法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

localOrdinance

เทศบัญญัติเทศบาลตำบลขัวมุง เรื่อง ตลาด พ.ศ. 2554

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
51
มาตรา อารัมภบท

เทศบัญญัติเทศบาลตำบลขัวมุง

เทศบัญญัติเทศบาลตำบลขัวมุง

เรื่อง ตลาด

พ.ศ. ๒๕๕๔[๑]

โดยที่เป็นการสมควรตราเทศบัญญัติเทศบาลตำบลขัวมุง เรื่อง ตลาด

เพื่อบังคับใช้ในเขตเทศบาลตำบลขัวมุง อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๕ มาตรา ๓๗ มาตรา

๕๔ มาตรา ๕๕ และมาตรา ๕๘ แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๓๕

แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๐ และกฎกระทรวงว่าด้วยสุขลักษณะของตลาด

พ.ศ. ๒๕๕๑

อันมีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลตามรัฐธรรมนูญ

ซึ่งมาตรา ๒๙ มาตรา ๓๓ มาตรา ๔๑ และมาตรา ๔๓ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.

๒๕๕๐ บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามที่กฎหมายบัญญัติ ประกอบกับมาตรา ๖๐

แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖ แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖

โดยความเห็นชอบของเทศบาลตำบลขัวมุงและผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่

จึงตราเทศบัญญัติขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ เทศบัญญัตินี้เรียกว่า

“เทศบัญญัติเทศบาลตำบลขัวมุง เรื่อง ตลาด พ.ศ. ๒๕๕๔”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ เทศบัญญัตินี้

ให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ได้ประกาศไว้โดยเปิดเผย ณ สำนักงานเทศบาลตำบลขัวมุงแล้วเจ็ดวัน

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ นับแต่วันที่เทศบัญญัตินี้ใช้บังคับ

ให้ยกเลิกข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลขัวมุง เรื่อง ตลาด พ.ศ. ๒๕๕๐

และให้ใช้เทศบัญญัตินี้แทน

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้นายกเทศมนตรีตำบลขัวมุงรักษาการตามเทศบัญญัตินี้

และให้มีอำนาจออกข้อบังคับ ระเบียบ คำสั่ง ประกาศ

เพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามเทศบัญญัตินี้

หมวดที่ ๑

หมวดทั่วไป

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ในเทศบัญญัตินี้

“ตลาด” หมายความว่า

สถานที่ซึ่งปกติจัดไว้ให้ผู้ค้าใช้เป็นที่ชุมนุมเพื่อจำหน่ายสินค้า ประเภทสัตว์

เนื้อสัตว์ ผัก ผลไม้ หรือ อาหารอันมีสภาพเป็นของสดประกอบหรือปรุงแล้ว

หรือของเสียง่าย ทั้งนี้

ไม่ว่าจะมีการจำหน่ายสินค้าประเภทอื่นหรือไม่ก็ตาม และหมายความรวมถึง บริเวณซึ่งจัดไว้สำหรับผู้ค้าใช้เป็นที่ชุมนุมเพื่อจำหน่ายสินค้าประเภทดังกล่าวเป็นประจำหรือครั้งคราวหรือตามวันที่กำหนด

“สินค้า” หมายความว่า

เครื่องอุปโภค บริโภค หรือสิ่งของต่าง ๆ ที่วางจำหน่ายในตลาด

“อาหารสด” หมายความว่า

อาหารประเภทสัตว์ เนื้อสัตว์ ผัก ผลไม้ และของอื่น ๆ ที่มีสภาพเป็นของสด

“อาหารแปรรูป” หมายความว่า

อาหารสดที่แปรรูป ทำให้แห้ง หรือหมักดองหรือในรูปอื่น ๆ

รวมทั้งที่ใช้สารปรุงแต่งอาหาร

“อาหารประเภทเนื้อสัตว์ชำแหละ” หมายความว่า

อาหารสดประเภทเนื้อสัตว์หรือเนื้อสัตว์ที่มีการชำแหละ ณ แผงจำหน่ายสินค้า

“อาหารปรุงสำเร็จ” หมายความว่า

อาหารที่ได้ผ่านการทำ ประกอบ หรือปรุงสำเร็จพร้อมที่จะรับประทานได้

รวมทั้งของหวานและเครื่องดื่มชนิดต่าง ๆ

“สุขาภิบาลอาหาร” หมายความว่า

การจัดการและควบคุมปัจจัยต่าง ๆ เพื่อให้อาหารสะอาด ปลอดภัยจากเชื้อโรค

และสารเคมีที่เป็นพิษซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพอนามัยของผู้บริโภค เช่น อาหาร

ผู้สัมผัสอาหาร สถานที่ทำ ประกอบ ปรุง และจำหน่ายอาหาร ภาชนะ อุปกรณ์

สัตว์และแมลงที่เป็นพาหะนำโรค

“การล้างตลาดตามหลักการสุขาภิบาล” หมายความว่า การทำความสะอาดตัวอาคาร แผงจำหน่ายสินค้าในตลาด พื้น ผนัง

เพดาน ทางระบายน้ำ ตะแกรงดักมูลฝอย บ่อดักไขมัน บ่อพักน้ำเสีย

ที่เก็บรวบรวมหรือที่รองรับมูลฝอย ห้องส้วม ที่ปัสสาวะ อ่างล้างมือ และบริเวณตลาด

ให้สะอาด ไม่มีสิ่งปฏิกูล หรือมูลฝอย หยากไย่ ฝุ่นละอองและคราบสกปรก

รวมทั้งให้มีการฆ่าเชื้อ ทั้งนี้

สารเคมีที่ใช้ต้องไม่มีผลกระทบต่อระบบบำบัดน้ำเสียของตลาด

“สิ่งปฏิกูล” หมายความว่า

อุจจาระหรือปัสสาวะ และหมายความรวมถึง สิ่งอื่นใดซึ่งเป็นสิ่งโสโครก หรือ

มีกลิ่นเหม็น

“มูลฝอย” หมายความว่า เศษกระดาษ

เศษผ้า เศษอาหาร เศษสินค้า ถุงพลาสติก ภาชนะ ที่ใส่อาหาร เถ้า มูลสัตว์

หรือซากสัตว์ รวมตลอดถึง สิ่งอื่นใดที่เก็บกวาดจากถนน ตลาด ที่เลี้ยงสัตว์

หรือที่อื่น

“อาคาร” หมายความว่า ตึก บ้าน

เรือน โรง ร้าน แพ คลังสินค้า สำนักงานหรือสิ่งที่สร้างขึ้นอย่างอื่นซึ่งบุคคลอาจเข้าอยู่หรือเข้าใช้สอยได้

“เจ้าพนักงานท้องถิ่น” หมายความว่า

นายกเทศมนตรีตำบลขัวมุง

“เจ้าพนักงานสาธารณสุข” หมายความว่า

เจ้าพนักงานซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ.

