ระเบียบคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ
ระเบียบคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ
ว่าด้วยการพัสดุ
(ฉบับที่ ๒)
พ.ศ. ๒๕๕๕[๑]
โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมระเบียบคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ
ว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๕๐
เพื่อให้เลขาธิการมีอำนาจอนุมัติการจัดหาพัสดุหรือบริการที่ทำกับบริษัท
หรือกองทุนที่ กบข. เป็นผู้ถือหุ้นทั้งหมดได้โดยไม่จำกัดวงเงิน
และเพื่อยกเว้นให้บริษัทหรือกองทุนที่ กบข.
เป็นผู้ถือหุ้นทั้งหมดไม่ต้องวางหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญา
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๖ (๑)
แห่งพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. ๒๕๓๙ ประกอบกับมติคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ
ครั้งที่ ๙/๒๕๕๕ เมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๕๕
คณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ จึงออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า ระเบียบคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ
ว่าด้วยการพัสดุ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๕
ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป
ข้อ ๓ ให้ยกเลิกความในข้อ ๑๒
ของระเบียบคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๕๐
และให้ใช้ความดังต่อไปนี้แทน
ข้อ ๑๒ การอนุมัติการจัดหาหรือการจ้างที่ปรึกษาครั้งหนึ่ง
ให้เป็นอำนาจของผู้ดำรงตำแหน่งและภายในวงเงิน ดังต่อไปนี้
(๑) เลขาธิการ ไม่เกินสามสิบล้านบาท
เว้นแต่การจัดหาหรือการจ้างที่ปรึกษากับบริษัทหรือกองทุนที่ กบข.
เป็นผู้ถือหุ้นทั้งหมด ให้เลขาธิการมีอำนาจอนุมัติโดยไม่จำกัดวงเงิน
(๒) คณะกรรมการ กบข. เกินกว่าสามสิบล้านบาท
สำหรับการจ้างที่ปรึกษาโดยวิธีพิเศษ ให้เลขาธิการมีอำนาจอนุมัติการจ้างที่ปรึกษาครั้งหนึ่ง
ในวงเงินไม่เกินสิบล้านบาท
ข้อ ๔ ให้ยกเลิกความในข้อ
๒๕ ของระเบียบคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๕๐
และให้ใช้ความดังต่อไปนี้แทน
ข้อ ๒๕ การจัดหาหรือการจ้างที่ปรึกษา
ให้ทำสัญญาเป็นภาษาไทยตามแบบที่เลขาธิการกำหนด โดยต้องมีข้อกำหนดดังต่อไปนี้ด้วย
(๑) หลักประกันการปฏิบัติตามสัญญา อันได้แก่ เงินสด แคชเชียร์เช็ค
หนังสือค้ำประกันของธนาคาร พันธบัตรรัฐบาล หรือพันธบัตรรัฐวิสาหกิจ
ในอัตราร้อยละห้าของมูลค่าตามสัญญาหลักประกันนี้ให้คืนแก่คู่สัญญาโดยเร็ว
อย่างช้าไม่เกินสิบห้าวันนับแต่วันที่คู่สัญญาพ้นจาก ข้อผูกพันตามสัญญาแล้ว
(๒) กำหนดเวลาส่งมอบพัสดุ งานจ้างหรือบริการ
พร้อมอัตราหรือจำนวนค่าปรับเป็นรายวัน
(๓) ในกรณีที่มีการขอรับเงินล่วงหน้า
ให้มีเงื่อนไขการจ่ายเงินล่วงหน้าได้ไม่เกินร้อยละยี่สิบของมูลค่าตามสัญญา
แต่จะต้องมีหลักประกันตาม (๑) เป็นประกันการรับเงินล่วงหน้าในจำนวนที่เท่ากันด้วย
หลักประกันนี้ให้คืนแก่คู่สัญญา เมื่อ กบข.
ได้หักเงินที่ได้จ่ายล่วงหน้าจากเงินที่จ่ายตามผลงานแต่ละงวดไว้ครบถ้วนแล้ว
ในกรณีที่เป็นการจัดหาหรือการจ้างที่ปรึกษาจากหน่วยงานของรัฐ
รัฐวิสาหกิจ องค์การระหว่างประเทศ บริษัทหรือกองทุนที่ กบข. เป็นผู้ถือหุ้นทั้งหมด
หรือโดยปกติประเพณีทางการค้าในการจัดหาและการจ้างที่ปรึกษาบางประเภทที่ไม่อาจปฏิบัติตาม
(๑) หรือ (๓) ได้ ให้อยู่ในดุลพินิจของเลขาธิการที่จะพิจารณาให้ทำสัญญาหรือให้จ่ายเงินล่วงหน้าได้ตามความจำเป็นและเหมาะสม
แล้วแต่กรณี โดยไม่ต้องมีหลักประกัน
ในกรณีจำเป็นต้องทำสัญญาเป็นภาษาต่างประเทศ ให้ทำเป็นภาษาอังกฤษ
แต่ต้องมีคำแปล ตัวสัญญาและเอกสารแนบท้ายสัญญาเฉพาะที่สำคัญเป็นภาษาไทยไว้ด้วย
ประกาศ
ณ วันที่ ๒๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๕
อารีพงศ์
ภู่ชอุ่ม
ปลัดกระทรวงการคลัง
ประธานกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ
ปริยานุช/ผู้จัดทำ
๑๖ ธันวาคม
๒๕๕๗
ปริญสินีย์/ผู้ตรวจ
๑๖ ธันวาคม
๒๕๕๗
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๓๑/ตอนที่ ๑๓๓ ง/หน้า ๒๗/๑๑ ธันวาคม ๒๕๕๗
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).