我的書籤免費註冊

กฎ ก.ตร.ว่าด้วยคณะกรรมการพิจารณากลั่นกรองการพิจารณาสั่งลงโทษ พ.ศ. 2547

子法規・公布 2004-03-09・全 7 條

อารัมภบท

กฎ ก กฎ ก.ตร. ว่าด้วยคณะกรรมการพิจารณากลั่นกรองการพิจารณาสั่งลงโทษ พ.ศ. ๒๕๔๗ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๑ (๒) และมาตรา ๙๐ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๗ พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ มาตรา ๗๙ วรรคหนึ่ง และมติ ก.ตร. ในการประชุมครั้งที่ ๓/๒๕๔๗ เมื่อวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๗ ก.ตร. จึงออกกฎ ก.ตร. ไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑

ข้อ ๑[๑] กฎ ก.ตร. นี้ ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ข้อ ๒

ข้อ ๒ การพิจารณาสั่งลงโทษข้าราชการตำรวจผู้กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ซึ่งตามมาตรา ๙๐ วรรคสอง ให้ผู้มีอำนาจตั้งคณะกรรมการเพื่อพิจารณากลั่นกรองเสนอ นั้น หลักเกณฑ์เกี่ยวกับคณะกรรมการให้เป็นไปตามกฎ ก.ตร. นี้

ข้อ ๓

ข้อ ๓ เมื่อผู้มีอำนาจตามมาตรา ๗๒ (๒) (๓) และ (๔) จะสั่งลงโทษปลดออกหรือไล่ออกจากราชการแก่ข้าราชการตำรวจ ให้ผู้มีอำนาจดังกล่าวตั้งคณะกรรมการเพื่อพิจารณากลั่นกรองก่อน ดังต่อไปนี้ (๑) ให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติตั้งคณะกรรมการคณะหนึ่ง ประกอบด้วย จเรตำรวจแห่งชาติเป็นประธานกรรมการ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติหรือตำแหน่งเทียบเท่าทุกคน และผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จำนวน ๕ คน เป็นกรรมการ ข้าราชการตำรวจยศพลตำรวจตรีขึ้นไปคนหนึ่งเป็นเลขานุการ และข้าราชการตำรวจยศพันตำรวจตรีขึ้นไปจำนวนไม่เกินสามคนเป็นผู้ช่วยเลขานุการ ทั้งนี้ การประชุมของคณะกรรมการต้องมีกรรมการประชุมอย่างน้อยห้าคนจึงจะเป็นองค์ประชุม (๒) ให้ผู้บัญชาการหรือตำแหน่งเทียบเท่าตั้งคณะกรรมการคณะหนึ่ง ประกอบด้วย รองผู้บัญชาการหรือตำแหน่งเทียบเท่าทุกคน และผู้บังคับการผู้รับผิดชอบงานอำนวยการ เป็นกรรมการโดยให้รองผู้บัญชาการหรือตำแหน่งเทียบเท่าซึ่งมีอาวุโสสูงสุดเป็นประธานกรรมการ ข้าราชการตำรวจยศพันตำรวจเอกขึ้นไปคนหนึ่งเป็นเลขานุการ และข้าราชการตำรวจยศร้อยตำรวจเอกขึ้นไปจำนวนไม่เกินสามคนเป็นผู้ช่วยเลขานุการ ทั้งนี้ การประชุมของคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมอย่างน้อยสามคนจึงจะเป็นองค์ประชุม (๓) ให้ผู้บังคับการหรือตำแหน่งเทียบเท่าตั้งคณะกรรมการคณะหนึ่ง ประกอบด้วย รองผู้บังคับการ พนักงานสอบสวนผู้เชี่ยวชาญ หรือตำแหน่งเทียบเท่า เป็นกรรมการ โดยให้รองผู้บังคับการ พนักงานสอบสวนผู้เชี่ยวชาญ หรือตำแหน่งเทียบเท่าซึ่งมีอาวุโสสูงสุดเป็นประธานกรรมการ ข้าราชการตำรวจยศพันตำรวจตรีขึ้นไปคนหนึ่งเป็นเลขานุการ และข้าราชการตำรวจยศร้อยตำรวจตรีขึ้นไปจำนวนไม่เกินสามคนเป็นผู้ช่วยเลขานุการ ทั้งนี้ การประชุมของคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมอย่างน้อยสามคนจึงจะเป็นองค์ประชุม

ข้อ ๔

ข้อ ๔ คณะกรรมการตามข้อ ๓ (๒) และ (๓) จะต้องมีจำนวนไม่น้อยกว่าห้าคน ในกรณีมีผู้ดำรงตำแหน่งตามข้อ ๓ (๒) และ (๓) ไม่ครบจำนวนห้าคน ให้แต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งถัดลงไปเป็นกรรมการให้ครบจำนวนห้าคน

ข้อ ๕

ข้อ ๕ ในการพิจารณาของคณะกรรมการตามข้อ ๓ (๑) (๒) และ (๓) ให้พิจารณาให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันได้รับสำนวน เว้นแต่มีเหตุจำเป็นซึ่งทำให้การพิจารณาไม่แล้วเสร็จภายในกำหนดระยะเวลาดังกล่าว ก็ให้ขยายระยะเวลาได้อีกไม่เกินสิบห้าวัน ในการนี้ หากยังพิจารณาไม่แล้วเสร็จให้ถือว่าคณะกรรมการเห็นชอบตามที่คณะกรรมการสอบสวนเสนอ ในกรณีที่คณะกรรมการตามวรรคหนึ่งสั่งสอบสวนเพิ่มเติม มิให้นับระยะเวลาในการดำเนินการสอบสวนเพิ่มเติมเป็นระยะเวลาตามวรรคหนึ่ง

ข้อ ๖

ข้อ ๖ ในระหว่างที่ยังไม่มีการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจให้ดำรงตำแหน่งจเรตำรวจแห่งชาติ ให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติตั้งรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติผู้มีอาวุโสสูงสุดเป็นประธานกรรมการตามข้อ ๓ (๑) ให้ไว้ ณ วันที่ ๔ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ รองนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรี ประธาน ก.ตร. ภูวนนท์/ผู้จัดทำ ๑๘ สิงหาคม ๒๕๕๓ พัสสน/ผู้ตรวจ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ [๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๑/ตอนพิเศษ ๙ ก/หน้า ๕/๙ มีนาคม ๒๕๔๗

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

公布日期部分取自:Open Law Data Thailand × สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีCC BY 4.0

接下來可以查