๒๕๓๕

“ผู้ซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น” หมายความว่า

พนักงานเทศบาลตำบลขัวมุงที่ได้รับการแต่งตั้งจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นนั้น ให้มีอำนาจหน้าที่เช่นเจ้าพนักงานสาธารณสุขตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข

พ.ศ. ๒๕๓๕ ในเรื่องใดหรือทุกเรื่องก็ได้

หมวดที่ ๒

ลักษณะของตลาดและสุขลักษณะ

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ห้ามมิให้ผู้ใดจัดตั้งตลาดทุกประเภท

เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น

การเปลี่ยนแปลง ขยาย หรือลดสถานที่หรือบริเวณที่ใช้เป็นตลาดภายหลังจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นได้ออกใบอนุญาตให้จัดตั้งตลาดตามวรรคหนึ่งแล้ว

จะกระทำได้ก็ต่อเมื่อได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น

ความในข้อนี้ มิให้ใช้บังคับแก่กระทรวง ทบวง กรม ราชการส่วนท้องถิ่น

หรือองค์การของรัฐ ที่ได้จัดตั้งตลาดขึ้นตามอำนาจหน้าที่

แต่ในการดำเนินกิจการตลาดจะต้องปฏิบัติเช่นเดียวกับผู้รับใบอนุญาตตามบทบัญญัติแห่งเทศบัญญัตินี้

และให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจกำหนดเงื่อนไขเป็นหนังสือให้ผู้จัดตั้งตลาดตามข้อนี้ปฏิบัติเป็นการเฉพาะรายก็ได้

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ผู้ใดประสงค์จะจัดตั้งตลาด

ให้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตตามแบบ ตล. ๑

พร้อมด้วยผังบริเวณหรือแบบแปลนการก่อสร้างและรายการปลูกสร้างในสถานที่จัดตั้งตลาดต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น

การยื่นคำขอเปลี่ยนแปลง ขยาย หรือลดสถานที่หรือบริเวณที่ใช้เป็นตลาด

ภายหลังเจ้าพนักงานท้องถิ่นได้ออกใบอนุญาตให้จัดตั้งตลาดแล้ว

ให้ยื่นคำขออนุญาตตามแบบ ตล. ๔

พร้อมด้วยผังบริเวณหรือแบบแปลนการก่อสร้างและรายการปลูกสร้างที่จะขอเปลี่ยนแปลง

ขยายหรือลดสถานที่หรือบริเวณที่ใช้เป็นตลาดต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ หากสถานที่จัดตั้งตลาดเป็นอาคาร

ผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้จัดตั้งตลาด

ต้องดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ เมื่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นพิจารณาเห็นว่า

ผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้จัดตั้งตลาดและมีเครื่องอุปกรณ์สำหรับตลาดถูกต้องด้วยสุขลักษณะ

ตามเงื่อนไขที่บังคับไว้ในเทศบัญญัตินี้ ตามประเภทของตลาดแล้ว ก็ให้ออกใบอนุญาตตามแบบ

ตล. ๒

เมื่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นพิจารณาเห็นว่า ผู้ขออนุญาตเปลี่ยนแปลง

ขยายหรือลดสถานที่หรือบริเวณที่ใช้เป็นตลาด

ได้จัดสถานที่ตั้งตลาดและมีเครื่องอุปกรณ์สำหรับตลาดถูกต้องด้วยสุขลักษณะตามเงื่อนไขที่บังคับไว้ในเทศบัญญัตินี้ตามประเภทของตลาดแล้ว

ก็ให้ออกหนังสืออนุญาตได้ และให้บันทึกวัน เดือน ปี

ที่ได้รับอนุญาตไว้ด้านหลังใบอนุญาตด้วยหมึกสีแดง

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ในเทศบัญญัตินี้

ให้จัดตลาดเป็น ๒ ประเภทดังนี้

(๑) ตลาดประเภทที่ ๑ ได้แก่ ตลาดที่มีโครงสร้างอาคารและมีลักษณะตามที่กำหนดไว้ในส่วนที่

(๒) ตลาดประเภทที่ ๒ ได้แก่ ตลาดที่ไม่มีโครงสร้างอาคารและมีลักษณะตามที่กำหนดไว้ในส่วนที่

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ที่ตั้งของตลาดต้องอยู่ห่างไม่น้อยกว่า ๑๐๐

เมตร จากแหล่งที่ก่อให้เกิดมลพิษ ของเสีย โรงเลี้ยงสัตว์ แหล่งโสโครก

ที่กำจัดมูลฝอย อันอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพอนามัย เว้นแต่จะมีวิธีการป้องกันซึ่งเจ้าพนักงานสาธารณสุขได้ให้ความเห็นชอบแล้ว

ภายใต้บังคับแห่งข้อความในวรรคหนึ่ง

ตลาดทุกประเภทที่จะขออนุญาตจัดตั้งขึ้น

จะต้องมีระยะห่างระหว่างตลาดที่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นไม่น้อยกว่าหนึ่งกิโลเมตรหรือตามที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นเห็นสมควร

ทั้งนี้

ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นใช้ดุลพินิจโดยคำนึงถึงผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมและปัญหาการจราจรเป็นสำคัญ

ตลาดประเภทที่

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ตลาดประเภทที่ ๑

ต้องมีส่วนประกอบของสถานที่และสิ่งปลูกสร้าง คือ

อาคารสิ่งปลูกสร้างสำหรับผู้ขายของ ที่ขนถ่ายสินค้า ห้องส้วม ที่ปัสสาวะ

อ่างล้างมือ ที่เก็บรวบรวมหรือที่รองรับมูลฝอย และที่จอดยานพาหนะ

ตามที่กำหนดในส่วนนี้

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ อาคารสิ่งปลูกสร้างสำหรับผู้ขายของ

