法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

พระราชกฤษฎีกากำหนดอำนาจ สิทธิ และประโยชน์ของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) พ.ศ. 2544 (Update ณ วันที่ 09/10/2545) (ฉบับที่ 2)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
8
มาตรา อารัมภบท

พระราชกฤษฎีกา

พระราชกฤษฎีกา

กำหนดอำนาจ สิทธิ

และประโยชน์ของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)

พ.ศ. ๒๕๔๔[๑]

ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.

ให้ไว้ ณ วันที่ ๓๐ กันยายน

พ.ศ. ๒๕๔๔

เป็นปีที่ ๕๖

ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า

โดยที่เป็นการสมควรกำหนดอำนาจ สิทธิ และประโยชน์ของบริษัท

ปตท. จำกัด (มหาชน)

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๒๑

ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา ๒๖ แห่งพระราชบัญญัติทุนรัฐวิสาหกิจ

พ.ศ. ๒๕๔๒ อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล

ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๕ มาตรา ๔๘ และมาตรา ๕๐

ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ

ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ๑

มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกากำหนดอำนาจ สิทธิและประโยชน์ของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) พ.ศ.

๒๕๔๔”

มาตรา ๒

มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วัน ๑

ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๔ เป็นต้นไป

มาตรา ๓

มาตรา ๓ ในพระราชกฤษฎีกานี้

“บริษัท” หมายความว่า บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)

“ปิโตรเลียม” หมายความว่า ปิโตรเลียมตามกฎหมายว่าด้วยปิโตรเลียม

และให้หมายความรวมถึงน้ำมันเชื้อเพลิงตามกฎหมายว่าด้วยน้ำมันเชื้อเพลิงด้วย

“ธุรกิจปิโตรเลียม” หมายความว่า การประกอบและส่งเสริมการสำรวจ พัฒนาผลิต จัดหา

กลั่น สะสม สำรอง เก็บรักษา นำเข้า ส่งออก ขนส่ง ซื้อ ขาย และจำหน่ายปิโตรเลียมตลอดจนประกอบอุตสาหกรรมเคมีปิโตรเลียม

และรวมถึงการดำเนินธุรกิจอื่นที่เกี่ยวกับหรือต่อเนื่องกับหรือสนับสนุนการประกอบธุรกิจปิโตรเลียม

“ปตท.” หมายความว่า

การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยตามกฎหมายว่าด้วยการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย

“รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระรากฤษฎีกานี้

มาตรา ๔

มาตรา ๔ ในการประกอบธุรกิจปิโตรเลียม

ให้บริษัทมีอำนาจ ได้รับยกเว้น

มีสิทธิพิเศษหรือได้รับความคุ้มครองตามที่กฎหมายว่าด้วยการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยหรือกฎหมายอื่นได้บัญญัติไว้ให้แก่

ปตท. เว้นแต่กรณีที่บัญญัติไว้ตามมาตรา ๕ และมาตรา ๖

มาตรา ๕

มาตรา ๕

ให้ทรัพย์สินของบริษัทเฉพาะที่ได้มาจากการเวนคืนตามกฎหมายว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์

ไม่ว่าก่อนหรือหลังการจัดตั้งบริษัท

และทรัพย์สินของบริษัทในระบบการขนส่งปิโตรเลียมทางท่อ

เป็นทรัพย์สินที่ไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี

มาตรา ๖

มาตรา ๖ ในการปฏิบัติงานที่เกี่ยวกับการสร้างและบำรุงรักษาคลังปิโตรเลียมและระบบการขนส่งปิโตรเลียมทางท่อ

ให้ลูกจ้างของบริษัทเฉพาะที่รัฐมนตรีแต่งตั้งเพื่อการนี้เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา

มาตรา ๗

มาตรา ๗[๒]

ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร

นายกรัฐมนตรี

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ

ตามที่ได้จัดตั้งบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)

โดยเปลี่ยนทุนของการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยเป็นหุ้นตามกฎหมายว่าด้วยทุนรัฐวิสาหกิจ

และโอนกิจการของการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยไปให้แก่บริษัทดังกล่าวทั้งหมดแล้วนั้น เมื่อได้พิจารณาถึงความเป็นธรรมในการแข่งขันทางธุรกิจ

