我的書籤免費註冊

กฎ ก.ตร. ว่าด้วยการคัดเลือกและแต่งตั้งข้าราชการตำรวจชั้นพลตำรวจเป็นข้าราชการตำรวจชั้นประทวนและการคัดเลือกและแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ ชั้นประทวนหรือชั้นพลตำรวจเป็นข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตร พ.ศ. 2547

子法規・公布 2004-06-21・全 11 條

อารัมภบท

กฎ ก กฎ ก.ตร. ว่าด้วยการคัดเลือกและแต่งตั้งข้าราชการตำรวจชั้นพลตำรวจเป็น ข้าราชการตำรวจชั้นประทวนและการคัดเลือกและแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ ชั้นประทวนหรือชั้นพลตำรวจเป็นข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตร พ.ศ. ๒๕๔๗ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๑ (๒) และมาตรา ๕๒ แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๗ มติ ก.ตร. ในการประชุม ครั้งที่ ๕/๒๕๔๗ เมื่อวันที่ ๒๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๗ และมติอนุกรรมการ ก.ตร. เกี่ยวกับตำแหน่ง ในการประชุม ครั้งที่ ๓/๒๕๔๗ เมื่อวันที่ ๑๙ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ ก.ตร. จึงออกกฎ ก.ตร. ไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑

ข้อ ๑[๑] กฎ ก.ตร. นี้ ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป

ข้อ ๒

ข้อ ๒ การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจชั้นพลตำรวจเป็นข้าราชการตำรวจชั้นประทวนมียศสิบตำรวจตรี ให้แต่งตั้งจาก (๑) ข้าราชการตำรวจผู้สำเร็จหลักสูตรนักเรียนนายสิบตำรวจหรือหลักสูตรที่เทียบเท่า หรือหลักสูตรการศึกษาหรือฝึกอบรมตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนด (๒) ข้าราชการตำรวจผู้สำเร็จหลักสูตรนักเรียนผู้ช่วยพยาบาลตำรวจ (๓) นักเรียนนายร้อยตำรวจที่ไม่สำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรการศึกษาอบรม (๔) นักศึกษาพยาบาลตำรวจที่ไม่สำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรการศึกษาอบรม

ข้อ ๓

ข้อ ๓ การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจชั้นประทวนหรือชั้นพลตำรวจเป็นข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตรมียศร้อยตำรวจตรี ให้แต่งตั้งจาก (๑) ข้าราชการตำรวจผู้สำเร็จหลักสูตรนักเรียนนายร้อยตำรวจ (๒) ข้าราชการตำรวจผู้สำเร็จหลักสูตรนักศึกษาพยาบาลตำรวจ (๓) ข้าราชการตำรวจผู้ได้รับการคัดเลือก หรือสอบแข่งขันได้ ตามมาตรา ๕๐ (๔) ข้าราชการตำรวจผู้สอบแข่งขันเพื่อเข้ารับการฝึกอบรมหลักสูตรการฝึกอบรมข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตรได้ ทั้งนี้ การสอบแข่งขั้นให้นำหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกหรือการสอบแข่งขันบุคคลเพื่อบรรจุเข้ารับราชการเป็นข้าราชการตำรวจตามกฎ ก.ตร. มาตรา ๕๐ มาใช้บังคับโดยอนุโลม (๕) ข้าราชการตำรวจผู้สำเร็จหลักสูตรการศึกษาหรือฝึกอบรมเพื่อแต่งตั้งเป็นข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตร ตามหลักสูตรที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนดโดยความเห็นชอบของ ก.ตร. ในระยะเริ่มแรก ให้ถือว่าหลักสูตรการศึกษาและหลักสูตรการฝึกอบรมที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้กำหนดไว้ตามที่มีอยู่เดิม เป็นหลักสูตรการศึกษาและหลักสูตรการฝึกอบรมที่ ก.ตร. ให้ความเห็นชอบไปพลางก่อน (๖) จ่าสิบตำรวจหรือดาบตำรวจ ซึ่งรับเงินเดือนไม่ต่ำกว่าประดับ ป. ๑ ขั้น ๗ และขณะมียศเป็นจ่าสิบตำรวจหรือดาบตำรวจ ได้ปฏิบัติหน้าที่ผู้นำหน่วยเข้าทำการสู้รบเพื่อป้องกันอธิปไตยหรือรักษาความสงบเรียบร้อยของประเทศทั้งภายในและภายนอกประเทศ และจากการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวก่อให้เกิดผลดีแก่การปราบปรามจนได้รับพระราชทานเหรียญกล้าหาญ หรือเหรียญพิทักษ์เสรีชน ชั้น ๑ (๗) ข้าราชการตำรวจผู้มีความรู้ความสามารถ และได้สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศชาติจนเป็นที่ประจักษ์ โดยให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาตินำเสนอ ก.ตร. ให้ความเห็นชอบก่อนและมติ ก.ตร. ในการประชุมให้ความเห็นชอบต้องเป็นเอกฉันท์ (๘) กรณีมีเหตุพิเศษตามที่ ก.ตร. กำหนด

