรือประมงไม่นำมายื่นภายในระยะเวลาที่กำหนด ให้พนักงานเจ้าหน้าที่เสนออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายเพื่อพิจารณาเพิกถอนใบทะเบียนท่าเทียบเรือประมงนั้น
ข้อ ๘ เจ้าของท่าเทียบเรือประมงที่ได้จดทะเบียนแล้ว ต้องแสดงใบทะเบียนท่าเทียบเรือประมง ณ ท่าเทียบเรือประมงนั้น
ข้อ ๙[๔] ในกรณีที่ปรากฏว่าเจ้าของท่าเทียบเรือที่ได้จดทะเบียนไว้มิได้ประกอบกิจการท่าเทียบเรือประมง หรือทำกิจกรรมไม่เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๓/๑ หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๘๕ หรือมาตรา ๘๖ วรรคสาม หรือประกาศที่ออกตามมาตราดังกล่าว หรือท่าเทียบเรือประมงไม่มีสุขอนามัยตามที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน ให้พนักงานเจ้าหน้าที่เสนออธิบดีเพื่อพิจารณาดำเนินการตามมาตรา ๑๑๒
ข้อ ๑๐[๕] ผู้จดทะเบียนท่าเทียบเรือประมงผู้ใดประสงค์จะเปลี่ยนแปลงแก้ไขรายการในใบทะเบียนท่าเทียบเรือประมงหรือเปลี่ยนประเภทกิจกรรมท่าเทียบเรือประมง ให้ยื่นคำขอเปลี่ยนแปลงแก้ไขรายการในใบทะเบียนท่าเทียบเรือประมงหรือคำขอเปลี่ยนประเภทกิจกรรมท่าเทียบเรือประมง แล้วแต่กรณี ต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย ณ สถานที่ที่กำหนดตามข้อ ๑ พร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอ
ข้อ ๑๑ คำขอจดทะเบียนท่าเทียบเรือประมง ใบทะเบียนท่าเทียบเรือประมง และคำขอเปลี่ยนแปลงแก้ไขรายการในใบทะเบียนท่าเทียบเรือประมง ให้เป็นไปตามแบบที่อธิบดีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ข้อ ๑๒ ในวาระเริ่มแรกภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ให้ผู้ยื่นคำขอจดทะเบียนท่าเทียบเรือประมงยื่นหนังสือรับรองมาตรฐานด้านสุขอนามัยท่าเทียบเรือประมงตามข้อ ๔ ซึ่งจะต้องไม่เกินหนึ่งปีนับแต่วันที่ได้จดทะเบียน ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๙ พลเอก ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๖ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๗ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ บัญญัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีอำนาจออกกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขอจดทะเบียนและการรับจดทะเบียนประกอบกับมาตรา ๘๔ แห่งพระราชกำหนดดังกล่าวบัญญัติให้ผู้ที่ประสงค์จะใช้ท่าเทียบเรือของตนเป็นท่าเทียบเรือประมง ต้องจดทะเบียนเป็นท่าเทียบเรือประมงต่อกรมประมง เว้นแต่ท่าเทียบเรือนั้นเป็นส่วนหนึ่งของกิจการแพปลาอยู่แล้ว จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้ กฎกระทรวงการขอจดทะเบียนและการรับจดทะเบียนท่าเทียบเรือประมง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๑[๖]
ข้อ ๕ ท่าเทียบเรือประมงใดที่ได้จดทะเบียนไว้ในวันก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับทำกิจกรรมไม่ตรงตามประเภทที่กำหนดไว้ในข้อ ๓/๑ ให้เจ้าของท่าเทียบเรือประมงดำเนินการเปลี่ยนแปลงประเภทของท่าเทียบเรือประมงให้สอดคล้องกับกิจกรรมของท่าเทียบเรือประมงภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ
ข้อ ๖ ท่าเทียบเรือประมงใดที่ได้จดทะเบียนไว้ในวันก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับและพบว่ามีเรือไร้สัญชาติตามกฎหมายว่าด้วยการประมงจอด หรือเทียบท่า หรือขนถ่าย สัตว์น้ำหรือนำสัตว์น้ำขึ้นจากเรือประมงอยู่ภายในบริเวณท่าเทียบเรือประมงของตน ให้แจ้งพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป ทั้งนี้ เจ้าของท่าเทียบเรือประมงที่ได้แจ้งพนักงานเจ้าหน้าที่ทันทีที่พบเรือดังกล่าว ให้สามารถประกอบกิจการท่าเทียบเรือประมงต่อไปได้โดยไม่ต้องถูกดำเนินการตามมาตรา ๑๑๒ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่ปัจจุบันกรมประมงได้มีการกำหนดมาตรฐานด้านสุขอนามัยท่าเทียบเรือประมงตามประเภทกิจกรรมของท่าเทียบเรือประมงที่ต้องผ่านการตรวจมาตรฐานด้านสุขอนามัยท่าเทียบเรือประมง สมควรแก้ไขเพิ่มเติมหลักเกณฑ์การขอจดทะเบียนท่าเทียบเรือประมงให้สอดคล้องกับมาตรฐานด้านสุขอนามัยท่าเทียบเรือประมง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้ พิมพ์มาดา/จัดทำ ๔ มกราคม ๒๕๖๒ [๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๓/ตอนที่ ๑๘ ก/หน้า ๑๓/๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙ [๒] ข้อ ๓/๑ เพิ่มโดยกฎกระทรวงการขอจดทะเบียนและการรับจดทะเบียนท่าเทียบเรือประมง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๑ [๓] ข้อ ๔ แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวงการขอจดทะเบียนและการรับจดทะเบียนท่าเทียบเรือประมง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๑ [๔] ข้อ ๙ แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวงการขอจดทะเบียนและการรับจดทะเบียนท่าเทียบเรือประมง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๑ [๕] ข้อ ๑๐ แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวงการขอจดทะเบียนและการรับจดทะเบียนท่าเทียบเรือประมง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๑ [๖] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๕/ตอนที่ ๗๐ ก/หน้า ๑/๑๔ กันยายน ๒๕๖๑
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).
公布日期部分取自:Open Law Data Thailand × สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี(CC BY 4.0)