พระราชกฤษฎีกา
พระราชกฤษฎีกา
ว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา
อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา
ครุยวิทยฐานะและเข็มวิทยฐานะของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
พ.ศ. ๒๕๒๒
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๓
กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๒๒
เป็นปีที่ ๓๔
ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการกำหนดปริญญาในสาขาวิชา
อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะและเข็มวิทยฐานะของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๕๙
ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย กับมาตรา ๔๔ และมาตรา ๔๘
แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พ.ศ. ๒๕๒๒ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้
ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา
อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะและเข็มวิทยฐานะของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
พ.ศ. ๒๕๒๒
มาตรา ๒[๑] พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓ ให้กำหนดปริญญาในสาขาวิชาและอักษรย่อสำหรับสาขาวิชาของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
ดังนี้
(๑) สาขาวิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐานและสาขาวิชาวิทยาศาสตร์ประยุกต์
มีปริญญาสามชั้น คือ
(ก) เอก เรียกว่า วิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิต ใช้อักษรย่อ วท.ด.
(ข) โท เรียกว่า วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต ใช้อักษรย่อ วท.ม.
(ค) ตรี เรียกว่า วิทยาศาสตรบัณฑิต ใช้อักษรว่า วท.บ.
สำหรับปริญญาในสาขาวิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐานให้ระบุชื่อสาขาวิชาในวงเล็บต่อท้ายปริญญา
ส่วนปริญญาในสาขาวิชาวิทยาศาสตร์ประยุกต์ให้ระบุชื่อวิชาหลักในวงเล็บต่อท้ายปริญญา
และระบุสาขาวิชาด้วย ถ้ามี
(๒) สาขาวิชาศิลปศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ
(ก) เอก เรียกว่า ศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิต ใช้อักษรย่อ ศศ.ด.
(ข) โท เรียกว่า ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต ใช้อักษรย่อ ศศ.ม.
(ค) ตรี เรียกว่า ศิลปศาสตรบัณฑิต ใช้อักษรย่อ ศศ.บ.
และให้ระบุชื่อวิชาหลักในวงเล็บต่อท้ายปริญญา
และระบุสาขาวิชาด้วย ถ้ามี
(๓) สาขาวิชาวิศวกรรมศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ
(ก) เอก เรียกว่า วิศวกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิต ใช้อักษรย่อ วศ.ด.
(ข) โท เรียกว่า วิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต ใช้อักษรย่อ วศ.ม.
(ค) ตรี เรียกว่า วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต ใช้อักษรย่อ วศ.บ.
และให้ระบุชื่อสาขาวิชาในวงเล็บต่อท้ายปริญญา
(๔) สาขาวิชาศึกษาศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ
(ก) เอก เรียกว่า ศึกษาศาสตรดุษฎีบัณฑิต ใช้อักษรย่อ ศษ.ด.
(ข) โท เรียกว่า ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต ใช้อักษรย่อ ศษ.ม.
(ค) ตรี เรียกว่า ศึกษาศาสตรบัณฑิต ใช้อักษรย่อ ศษ.บ.
และให้ระบุชื่อสาขาวิชาในวงเล็บต่อท้ายปริญญา
(๕) สาขาวิชาแพทย์ศาสตร์ มีปริญญาสองชั้น คือ
(ก) เอก เรียกว่า แพทยศาสตรดุษฎีบัณฑิต ใช้อักษรย่อ พ.ด.
(ข) ตรี เรียกว่า แพทยศาสตรบัณฑิต ใช้อักษรย่อ พ.บ.
(๖) สาขาวิชาบริหารธุรกิจ มีปริญญาสามชั้น คือ
(ก) เอก เรียกว่า บริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิต ใช้อักษรย่อ บธ.ด.
(ข) โท เรียกว่า บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต ใช้อักษรย่อ บธ.ม.
(ค) ตรี เรียกว่า บริหารธุรกิจบัณฑิต' ใช้อักษรย่อ บธ.บ.
และให้ระบุชื่อสาขาวิชาในวงเล็บต่อท้ายปริญญา
(๗) สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ
(ก) เอก เรียกว่า รัฐประศาสนศาสตรดุษฎีบัณฑิต ใช้อักษรย่อ
รป.ด.
(ข) โท เรียกว่า รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต ใช้อักษรย่อ รป.ม.
(ค) ตรี เรียกว่า รัฐประศาสนศาตรบัณฑิต ใช้อักษรย่อ รป.บ.
และให้ระบุชื่อสาขาวิชาในวงเล็บต่อท้ายปริญญา
(๘) สาขาวิชาเภสัชศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ
(ก) เอก เรียกว่า เภสัชศาสตรดุษฎีบัณฑิต ใช้อักษรย่อ ภ.ด.
(ข) โท เรียกว่า เภสัชศาสตรมหาบัณฑิต ใช้อักษรย่อ ภ.ม.
(ค) ตรี เรียกว่า เภสัชศาสตรบัณฑิต ใช้อักษรย่อ ภ.บ.