ต้องมีและเป็นไปตามหลักเกณฑ์และสุขลักษณะ ดังต่อไปนี้

(๑) มีถนนรอบอาคารตลาดกว้างไม่น้อยกว่า ๔ เมตร และมีทางเข้าออกบริเวณตลาดกว้างไม่น้อยกว่า

๔ เมตร อย่างน้อยหนึ่งทาง

(๒) ตัวอาคารตลาดทำด้วยวัสดุถาวร มั่นคง แข็งแรง

(๓) หลังคาสร้างด้วยวัสดุทนไฟ และแข็งแรง ทนทาน

ความสูงของหลังคาต้องมีความเหมาะสมกับการระบายอากาศของตลาดนั้น ๆ

(๔) พื้นทำด้วยวัสดุถาวร แข็งแรง ไม่ดูดซึมน้ำ เรียบ

ล้างทำความสะอาดง่าย ไม่มีน้ำขัง และไม่ลื่น

(๕) ทางเดินภายในอาคารสำหรับผู้ซื้อมีความกว้างไม่น้อยกว่า ๒ เมตร

(๖) เครื่องกั้นหรือสิ่งกีดขวางทำด้วยวัสดุถาวร และแข็งแรง

สามารถป้องกันสัตว์ เช่น สุนัข มิให้เข้าไปในตลาด

(๗) การระบายอากาศภายในตลาดเพียงพอ เหมาะสม และไม่มีกลิ่นเหม็นอับ

(๘) ความเข้มของแสงสว่างในอาคารตลาดไม่น้อยกว่า ๒๐๐ ลักซ์

(๙) แผงจำหน่ายสินค้าประเภทอาหารทำด้วยวัสดุถาวร เรียบ

มีความลาดเอียงและทำความสะอาดง่าย มีสูงจากพื้นไม่น้อยกว่า ๖๐ เซนติเมตร

มีพื้นที่ไม่น้อยกว่า ๑.๕ ตารางเมตร และมีทางเข้าออกสะดวก

โดยมีที่นั่งสำหรับผู้ขายของแยกต่างหากจากแผง

(๑๐)

น้ำประปาหรือน้ำสะอาดแบบระบบท่ออย่างเพียงพอสำหรับล้างสินค้าหรือล้างมือ ทั้งนี้ ต้องวางท่อในลักษณะที่ปลอดภัย

ไม่เกิดการปนเปื้อนจากน้ำโสโครก ไม่ติดหรือทับกับท่อระบายน้ำเสียหรือสิ่งปฏิกูล

โดย

(ก) มีที่ล้างอาหารสดอย่างน้อย ๑ จุด

และในแต่ละจุดจะต้องมีก๊อกน้ำไม่น้อยกว่า ๓ ก๊อก

กรณีที่มีแผงจำหน่ายอาหารสดตั้งแต่ ๓๐ แผงขึ้นไป ต้องจัดให้มีที่ล้างอาหารสด ๑

จุดต่อจำนวนแผงจำหน่ายอาหารสดทุก ๓๐ แผง เศษของ ๓๐ แผงถ้าเกิน ๑๕ แผงให้ถือเป็น ๓๐

แผง

(ข) มีก๊อกน้ำประจำแผงจำหน่ายอาหารประเภทเนื้อสัตว์ชำแหละและแผงจำหน่ายอาหารประเภทปรุงสำเร็จ

(ค) มีที่เก็บสำรองน้ำในปริมาณเพียงพอและสะดวกต่อการใช้

กรณีที่มีแผงจำหน่ายอาหารสดตั้งแต่ ๕๐ แผงขึ้นไป ต้องจัดให้มีน้ำสำรองอย่างน้อย ๕

ลูกบาศก์เมตรต่อจำนวนแผงจำหน่ายอาหารสดทุก ๑๐๐ แผง เศษของ ๑๐๐ แผง ถ้าเกิน ๕๐ แผง

ให้ถือเป็น ๑๐๐ แผง

(๑๑) ระบบบำบัดน้ำเสียหรือน้ำทิ้ง

และทางระบายน้ำตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร ทั้งนี้

ให้มีตะแกรงดักมูลฝอยและบ่อดักไขมันด้วย

(๑๒)

การติดตั้งระบบการป้องกันอัคคีภัยตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร

ความใน (๑) และ (๕) มิให้ใช้บังคับกับตลาดที่จัดตั้งขึ้นก่อนวันที่กฎกระทรวง

ฉบับที่ ๔ (พ.ศ. ๒๕๔๒) ออกตามความในพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๓๕ ใช้บังคับ

และมีข้อจำกัดเรื่องพื้นที่ซึ่งไม่อาจจัดให้มีถนนรอบอาคารตลาด

ทางเข้าออกบริเวณตลาด และทางเดินภายในอาคารตามที่กำหนดได้

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ต้องจัดให้มีที่ขนถ่ายสินค้าตั้งอยู่ในบริเวณหนึ่งบริเวณใดโดยเฉพาะมีพื้นที่เพียงพอสำหรับการขนถ่ายสินค้าในแต่ละวัน

และสะดวกต่อการขนสินค้าและการรักษาความสะอาด

ความในวรรคหนึ่ง

มิให้ใช้บังคับกับตลาดที่จัดตั้งขึ้นก่อนวันที่กฎกระทรวง ฉบับที่ ๔ (พ.ศ. ๒๕๔๒)

ออกตามความในพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๓๕ ใช้บังคับ

และมีข้อจำกัดเรื่องพื้นที่ซึ่งไม่อาจจัดให้มีที่ขนถ่ายสินค้าตามที่กำหนดได้

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ต้องจัดให้มีห้องส้วม

ที่ปัสสาวะและอ่างล้างมือตามแบบและจำนวนที่กำหนดในกฎหมายควบคุมอาคาร

และตั้งอยู่ในที่เหมาะสมนอกตัวอาคารตลาด

หรือกรณีอยู่ในอาคารตลาดต้องแยกเป็นสัดส่วนโดยเฉพาะ

มีผนังกั้นโดยไม่ให้มีประตูเปิดสู่บริเวณจำหน่ายอาหารโดยตรง

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ต้องจัดให้มีที่เก็บรวบรวมหรือที่รองรับมูลฝอย