การควบคุมให้การใช้อำนาจทางกฎหมายเป็นไปโดยถูกต้อง

และการรักษาประโยชน์ของรัฐประกอบด้วยแล้วในการดำเนินงานของบริษัท ปตท. จำกัด

(มหาชน) ระยะแรก บริษัทยังมีความจำเป็นที่ต้องได้รับอำนาจ สิทธิ

และประโยชน์บางกรณีเช่นเดียวกับที่การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยได้รับ

ตามกฎหมายว่าด้วยการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยและตามกฎหมายอื่น และจำกัดในบางกรณี

เพื่อประโยชน์ต่อส่วนรวมเป็นสำคัญ ซึ่งมาตรา ๒๖ แห่งพระราชบัญญัติทุนรัฐวิสาหกิจ

พ.ศ. ๒๕๔๒ บัญญัติว่า อำนาจ สิทธิ หรือประโยชน์ของบริษัทที่จัดตั้งขึ้นดังกล่าวอาจจำกัดหรืองดได้ตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา

จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

พระราชกฤษฎีกาแก้ไขบทบัญญัติให้สอดคล้องกับการโอนอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง

ทบวง กรม พ.ศ. ๒๕๔๕ พ.ศ. ๒๕๔๕[๓]

หมายเหตุ :-

เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่พระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง

ทบวง กรม พ.ศ. ๒๕๔๕ ได้บัญญัติให้จัดตั้งส่วนราชการขึ้นใหม่โดยมีภารกิจใหม่

ซึ่งได้มีการตราพระราชกฤษฎีกาโอนกิจการบริหารและอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง

ทบวง กรม นั้นแล้ว

และเนื่องจากพระราชบัญญัติดังกล่าวได้บัญญัติให้โอนอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการ

รัฐมนตรีผู้ดำรงตำแหน่งหรือผู้ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในส่วนราชการเดิมมาเป็นของส่วนราชการใหม่

โดยให้มีการแก้ไขบทบัญญัติต่างๆ ให้สอดคล้องกับอำนาจหน้าที่ที่โอนไปด้วย ฉะนั้น

เพื่ออนุวัติให้เป็นไปตามหลักการที่ปรากฏในพระราชบัญญัติและพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว

จึงสมควรแก้ไขบทบัญญัติของกฎหมายให้สอดคล้องกับการโอนส่วนราชการ

เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องมีความชัดเจนในการใช้กฎหมายโดยไม่ต้องไปค้นหาในกฎหมายโอนอำนาจหน้าที่ว่าตามกฎหมายใดได้มีการโอนภารกิจของส่วนราชการหรือผู้รับผิดชอบตามกฎหมายนั้นไปเป็นของหน่วยงานใดหรือผู้ใดแล้ว

โดยแก้ไขบทบัญญัติของกฎหมายให้มีการเปลี่ยนชื่อส่วนราชการ รัฐมนตรี

ผู้ดำรงตำแหน่งหรือผู้ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ของส่วนราชการให้ตรงกับการโอนอำนาจหน้าที่

และเพิ่มผู้แทนส่วนราชการในคณะกรรมการให้ตรงตามภารกิจที่มีการตัดโอนจากส่วนราชการเดิมมาเป็นของส่วนราชการใหม่รวมทั้งตัดส่วนราชการเดิมที่มีการยุบเลิกแล้ว

ซึ่งเป็นการแก้ไขให้ตรงตามพระราชบัญญัติและพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวจึงจำเป็นต้องตรา

พระราชกฤษฎีกา นี้

นฤดล/ผู้จัดทำ

๒๐ ตุลาคม ๒๕๕๑

[๑]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๘/ตอนที่ ๘๗ ก/หน้า ๓/๓๐

กันยายน ๒๕๔๔

[๒]

มาตรา ๗

มาตรา ๗

แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาแก้ไขบทบัญญัติให้สอดคล้องกับการโอนอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง

ทบวง กรม พ.ศ. ๒๕๔๕ พ.ศ. ๒๕๔๕

[๓]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม.๑๑๙/ตอนที่ ๑๐๒ ก/หน้า

๖๖/๘ ตุลาคม ๒๕๔๕

8 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

พระราชกฤษฎีกากำหนดอำนาจ สิทธิ และประโยชน์ของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) พ.ศ. 2544 (Update ณ วันที่ 09/10/2545) (ฉบับที่ 2) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_0db20fbb3350763b

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com