พระราชบัญญัติ
พระราชบัญญัติ
บรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
(ฉบับที่ ๔)
พ.ศ.
๒๕๑๐
ภูมิพลอดุลยเดช
ป.ร.
ให้ไว้
ณ วันที่ ๑๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๐
เป็นปีที่
๒๒ ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยบรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภาร่างรัฐธรรมนูญ ในฐานะรัฐสภา
ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า พระราชบัญญัติบรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
(ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๑๐
มาตรา ๒[๑]
พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๒๓
แห่งพระราชบัญญัติบรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๐๒
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติบรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ฉบับที่
๒) พ.ศ. ๒๕๐๕ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
มาตรา ๒๓
ในกรณีที่รัฐบาลจะค้ำประกันเงินกู้ที่บรรษัทกู้ยืมจากธนาคารระหว่างประเทศเพื่อการบูรณะและวิวัฒนาการหรือจากแหล่งกู้ยืมอื่นใดในต่างประเทศ
ถ้ายอดรวมแห่งต้นเงินกู้เหล่านั้นทั้งสิ้นที่รัฐบาลค้ำประกันยังค้างอยู่กว่าห้าร้อยล้านบาทเมื่อคำนวณเป็นเงินตราไทย
หรือการค้ำประกันเงินกู้จะเป็นผลให้ยอดรวมนั้นมีจำนวนสูงกว่าที่กล่าวนี้เมื่อคำนวณเป็นเงินตราไทยแล้ว
ก็ห้ามมิให้มีการค้ำประกันอีก
มาตรา ๔ การคำนวณเงินตราต่างประเทศเป็นเงินตราไทยเพื่อทราบยอดรวมของเงินกู้ตามมาตรา
๒๓ แห่งพระราชบัญญัติบรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๐๒
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้
ให้ใช้อัตราปริวรรตในวันใช้บังคับสัญญากู้ซึ่งได้กระทำมาแล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
และให้ใช้อัตราที่คำนวณจากการเทียบค่าเสมอภาคของเงินบาทกับเงินตราต่างประเทศสกุลที่กู้ยืมสำหรับเงินกู้ที่กู้ภายหลังวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
มาตรา ๕
ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
จอมพล
ถนอม กิตติขจร
นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ
โดยที่ในขณะนี้การประกอบอุตสาหกรรมของเอกชนภายในประเทศควรได้รับการส่งเสริมมากยิ่งขึ้น
จึงสมควรขยายวงเงินค้ำประกันเงินกู้ที่บรรษัทฯ
จะพึงได้รับจากธนาคารระหว่างประเทศเพื่อการบูรณะและวิวัฒนาการ
หรือจากแหล่งกู้ยืมใดในต่างประเทศจาก ๒๐๐ ล้านบาท เป็น ๕๐๐ ล้านบาท
เพื่อให้บรรษัทมีเงินที่จะให้ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมภายในประเทศกู้ได้มากยิ่งขึ้น
วศิน/ผู้จัดทำ
๖
มกราคม ๒๕๕๒
[๑]
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๘๔/ตอนที่ ๑๐๑/ฉบับพิเศษ หน้า ๔/๒๐ ตุลาคม ๒๕๑๐
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).