พระราชกฤษฎีกา
เปลี่ยนแปลงเขตเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์
จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
พ.ศ. ๒๕๑๒
ภูมิพลอดุลยเดช
ป.ร.
ให้ไว้ ณ
วันที่ ๒๖ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๒
เป็นปีที่
๒๔ ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรเปลี่ยนแปลงเขตเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์
จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
เพื่อความเหมาะสมแก่การบริหารกิจการและการทะนุบำรุงท้องถิ่น
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๕๓ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
และมาตรา ๑๒ แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเทศบาล
(ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๔๙๙ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้
ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า พระราชกฤษฎีกาเปลี่ยนแปลงเขตเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์
จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๒
มาตรา ๒[๑]
พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓ ให้เปลี่ยนแปลงเขตเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์
จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งได้กำหนดไว้ตามมาตรา ๔ แห่งพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์
จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พุทธศักราช ๒๔๗๘ เสียใหม่ โดยให้มีเขต ดังต่อไปนี้
ด้านเหนือ ตั้งแต่หลักเขตที่ ๑
ซึ่งตั้งอยู่ริมคลองบางนางรมฝั่งเหนือ ด้านตะวันออกของทางรถไฟ
เลียบตามริมคลองบางนางรมไปทางทิศใต้ ถึงหลักเขตที่ ๒ ซึ่งตั้งอยู่ริมคลองบางนางรมฝั่งตะวันออก
ห่างจากศูนย์กลางทางสายประจวบคีรีขันธ์ - ค่ายลูกเสือ ตามแนวเส้นตั้งฉาก ระยะ ๓๐๐
เมตร
จากหลักเขตที่ ๒ เป็นเส้นขนานกับทางสายประจวบคีรีขันธ์ ค่ายลูกเสือ
โดยห่างจากศูนย์กลางทาง ระยะ ๓๐๐ เมตร
ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ถึงหลักเขตที่ ๓ ซึ่งตั้งอยู่เชิงเขาม่องไล่ด้านตะวันตก ห่างจากหลักเขตที่ ๒ ระยะ
๑,๘๐๐ เมตร
ด้านตะวันออก จากหลักเขตที่ ๓ เป็นเส้นตรงไปทางทิศใต้
ตั้งฉากกับทางสายประจวบคีรีขันธ์ - ค่ายลูกเสือ และข้ามทางไปถึงหลักเขตที่ ๔
ซึ่งตั้งอยู่ริมฝั่งทะเล
จากหลักเขตที่ ๔
เลียบตามริมฝั่งทะเลไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ถึงหลักเขตที่ ๕ ซึ่งตั้งอยู่ริมฝั่งทะเลตรงเขตทหารกองบินน้อยที่
๕ ด้านเหนือ
ด้านใต้ จากหลักเขตที่ ๕ เลียบตามแนวเขตทหารกองบินน้อยที่ ๕
ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ถึงหลักเขตที่ ๖ ซึ่งตั้งอยู่ริมทางรถไฟด้านตะวันออก ตรง
กม. ๓๐๔.๔๕๐
จากหลักเขตที่ ๖ เป็นเส้นตรงข้ามทางรถไฟไปทางทิศตะวันตก
ถึงหลักเขตที่ ๗ ซึ่งตั้งอยู่ริมทางไปคลองวาฬ ฟากตะวันออก
ห่างจากศูนย์กลางถนนหนองบัว ระยะ ๑๐๐ เมตร
จากหลักเขตที่ ๗ เป็นเส้นขนาน ระยะ ๑๐๐ เมตร กับถนนหนองบัว
ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ข้ามทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๔ ตอนเพชรบุรี - ประจวบฯ ถึงหลักเขตที่
๘ ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดิน ตามแนวเส้นตั้งฉาก ระยะ ๒๐๐ เมตร
ด้านตะวันตก จากหลักเขตที่ ๘ เป็นเส้นขนาน ระยะ ๒๐๐ เมตร
กับทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๔ ตอนเพชรบุรี - ประจวบฯ ไปทางทิศเหนือ ถึงหลักเขตที่ ๙
ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดิน ตรง กม. ๓๒๒.๖๐๐ ตามแนวเส้นตั้งฉาก
ระยะ ๒๐๐ เมตร
จากหลักเขตที่ ๙ เป็นเส้นตรงไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ถึงหลักเขตที่
๑๐ ซึ่งตั้งอยู่ริมทางรถไฟด้านตะวันออก ตรง กม. ๓๐๐.๗๓๐
จากหลักเขตที่ ๑๐ เลียบตามริมทางรถไฟไปทางทิศเหนือ บรรจบหลักเขตที่
๑
ดังปรากฏในแผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกานี้
ตามเส้นแนวเขตที่กล่าวไว้ในมาตรานี้ ให้มีหลักย่อยปักไว้ เพื่อแสดงแนวเขตตามสมควร
มาตรา ๔ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
จอมพล ถนอม กิตติขจร
นายกรัฐมนตรี
[เอกสารแนบท้าย]
๑. แผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกาเปลี่ยนแปลงเขตเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์
จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๒
(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ
เนื่องจากท้องถิ่นทั้งในเขตและนอกเขตเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์
จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้เจริญขึ้นและมีชุมนุมชนอยู่หนาแน่น จึงสมควรขยายเขตเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์
จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อประโยชน์ในการบริหารกิจการและการทะนุบำรุงท้องถิ่นต่อไป
ปิติวรรณ/ปรับปรุง
๑๐ มีนาคม ๒๕๖๓
อรญา/ตรวจ
๓๐ มีนาคม ๒๕๖๓
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๘๖/ตอนที่ ๑๑๗/หน้า ๑๐๙๐/๓๐ ธันวาคม ๒๕๑๒
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).