ตามที่กำหนดในกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร

ตั้งอยู่นอกตัวอาคารตลาดและอยู่ในพื้นที่ที่รถเก็บขนมูลฝอยเข้าออกได้สะดวก

มีการปกปิดและป้องกันไม่ให้สัตว์เข้าไปคุ้ยเขี่ย

ตามที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นโดยคำแนะนำของเจ้าพนักงานสาธารณสุขเห็นชอบว่าเหมาะสมกับตลาดนั้น

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ต้องจัดให้มีที่จอดยานพาหนะอย่างเหมาะสมตามที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นกำหนด

ตลาดประเภทที่

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ตลาดประเภทที่ ๒

ต้องจัดให้มีสถานที่สำหรับผู้ขายของ ห้องส้วม ที่ปัสสาวะ อ่างล้างมือ

และที่เก็บรวบรวมหรือที่รองรับมูลฝอย ตามที่กำหนดไว้ในส่วนนี้

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ สถานที่สำหรับผู้ขายของ

ต้องมีและเป็นไปตามหลักเกณฑ์และสุขลักษณะ ดังต่อไปนี้

(๑) ทางเดินภายในตลาดมีความกว้างไม่น้อยกว่า ๒ เมตร

(๒)

บริเวณสำหรับผู้ขายของประเภทอาหารสดต้องจัดให้เป็นสัดส่วนโดยเฉพาะ

โดยมีลักษณะเป็นพื้นเรียบ แข็งแรง ไม่ลื่น สามารถล้างทำความสะอาดได้ง่าย

และไม่มีน้ำขัง เช่น พื้นคอนกรีต พื้นที่ปูด้วยคอนกรีตสำเร็จ

หรือพื้นลาดด้วยยางแอสฟัลต์

(๓) แผงจำหน่ายสินค้าประเภทอาหารทำด้วยวัสดุแข็งแรงที่มีผิวเรียบ

ทำความสะอาดง่าย มีความสูงจากพื้นไม่น้อยกว่า ๖๐ เซนติเมตร

และอาจเป็นแบบพับเก็บได้

(๔) น้ำประปาหรือน้ำสะอาดอย่างเพียงพอ

และจัดให้มีที่ล้างทำความสะอาดอาหาร และภาชนะในบริเวณแผงจำหน่ายอาหารสด แผงจำหน่ายอาหารประเภทเนื้อสัตว์ชำแหละ

และแผงจำหน่ายอาหารประเภทปรุงสำเร็จ

(๕)

ทางระบายน้ำจากจุดที่มีที่ล้างโดยเป็นรางแบบเปิดทำด้วยวัสดุที่มีผิวเรียบมีความลาดเอียงให้สามารถระบายน้ำได้สะดวก

มีตะแกรงดักมูลฝอยก่อนระบายน้ำออกสู่ท่อระบายน้ำสาธารณะหรือแหล่งน้ำสาธารณะ

และไม่ก่อให้เกิดเหตุเดือดร้อนรำคาญแก่ประชาชนข้างเคียง

ในกรณีจำเป็นเจ้าพนักงานท้องถิ่นโดยคำแนะนำของเจ้าพนักงานสาธารณสุขอาจกำหนดให้จัดให้มีบ่อดักไขมันหรือบ่อพักน้ำเสียก่อนระบายน้ำออกสู่ท่อระบายน้ำสาธารณะหรือแหล่งน้ำสาธารณะ

กรณีที่มีโครงสร้างเฉพาะเสาและหลังคา โครงเหล็กคลุมผ้าใบ เต็นท์

ร่มหรือสิ่งอื่นใดในลักษณะเดียวกัน ต้องอยู่ในสภาพที่มั่นคงแข็งแรง

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ต้องจัดให้มีห้องส้วม

ที่ปัสสาวะและอ่างล้างมือตามจำนวนและหลักเกณฑ์ด้านสุขลักษณะที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นกำหนดโดยคำแนะนำของเจ้าพนักงานสาธารณสุข

และตั้งอยู่ในที่ที่เหมาะสมนอกสถานที่ขายของ เว้นแต่จะจัดให้มีส้วมเคลื่อนที่

ส้วมสาธารณะ ส้วมเอกชนหรือส้วมของหน่วยงานราชการที่ได้รับอนุญาตให้ใช้อยู่ในบริเวณใกล้เคียง

ทั้งนี้ ให้มีระยะห่างจากตลาดไม่เกิน

๕๐ เมตร

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ ต้องจัดให้มีที่เก็บรวบรวมหรือที่รองรับมูลฝอยอย่างเพียงพอที่จะรองรับปริมาณมูลฝอยในแต่ละวัน

และมีลักษณะเหมาะสมตามที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นกำหนดโดยคำแนะนำของเจ้าพนักงานสาธารณสุข

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ เมื่อผู้รับใบอนุญาตให้จัดตั้งตลาดประเภทที่

๒ ได้ดำเนินกิจการต่อเนื่องกันเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว

ถ้าเจ้าพนักงานท้องถิ่นเห็นว่าตลาดประเภทที่ ๒ นั้น มีศักยภาพที่จะพัฒนาเป็นตลาดประเภทที่

๑ ได้ ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นและผู้รับใบอนุญาตร่วมกันพิจารณากำหนดแผนการพัฒนาปรับปรุงตลาดประเภทที่

๒ ให้เป็นตลาดประเภทที่ ๑ ตามกฎกระทรวงนี้ ตามระยะเวลาและขั้นตอนที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นกำหนด

หมวดที่ ๓

การจัดสถานที่

การวางสิ่งของ และการอื่นที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินกิจการตลาด

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ การจัดวางสินค้าในตลาดแต่ละประเภทต้องจัดให้เป็นหมวดหมู่และไม่ปะปนกัน

เพื่อสะดวกในการดูแลความสะอาดและป้องกันการปนเปื้อนในอาหาร

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ ให้ผู้รับใบอนุญาตจัดตั้งตลาด

ให้เปิดตลาดตั้งแต่เวลา ๐๔.๐๐ น. และปิดตลาดเมื่อเวลา ๒๑.๐๐ น.

