พระราชกฤษฎีกา
พระราชกฤษฎีกา
จัดตั้งเทศบาลนครนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
พ.ศ. ๒๕๔๒
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๒
เป็นปีที่ ๕๔ ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการ
โปรดเกล้า ฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรจัดตั้งเทศบาลนครโดยเปลี่ยนแปลงฐานะเทศบาล
เมืองนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นเทศบาลนครนครศรีอยุธยา จังหวัด
พระนครศรีอยุธยา
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๒๑ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
และมาตรา ๑๓ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖ จึงทรงพระกรุณา
โปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า "พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งเทศบาลนคร
นครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พ.ศ. ๒๕๔๒"
มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราช
กิจจานุเบกษา เป็นต้นไป
มาตรา ๓ ให้เปลี่ยนแปลงฐานะเทศบาลเมืองนครศรีอยุธยา จังหวัด
พระนครศรีอยุธยา เป็นเทศบาลนครมีชื่อว่า "เทศบาลนครนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา"
มาตรา ๔ ให้กำหนดเขตเทศบาลนครนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
ไว้ดังนี้
หลักเขตที่ ๑ ตั้งอยู่ที่จุดกึ่งกลางแม่น้ำเจ้าพระยา อันเป็นจุดซึ่งอยู่ห่างจากคลอง
เมือง ฝั่งเหนือ บรรจบกับแม่น้ำเจ้าพระยา ฝั่งตะวันออก ไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ตามแนวเส้น
ตั้งฉาก เป็นระยะ ๒๒๐ เมตร
ด้านเหนือ
จากหลักเขตที่ ๑ เป็นเส้นขนานระยะ ๒๒๐ เมตร กับคลองเมือง ฝั่งเหนือ ถึง
หลักเขตที่ ๒ ซึ่งตั้งอยู่ตามแนวเส้นขนานระยะ ๘๘๐ เมตร กับคลองหัวรอ ฝั่งตะวันตก
จากหลักเขตที่ ๒ เป็นเส้นขนานระยะ ๘๘๐ เมตร กับคลองหัวรอ ฝั่งตะวันตก
ไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ เป็นระยะ ๕๓๐ เมตร ถึงหลักเขตที่ ๓
จากหลักเขตที่ ๓ เป็นเส้นตรงไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ถึงหลักเขตที่ ๔
ซึ่งตั้งอยู่ริมคลองหัวรอ ฝั่งตะวันออก ที่จุดซึ่งคลองกุฎีแดง ฝั่งใต้ บรรจบกับคลองหัวรอ
ฝั่งตะวันออก
จากหลักเขตที่ ๔ เป็นเส้นเลียบริมคลองกุฎีแดง ฝั่งใต้ ไปทางทิศตะวันออก
ถึงหลักเขตที่ ๕ ซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำลพบุรี ฝั่งตะวันตก ที่จุดซึ่งคลองกุฎีแดง ฝั่งใต้ บรรจบกับแม่น้ำ
ลพบุรี ฝั่งตะวันตก
จากหลักเขตที่ ๕ เป็นเส้นตรงไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ผ่านแม่น้ำลพบุรี
แม่น้ำอ้อม และแม่น้ำป่าสัก ถึงหลักเขตที่ ๖ ซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำป่าสัก ฝั่งตะวันออก ที่จุดซึ่งอยู่ห่าง
จากคลองบ้านม้า ฝั่งเหนือ บรรจบกับแม่น้ำป่าสัก ฝั่งตะวันออก ไปทางทิศเหนือ ตามแนวแม่น้ำ
ป่าสัก เป็นระยะ ๒๒๐ เมตร
จากหลักเขตที่ ๖ เป็นเส้นตรงไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ผ่านทางหลวง
แผ่นดินหมายเลข ๓๐๕๓ (สายแยกทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๐๙ (สะพานปรีดีธำรง) - ทาง
หลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๒) ถึงหลักเขตที่ ๗ ซึ่งตั้งอยู่ริมทางรถไฟสายเหนือ ฟากตะวันตก ตรง
กม. ที่ ๗๓.๓๑๒
ด้านตะวันออก
จากหลักเขตที่ ๗ เป็นเส้นเลียบริมทางรถไฟสายเหนือ ฟากตะวันตก ไปทาง
ทิศตะวันตกเฉียงใต้ ผ่านคลองบ้านม้า คลองบ้านบาตร ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๐๙ (สาย
วังน้อย - สิงห์บุรี) คลองปากข้าวสาร ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๐๕๙ (สายแยกทางหลวง
แผ่นดินหมายเลข ๓๐๕ (วงเวียนเจดีย์วัดสามปลื้มด้านซ้าย) - วัดพนัญเชิง) และคลองสวนพลู
ถึงหลักเขตที่ ๘ ซึ่งตั้งอยู่ริมทางรถไฟสายเหนือ ฟากตะวันตก ตรง กม. ที่ ๖๘.๓๑๒
ด้านใต้และด้านตะวันตก
จากหลักเขตที่ ๘ เป็นเส้นตรงไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ถึงหลักเขตที่ ๙
ซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ฝั่งตะวันออก ที่จุดซึ่งอยู่ห่างจากคลองสวนพลู ฝั่งใต้ บรรจบกับแม่น้ำ
เจ้าพระยา ฝั่งตะวันออก ไปทางทิศใต้ ตามแนวแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นระยะ ๔๐๐ เมตร
จากหลักเขตที่ ๙ เป็นเส้นตรงที่ต่อจากแนวเส้นตรงจากหลักเขตที่ ๘ ถึงหลักเขต
ที่ ๙ ไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ถึงจุดกึ่งกลางแม่น้ำเจ้าพระยา และเส้นเลียบแนวกึ่งกลางแม่น้ำ
เจ้าพระยา ไปทางทิศเหนือ ทิศตะวันตกเฉียงใต้ และทิศตะวันออกเฉียงเหนือ จนบรรจบกับหลัก
เขตที่ ๑
ดังปรากฏตามแผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกานี้
ตามเส้นแนวเขตที่กล่าวไว้ในมาตรานี้ ให้มีหลักย่อยปักไว้เพื่อแสดงแนวเขตตาม
สมควร
มาตรา ๕ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราช
กฤษฎีกานี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
ชวน หลีกภัย
นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เนื่องจากเทศบาลเมือง
นครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีสภาพความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและสังคม
เพิ่มขึ้น สมควรเปลี่ยนแปลงฐานะเป็นเทศบาลนครนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
[รก.๒๕๔๒/๑๒๗ก/๑/๑๕ ธันวาคม ๒๕๔๒]
ภคินี/แก้ไข
๓๐/๕/๒๕๔๕
(A+B)C
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).