ข้อ ๔

ข้อ ๔ ข้าราชการตำรวจตามข้อ ๓ (๓) (๔) (๖) และ (๗) เมื่อได้รับการแต่งตั้งแล้วให้เข้ารับการฝึกอบรมหลักสูตรสำหรับเสริมสร้างและปรับปรุงบุคลิกภาพเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและทักษะในการปฏิบัติงานตามหลักสูตรที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนด

ข้อ ๕

ข้อ ๕ การแต่งตั้งตามข้อ ๒ และข้อ ๓ ยกเว้นข้อ ๓ (๓) และ (๔) ให้ผู้มีอำนาจแต่งตั้งดำเนินการคัดเลือกและแต่งตั้งโดยพิจารณาจากความประพฤติ ความรู้ความสามารถ และความเหมาะสมกับตำแหน่งที่จะแต่งตั้ง

ข้อ ๖

ข้อ ๖ ผู้ที่จะได้รับการแต่งตั้งต้องมีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งตามที่ ก.ตร. กำหนดไว้ตามมาตรา ๔๕ หรือได้รับอนุมัติจาก ก.ตร. ตามมาตรา ๕๙ วรรคแรก

ข้อ ๗

ข้อ ๗ ข้าราชการตำรวจที่อยู่ในระหว่างถูกสอบสวนพิจารณาทางวินัย หรือต้องหา หรือถูกฟ้องคดีอาญา เว้นแต่ความผิดลหุโทษหรือความผิดอันกระทำโดยประมาท หรือความผิดซึ่งถูกฟ้องอันเนื่องมาจากการปฏิบัติหน้าที่ราชการ ให้รอการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งและมียศไว้จนกว่าจะทราบผลการสอบสวนพิจารณา เมื่อผลการสอบสวนหรือการพิจารณาถึงที่สุดแล้ว ให้ดำเนินการดังนี้ (๑) กรณีที่ปรากฏว่าผู้นั้นมิได้กระทำผิดวินัย หรือได้กระทำผิดวินัยแต่ถูกลงโทษไม่สูงกว่าโทษภาคทัณฑ์ หรือมิได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก หรือไม่มีกรณีที่จะต้องออกจากราชการตามมาตรา ๙๗ หรือมาตรา ๙๘ แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๗ ให้ดำเนินการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งและมียศได้ (๒) ในกรณีที่ปรากฏว่ามีความผิดถูกลงโทษสูงกว่าภาคทัณฑ์ แต่ไม่ถึงขั้นเป็นการกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ที่ถูกลงโทษปลดออก หรือไล่ออก และไม่มีกรณีต้องออกจากราชการด้วยเหตุอื่น ตามมาตรา ๙๗ แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๗ ให้ดำเนินการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งและมียศเมื่อผู้นั้นได้รับโทษเรียบร้อยแล้ว (๓) กรณีที่ปรากฏว่าผู้นั้นได้กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง และต้องรับโทษปลดออกหรือไล่ออกจากราชการ หรือต้องรับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก หรือมีกรณีที่ต้องออกจากราชการตามมาตรา ๙๗ หรือมาตรา ๙๘ แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๗ ให้ระงับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งและมียศ

ข้อ ๘

ข้อ ๘ ในระยะเริ่มแรกให้ถือว่าหลักสูตรนักเรียนพลตำรวจหรือหลักสูตรที่เทียบเท่าของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นหลักสูตรนักเรียนนายสิบตำรวจหรือหลักสูตรที่เทียบเท่าตามกฎ ก.ตร. นี้

ข้อ ๙

ข้อ ๙ การคัดเลือกหรือการสอบแข่งขันที่ได้ดำเนินการก่อนหน้ากฎ ก.ตร. นี้ใช้บังคับ ให้ถือว่าเป็นการคัดเลือกหรือการสอบแข่งขันตามกฎ ก.ตร. นี้

ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ กรณีที่มีปัญหาว่าผู้ใดจะได้รับการคัดเลือกและแต่งตั้งตามกฎ ก.ตร. นี้ หรือไม่ ให้ ก.ตร. วินิจฉัยชี้ขาด ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๔ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๗ พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ รองนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติราชการแทน นายกรัฐมนตรี ประธานกรรมการข้าราชการตำรวจ ภูวนนท์/ผู้จัดทำ ๑ กันยายน ๒๕๕๓ พัสสน/ผู้ตรวจ ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ ปณตภร/ปรับปรุง ๒๘ มีนาคม ๒๕๕๕ [๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๑/ตอนพิเศษ ๒๕ ก/หน้า ๗/๒๑ มิถุนายน ๒๕๔๗

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

公布日期部分取自:Open Law Data Thailand × สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีCC BY 4.0

接下來可以查