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ ผู้รับใบอนุญาตให้จัดตั้งตลาดประเภทที่ ๑

ต้องรับผิดชอบดูแลเกี่ยวกับการบำรุงรักษาตลาดและการรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยในตลาดให้ถูกสุขลักษณะ

ดังต่อไปนี้

(๑) บำรุงรักษาโครงสร้างต่าง ๆ ของตลาด

ให้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ดีตลอดเวลา เช่น ตัวอาคาร พื้น ฝ้า เพดาน

แผงจำหน่ายสินค้า ระบบบำบัดน้ำเสียหรือน้ำทิ้ง และทางระบายน้ำ อุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น

สายไฟ หลอดไฟ พัดลม ก๊อกน้ำ ท่อน้ำประปา และสาธารณูปโภคอื่น

(๒) จัดให้มีการเก็บกวาดมูลฝอยบริเวณตลาด และดูแลความสะอาดของตะแกรงดักมูลฝอย

บ่อดักไขมัน ระบบบำบัดน้ำเสียหรือน้ำทิ้ง และทางระบายน้ำ

มิให้มีกลิ่นเหม็นเป็นประจำทุกวัน

และดูแลที่เก็บรวบรวมหรือที่รองรับมูลฝอยให้ถูกสุขลักษณะเสมอ

(๓) ดูแลห้องส้วม ที่ปัสสาวะและอ่างล้างมือให้อยู่ในสภาพที่สะอาด

ใช้การได้ดี และเปิดให้ใช้ตลอดเวลาที่เปิดตลาด

(๔) จัดให้มีการล้างทำความสะอาดตลาดเป็นประจำทุกวัน

โดยเฉพาะแผงจำหน่ายอาหารสดและแผงจำหน่ายอาหารประเภทเนื้อสัตว์ชำแหละ

และมีการล้างตลาดตามหลักการสุขาภิบาลอย่างน้อยเดือนละหนึ่งครั้ง

ในกรณีที่มีการระบาดของโรคติดต่อ เจ้าพนักงานท้องถิ่นโดยคำแนะนำของเจ้าพนักงานสาธารณสุขอาจแจ้งให้มีการล้างตลาดตามหลักการสุขาภิบาลมากกว่าเดือนละหนึ่งครั้งก็ได้

(๕)

จัดให้มีการกำจัดสัตว์หรือแมลงที่เป็นพาหะนำโรคภายในบริเวณตลาดอย่างน้อยเดือนละหนึ่งครั้ง

(๖) ดูแลแผงจำหน่ายอาหารประเภทเนื้อสัตว์ชำแหละมิให้ปล่อยน้ำหรือของเหลวไหลจากแผงลงสู่พื้นตลาด

และจัดให้มีทางระบายน้ำหรือของเหลวลงสู่ทางระบายน้ำหลักของตลาด

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ ผู้รับใบอนุญาตให้จัดตั้งตลาดประเภทที่

ต้องรับผิดชอบดูแลเกี่ยวกับการบำรุงรักษาตลาดและการรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยภายในตลาดให้ถูกสุขลักษณะ

ดังต่อไปนี้

(๑) จัดให้มีการเก็บกวาดมูลฝอยบริเวณตลาด

และดูแลความสะอาดของตะแกรงดักมูลฝอย รวมทั้งกรณีที่มีบ่อดักไขมัน บ่อพักน้ำเสีย

และทางระบายน้ำ มิให้มีกลิ่นเหม็นเป็นประจำทุกวัน

และดูแลที่เก็บรวบรวมหรือที่รองรับมูลฝอยให้ถูกสุขลักษณะเสมอ

(๒) ดูแลห้องส้วม ที่ปัสสาวะ และอ่างล้างมือให้อยู่ในสภาพที่สะอาด

ใช้การได้ดี และเปิดให้ใช้ตลอดเวลาที่เปิดตลาด

(๓) จัดให้มีการล้างทำความสะอาดตลาดเป็นประจำทุกวัน

โดยเฉพาะแผงจำหน่ายอาหารสดและแผงจำหน่ายอาหารประเภทเนื้อสัตว์ชำแหละ

ในกรณีที่มีการระบาดของโรคติดต่อ ให้ดำเนินการล้างตลาดตามหลักการสุขาภิบาล

ตามที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นโดยคำแนะนำของเจ้าพนักงานสาธารณสุขแจ้งให้ปฏิบัติ

(๔) จัดให้มีการป้องกันไม่ให้น้ำหรือของเหลวไหลจากแผงจำหน่ายอาหารประเภทเนื้อสัตว์ชำแหละลงสู่พื้นตลาด

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ เพื่อประโยชน์ในการป้องกันเหตุรำคาญ

มลพิษที่เป็นอันตราย หรือการระบาดของโรคติดต่อ

ผู้รับใบอนุญาตให้จัดตั้งตลาดประเภทที่ ๑ หรือตลาดประเภทที่ ๒ ต้องไม่กระทำการและต้องควบคุมดูแลมิให้ผู้ใดกระทำการ

ดังต่อไปนี้

(๑) จำหน่ายอาหารที่ไม่สะอาดหรือไม่ปลอดภัยตามกฎหมายว่าด้วยอาหารในตลาด

(๒) นำสัตว์ทุกชนิดเข้าไปในตลาด

เว้นแต่สัตว์ที่นำไปขังไว้ในที่ขังสัตว์เพื่อจำหน่าย

(๓) ฆ่าหรือชำแหละสัตว์ใหญ่ เช่น โค กระบือ แพะ แกะหรือสุกรในตลาด

รวมทั้งฆ่าหรือชำแหละสัตว์ปีกในกรณีที่เกิดการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ที่ติดต่อมาจากสัตว์ในเขตท้องที่นั้น

(๔) สะสมหรือหมักหมมสิ่งหนึ่งสิ่งใดในตลาด จนทำให้สถานที่สกปรก

รกรุงรัง เป็นเหตุรำคาญ เกิดมลพิษที่เป็นอันตราย

หรือเป็นที่เพาะพันธุ์สัตว์หรือแมลงที่เป็นพาหะนำโรค

(๕) ถ่ายเทหรือทิ้งมูลฝอยหรือสิ่งปฏิกูลในที่อื่นใด นอกจากที่ซึ่งจัดไว้สำหรับรองรับมูลฝอยหรือสิ่งปฏิกูล

(๖)

ทำให้น้ำใช้ในตลาดเกิดความสกปรกจนเป็นเหตุให้เป็นหรืออาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ

(๗)