มาตรา ๔
ครุยวิทยฐานะของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์มีสามชั้น คือ
(๑) ครุยดุษฎีบัณฑิต
ทำด้วยแพรสีแดงเย็บเป็นเสื้อคลุมยาวประมาณครึ่งน่อง หลังจีบ ตัวเสื้อผ่าอกตลอดมีแถบกำมะหยี่สีน้ำทะเลกว้าง
๑๐ เซนติเมตร เย็บติดเป็นสาบตลอดด้านหน้าทั้งสองข้างไม่โอบรอบคอ
เสื้อแขนจีบปลายบานและเฉียงตั้งแต่ตอนใต้ข้อศอกเล็กน้อยลงมาจนถึงปลายแขนเสื้อ
แขนเสื้อยาวตกข้อมือ มีผ้าคล้องคอ ด้านนอก ทำด้วยแพรสีตามสีประจำสาขาวิชา ด้านในทำด้วยแพรสีน้ำทะเล
ขอบของผ้าคล้องคอส่วนที่อยู่ด้านหลังตั้งแต่ไหล่ลงมาขลิบด้วยแพรสีทองกว้างพองาม
ส่วนที่ทาบรอบคอด้านหน้าตั้งแต่ไหล่ลงมาทั้งด้านในและด้านนอกมีแถบกำมะหยี่สีตามสีประจำสาขาวิชา
ขลิบด้วยแพรสีทองกว้างพองาม มีหมวกเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ยาวด้านละ ๒๔
เซนติเมตร ทำด้วยสักหลาดสีดำ มีพู่ทำด้วยดิ้นทองยาว ๒๒ เซนติเมตร
(๒) ครุยมหาบัณฑิต เช่นเดียวกับครุยดุษฎีบัณฑิต
แต่ทำด้วยแพรสีดำ แถบกำมะหยี่ สีน้ำทะเล เย็บติดเป็นสาบ ผ้าคล้องคอ
ด้านนอกทำด้วยแพรสีดำ ขอบด้านหลังขลิบด้วยแพรสีตามสีประจำสาขาวิชา
ด้านหน้าตั้งแต่ไหล่ลงมาทั้งด้านในและด้านนอกมีแถบกำมะหยี่ สีตามสีประจำสาขาวิชา
ขลิบด้วยแพรสีน้ำทะเลกว้างพองาม พู่ของหมวกทำด้วยไหมสีดำ
ครุยแพทยศาสตรบัณฑิต เช่นเดียวกับครุยมหาบัณฑิต
(๓) ครุยบัณฑิต เช่นเดียวกับครุยมหาบัณฑิต
แต่มีแถบกำมะหยี่สีดำเย็บติดเป็นสาบ
มาตรา ๕
สีประจำสาขาวิชามีดังนี้
(๑) สีเลือดหมู สำหรับสาขาวิชาในคณะวิศวกรรมศาสตร์
(๒) สีเหลือง สำหรับสาขาวิชาในคณะวิทยาศาสตร์
(๓) สีแสด สำหรับสาขาวิชาในคณะศึกษาศาสตร์
(๔) สีเขียว สำหรับสาขาวิชาในคณะแพทยศาสตร์
(๕) สีขาว สำหรับสาขาวิชาในคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
(๖) สีดำ สำหรับสาขาวิชาในคณะวิทยาการจัดการ
(๗) สีเขียวก้านมะลิ สำหรับสาขาวิชาในคณะทรัพยากรธรรมชาติ
(๘) สีเขียวมะกอก สำหรับสาขาวิชาในคณะเภสัชศาสตร์
(๙) สีส้ม สำหรับสาขาวิชาพยาบาลศาสตร์ในคณะแพทยศาสตร์
มาตรา ๖
เข็มวิทยฐานะของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ สำหรับผู้ได้รับปริญญามีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า
ปลายด้านล่างเป็นลายไทย
ทำด้วยโลหะสีทองรองรับแผ่นลงยาสีขาวมีอักษรย่อสำหรับปริญญาที่ได้รับ
และมีลายกระหนกรองรับแผ่นโค้งลงยาสีขาว
มีตรามหาวิทยาลัยอยู่ตรงกลางเหนือแผ่นโค้งลงยาสีขาว ปลายด้านบนแหลมเป็นมุม ๑๑๐ องศา
ทำด้วยโลหะพื้นลงยาสีน้ำทะเล ขอบโดยรอบสีทอง ขนาด ๒.๑ x ๔.๕ เซนติเมตร
มาตรา ๗
ให้มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์จัดทำครุยวิทยฐานะและเข็มวิทยฐานะตามพระราชกฤษฎีกานี้ขึ้นไว้เป็นตัวอย่าง
มาตรา ๘
ให้รัฐมนตรีว่าการทบวงมหาวิทยาลัยรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
ส. โหตระกิตย์
รองนายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ
เนื่องจากปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ
และเข็มวิทยฐานะของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ซึ่งกำหนดไว้ในประกาศของคณะปฏิวัติ
ฉบับที่ ๑๒๓ ลงวันที่ ๒๐ เมษายน พ.ศ. ๒๕๑๕ นั้น
ได้กำหนดไว้ในขณะที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์มีปริญญาและอักษรย่อสำหรับสาขาวิชาที่เปิดสอนอยู่ในปี
พ.ศ. ๒๕๑๕ คือสาขาวิชาต่าง ๆ ในคณะวิศวกรรมศาสตร์
คณะวิทยาศาสตร์และคณะศิลปศาสตร์เท่านั้น ปัจจุบันมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์มีคณะต่าง
ๆ เพิ่มขึ้นอีก ๔ คณะ คือ คณะแพทยศาสตร์ คณะวิทยาการจัดการ คณะทรัพยากรธรรมชาติ
และคณะเภสัชศาสตร์ และในคณะเดิมก็ได้มีการกำหนดหลักสูตรสาขาวิชาต่าง ๆ
เพิ่มขึ้นอีกเป็นอันมาก สมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการกำหนดปริญญาในสาขาวิชา
อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะและเข็มวิทยฐานะของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์เสียใหม่ให้เหมาะสมกับสภาพการณ์ปัจจุบัน
จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้ขึ้น
คุณากร/ผู้จัดทำ
๔ พฤษภาคม ๒๕๕๔
วิชชุตา/ผู้ตรวจ
๑๔ มิถุนายน ๒๕๕๔
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๙๖/ตอนที่ ๑๒๙/ฉบับพิเศษ หน้า ๑๗/๒ สิงหาคม ๒๕๒๒
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).