ก่อหรือจุดไฟไว้ในลักษณะซึ่งอาจเป็นที่เดือดร้อนหรือเกิดอันตรายแก่ผู้อื่น

(๘) ใช้ตลาดเป็นที่พักอาศัยหรือเป็นที่พักค้างคืน

(๙) กระทำการอื่นใดที่อาจก่อให้เกิดเหตุรำคาญ มลพิษที่เป็นอันตราย

หรือการระบาดของโรคติดต่อ เช่น เสียงดัง แสงกระพริบ ความสั่นสะเทือน

หรือมีกลิ่นเหม็น

หมวดที่ ๔

ผู้ขายของและผู้ช่วยขายของในตลาด

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ ผู้ขายของและผู้ช่วยขายของในตลาดต้องปฏิบัติและให้ความร่วมมือกับผู้รับใบอนุญาตให้จัดตั้งตลาด

เจ้าพนักงานท้องถิ่นและเจ้าพนักงานสาธารณสุขในเรื่อง ดังต่อไปนี้

(๑) การจัดระเบียบและกฎเกณฑ์ในการรักษาความสะอาดของตลาด

(๒) การจัดหมวดหมู่สินค้า

(๓) การดูแลความสะอาดแผงจำหน่ายสินค้าของตน

(๔) การรวบรวมมูลฝอยลงในภาชนะรองรับที่เหมาะสม

(๕) การล้างตลาด

(๖) การเข้ารับการฝึกอบรมด้านสุขาภิบาลอาหารและอื่น ๆ

ตามหลักเกณฑ์ที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นกำหนดโดยคำแนะนำของเจ้าพนักงานสาธารณสุข

(๗)

การตรวจสุขภาพตามที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นกำหนดโดยคำแนะนำของเจ้าพนักงานสาธารณสุข

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ ผู้ขายของและผู้ช่วยขายของในตลาดต้องปฏิบัติเกี่ยวกับสินค้าและแผงจำหน่ายสินค้า

ดังต่อไปนี้

(๑) ให้วางสินค้าบนแผงจำหน่ายสินค้าหรือขอบเขตที่กำหนด

โดยห้ามวางสินค้าล้ำแผงจำหน่ายสินค้าหรือขอบเขตที่กำหนด

และห้ามวางสินค้าสูงจนอาจเกิดอันตรายหรือส่งผลกระทบต่อระบบการระบายอากาศ

และแสงสว่าง ทั้งนี้

ตามที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นกำหนดโดยคำแนะนำของเจ้าพนักงานสาธารณสุข

(๒) ห้ามวางสินค้าประเภทวัตถุอันตรายปะปนกับสินค้าประเภทอาหาร

(๓) ให้วางสินค้าประเภทอาหาร เครื่องดื่ม

และภาชนะอุปกรณ์ในขอบเขตที่กำหนด โดยสูงจากพื้นตลาดไม่น้อยกว่า ๖๐ เซนติเมตร

(๔) ห้ามเก็บสินค้าประเภทอาหารไว้ใต้แผงจำหน่ายสินค้า

เว้นแต่อาหารในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิทตามกฎหมายว่าด้วยอาหาร

หรืออาหารที่มีการป้องกันการเน่าเสียและปกปิดมิดชิด ทั้งนี้

ต้องมีการรักษาความสะอาดและป้องกันสัตว์หรือแมลงที่เป็นพาหะนำโรค

(๕)

ไม่ใช้แสงหรือวัสดุอื่นใดที่ทำให้ผู้บริโภคมองเห็นอาหารต่างไปจากสภาพที่เป็นจริง

(๖) ห้ามต่อเติมแผงจำหน่ายสินค้า เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นโดยคำแนะนำของเจ้าพนักงานสาธารณสุข

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ ผู้ขายของและผู้ช่วยขายของในตลาดต้องมีสุขอนามัยส่วนบุคคล

ดังต่อไปนี้

(๑) มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ไม่เป็นโรคติดต่อ ไม่เป็นโรคที่สังคมรังเกียจ

หรือไม่เป็นพาหะนำโรคติดต่อ เช่น อหิวาตกโรค ไข้รากสาดน้อย บิด ไข้สุกใส หัด

คางทูม วัณโรคในระยะอันตราย

โรคเรื้อนในระยะติดต่อหรือในระยะที่ปรากฏอาการเป็นที่รังเกียจแก่สังคม

โรคผิวหนังที่น่ารังเกียจ ไวรัสตับอักเสบชนิดเอ ไข้หวัดใหญ่ รวมถึงไข้หวัดใหญ่ที่ติดต่อมาจากสัตว์

และโรคตามที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นกำหนดโดยคำแนะนำของเจ้าพนักงานสาธารณสุข

(๒) ในระหว่างขายสินค้าต้องแต่งกายสุภาพ สะอาด เรียบร้อย

หรือตามที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นกำหนดโดยคำแนะนำของเจ้าพนักงานสาธารณสุข

(๓) ในระหว่างขายสินค้าประเภทอาหารต้องปฏิบัติตามหลักสุขอนามัยส่วนบุคคล

เช่น ไม่ไอหรือจามรดอาหาร ไม่ใช้มือหยิบจับอาหารที่พร้อมรับประทานโดยตรง

ล้างมือให้สะอาดก่อนหยิบหรือจับอาหาร ไม่สูบบุหรี่หรือดื่มสุรา ทั้งนี้

ตามที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นกำหนดโดยคำแนะนำของเจ้าพนักงานสาธารณสุข

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑ ผู้ขายของและผู้ช่วยขายของในตลาดต้องปฏิบัติให้ถูกสุขลักษณะในการจำหน่าย

ทำ ประกอบ ปรุง เก็บหรือสะสมอาหาร และการรักษาความสะอาดของภาชนะ

น้ำใช้และของใช้ต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

(๑) อาหารที่ขายต้องสะอาด

และปลอดภัยตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยอาหาร

(๒) อาหารสดเฉพาะสัตว์ เนื้อสัตว์ และอาหารทะเล

ต้องเก็บรักษาในอุณหภูมิไม่เกิน ๕ องศาเซลเซียส

ในตู้เย็นหรือแช่น้ำแข็งตลอดระยะเวลาการเก็บ

(๓) การจำหน่ายอาหารประเภทปรุงสำเร็จต้องใช้เครื่องใช้ ภาชนะที่สะอาด

และต้องมีอุปกรณ์ปกปิดอาหารเพื่อป้องกันการปนเปื้อน

และรักษาอุปกรณ์ปกปิดอาหารนั้นให้สะอาดและใช้การได้ดีอยู่เสมอ

(๔) ในกรณีที่เป็นแผงจำหน่ายอาหาร ซึ่งมีการทำ ประกอบ และปรุงอาหาร

ต้องจัดสถานที่ไว้ให้เป็นสัดส่วนโดยเฉพาะเพื่อการนั้นและต้องปฏิบัติให้ถูกต้องตามหลักการสุขาภิบาลอาหาร

(๕) เครื่องมือ เครื่องใช้ และภาชนะอุปกรณ์ที่ใช้ เช่น เขียง เครื่องขูดมะพร้าว

จาน ชาม ช้อนและส้อม ตะเกียบ และแก้วน้ำ ต้องสะอาดและปลอดภัย

มีการล้างทำความสะอาดและจัดเก็บที่ถูกต้อง

หมวดที่ ๕

ใบอนุญาต

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒ เมื่อได้รับคำขอรับใบอนุญาตหรือคำขอต่อใบอนุญาต

ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นตรวจความถูกต้องและความสมบูรณ์ของคำขอ ถ้าปรากฏว่าคำขอดังกล่าวไม่ถูกต้องหรือไม่สมบูรณ์ตามหลักเกณฑ์

วิธีการหรือเงื่อนไขตามประกาศของเทศบาลตำบลขัวมุง

ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นรวบรวมความไม่ถูกต้องหรือความไม่สมบูรณ์นั้นทั้งหมดและแจ้งให้ผู้ขออนุญาตแก้ไขให้ถูกต้องและสมบูรณ์ในคราวเดียวกันและในกรณีจำเป็นที่จะต้องส่งคืนคำขอแก่ผู้ขออนุญาต

ก็ให้ส่งคืนคำขอพร้อมทั้งแจ้งความไม่ถูกต้องหรือความไม่สมบูรณ์ให้ทราบภายในสิบห้าวัน

นับแต่วันได้รับคำขอ

เจ้าพนักงานท้องถิ่นต้องออกใบอนุญาตหรือมีหนังสือแจ้งคำสั่งไม่อนุญาตพร้อมด้วยเหตุผลให้ผู้ขออนุญาตทราบภายในสามสิบวัน

นับแต่วันได้รับคำขอซึ่งมีรายละเอียดถูกต้องหรือครบถ้วนตามประกาศเทศบาลตำบลขัวมุง

ในกรณีมีเหตุจำเป็นที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นไม่อาจออกใบอนุญาตหรือยังไม่อาจมีคำสั่งไม่อนุญาตได้ภายในกำหนดเวลาตามวรรคสอง

ให้ขยายเวลาออกไปได้อีกไม่เกินสองครั้ง ครั้งละไม่เกินสิบห้าวัน แต่ต้องมีหนังสือแจ้งการขยายเวลาและเหตุจำเป็นแต่ละครั้งให้ผู้ขออนุญาตทราบก่อนสิ้นกำหนดเวลาตามวรรคสองหรือตามที่ได้ขยายเวลาไว้แล้วนั้น

แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓ ใบอนุญาตที่ออกให้ตามเทศบัญญัตินี้

ให้มีอายุหนึ่งปี นับแต่วันที่ออกใบอนุญาต

และให้ใช้ได้เพียงในเขตอำนาจของเทศบาลตำบลขัวมุงนั้น

การขอต่ออายุใบอนุญาต จะต้องยื่นคำขอต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น ตามแบบ

ตล. ๓ ก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ เมื่อได้ยื่นคำขอพร้อมกับเสียค่าธรรมเนียมแล้ว

ให้ประกอบกิจการต่อไปได้จนกว่าเจ้าพนักงานท้องถิ่นจะสั่งไม่ต่ออายุใบอนุญาต

หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการขอต่อใบอนุญาตและการอนุญาตให้ต่อใบอนุญาต

ให้เป็นไปตามประกาศเทศบาลตำบลขัวมุง

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔ ผู้รับใบอนุญาตตามเทศบัญญัตินี้

ต้องแสดงใบอนุญาตไว้โดยเปิดเผยและเห็นได้ง่าย ณ

สถานที่ดำเนินกิจการตลอดเวลาที่ดำเนินกิจการ

มาตรา ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕ ในกรณีที่ใบอนุญาตสูญหาย

ถูกทำลายหรือชำรุดในสาระสำคัญ

ให้ผู้รับใบอนุญาตยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาตต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น ตามแบบ ตล. ๔

ภายในสิบห้าวัน นับแต่วันที่ได้ทราบถึงการสูญหายถูกทำลายหรือชำรุด แล้วแต่กรณี

พร้อมหลักฐาน ดังต่อไปนี้

(๑) เอกสารการแจ้งความต่อสถานีตำรวจ กรณีสูญหายหรือถูกทำลาย

(๒) ใบอนุญาตเดิม กรณีชำรุดในสาระสำคัญ

มาตรา ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖ ผู้รับใบอนุญาตจัดตั้งตลาดผู้ใดประสงค์จะแก้ไขรายการในใบอนุญาต

หรือไม่ประสงค์ประกอบกิจการต่อไป

ให้ยื่นคำขอแก้ไขรายการในใบอนุญาตหรือให้ยื่นคำขอบอกเลิกการดำเนินการต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามแบบ

ตล. ๔

มาตรา ข้อ ๓๗

ข้อ ๓๗ การออกใบแทนใบอนุญาต

ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นดำเนินการตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขดังนี้

(๑) การออกใบแทนใบอนุญาตให้ใช้แบบ ตล. ๒ โดยประทับตราสีแดง คำว่า “ใบแทน” และให้มีวัน เดือน ปีที่ออกใบแทน

พร้อมทั้งลงลายมือชื่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นกำกับไว้ในใบแทนและต้นขั้ว

(๒) ให้ใช้ใบแทนใบอนุญาตได้เท่ากับเวลาที่เหลือของใบอนุญาตฉบับเดิม

(๓) บันทึกด้านหลังต้นขั้วของใบอนุญาตเดิม

ระบุสาเหตุการสูญหายหรือชำรุดบกพร่องในสาระสำคัญของใบอนุญาตเดิม และลงเล่มที่

เลขที่ ปีของใบแทนใบอนุญาต

มาตรา ข้อ ๓๘

ข้อ ๓๘ ในกรณีที่ปรากฏว่าผู้รับใบอนุญาตไม่ปฏิบัติหรือปฏิบัติไม่ถูกต้องตามบทแห่งเทศบัญญัตินี้หรือเงื่อนไขที่ระบุไว้ในใบอนุญาตในเรื่องที่กำหนดไว้ตามที่ได้รับใบอนุญาตนั้น

เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจสั่งพักใช้ใบอนุญาตได้ภายในเวลาที่เห็นสมควร

แต่ต้องไม่เกินสิบห้าวัน

มาตรา ข้อ ๓๙

ข้อ ๓๙ เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจออกคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาต

เมื่อปรากฏว่าผู้รับใบอนุญาต

(๑)

ถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตตั้งแต่สองครั้งขึ้นไปและมีเหตุที่จะต้องถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตอีก

(๒) ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่าได้กระทำความผิดตามเทศบัญญัตินี้

(๓)

ไม่ปฏิบัติหรือปฏิบัติไม่ถูกต้องตามบทแห่งเทศบัญญัตินี้หรือเงื่อนไขที่ระบุไว้ในใบอนุญาตในเรื่องที่กำหนดไว้ตามที่ได้รับใบอนุญาตและการไม่ปฏิบัติหรือการปฏิบัติไม่ถูกต้องนั้นก่อให้เกิดอันตรายอย่างร้ายแรงต่อสุขภาพของประชาชนหรือมีผลกระทบต่อสภาวะความเป็นอยู่ที่เหมาะสมกับการดำรงชีพของประชาชน

มาตรา ข้อ ๔๐

ข้อ ๔๐ คำสั่งพักใช้ใบอนุญาตและคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาต

ให้ทำเป็นหนังสือแจ้งให้ผู้รับใบอนุญาตทราบ

ในกรณีที่ไม่พบผู้รับใบอนุญาตหรือผู้รับใบอนุญาตไม่ยอมรับคำสั่งดังกล่าว

ให้ส่งคำสั่งโดยทางไปรษณีย์ตอบรับหรือให้ปิดคำสั่งนั้นไว้ในที่เปิดเผยเห็นได้ง่าย

ณ ภูมิลำเนาหรือสำนักทำการงานของผู้รับใบอนุญาตและให้ถือว่าผู้รับใบอนุญาตนั้นได้ทราบคำสั่งแล้วตั้งแต่เวลาที่คำสั่งไปถึงหรือวันปิดคำสั่ง

แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๔๑

ข้อ ๔๑ ผู้ถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาต

จะขอรับใบอนุญาตอีกไม่ได้จนกว่าจะพ้นกำหนดหนึ่งปีนับแต่วันที่ถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาต

มาตรา ข้อ ๔๒

ข้อ ๔๒ ให้ใช้แบบพิมพ์ต่าง ๆ

ตามที่กำหนดไว้ท้ายเทศบัญญัตินี้ ดังต่อไปนี้

(๑) คำขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการตลาด ให้ใช้แบบ ตล. ๑

(๒) ใบอนุญาตประกอบกิจการตลาด ให้ใช้แบบ ตล. ๒

(๓) คำขอต่ออายุใบอนุญาตประกอบกิจการตลาด ให้ใช้แบบ ตล. ๓

(๔) คำขออนุญาตการต่าง ๆ เกี่ยวกับประกอบกิจการตลาด ให้ใช้แบบ ตล. ๔

หมวดที่ ๖

ค่าธรรมเนียมและค่าปรับ

มาตรา ข้อ ๔๓

ข้อ ๔๓ อัตราค่าธรรมเนียม

ให้เป็นไปตามบัญชีอัตราค่าธรรมเนียมใบอนุญาตจัดตั้งตลาดท้ายเทศบัญญัตินี้

มาตรา ข้อ ๔๔

ข้อ ๔๔ ค่าธรรมเนียมและค่าปรับตามเทศบัญญัตินี้

ให้เป็นรายได้ของเทศบาลตำบลขัวมุง

มาตรา ข้อ ๔๕

ข้อ ๔๕ ผู้ได้รับอนุญาตให้จัดตั้งตลาด

ต้องมารับใบอนุญาตพร้อมกับชำระค่าธรรมเนียมภายในสิบห้าวัน

นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น

หากมิได้มารับใบอนุญาตและชำระค่าธรรมเนียมภายในระยะเวลาที่กำหนด จะถือว่าสละสิทธิ

มาตรา ข้อ ๔๖

ข้อ ๔๖ ผู้รับผู้ใบอนุญาตต้องเสียค่าธรรมเนียมตามอัตราที่กำหนดเป็นประจำทุกปีตลอดระยะเวลาที่ยังดำเนินกิจการนั้น

โดยยื่นคำขอชำระค่าธรรมเนียมประจำปีต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นพร้อมหลักฐานต่าง ๆ

ตามที่เทศบาลตำบลขัวมุงกำหนด และให้ชำระค่าธรรมเนียมก่อนครบรอบในแต่ละปี

หากมิได้ชำระค่าธรรมเนียมในเวลาที่กำหนด จะต้องชำระค่าปรับเพิ่มขึ้นอีกร้อยละยี่สิบของจำนวนค่าธรรมเนียมที่ค้างชำระ

เว้นแต่ผู้รับใบอนุญาตจะได้บอกเลิกกิจการนั้นก่อนถึงกำหนดการเสียค่าธรรมเนียมครั้งต่อไป

ในกรณีที่ผู้ที่มีหน้าที่ต้องเสียค่าธรรมเนียมตามวรรคหนึ่ง

ค้างชำระค่าธรรมเนียมติดต่อกันเกินกว่าสองครั้ง

ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจสั่งให้ผู้นั้นหยุดการดำเนินกิจการไว้จนกว่าจะได้เสียค่าธรรมเนียมและค่าปรับจนครบจำนวน

หมวดที่ ๗

บทกำหนดโทษ

มาตรา ข้อ ๔๗

ข้อ ๔๗ ผู้ใดฝ่าฝืนเทศบัญญัตินี้ ตามข้อ ๖

มีความผิดตามมาตรา ๗๑ แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๓๕ แก้ไขเพิ่มเติมถึง

(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๐

มาตรา ข้อ ๔๘

ข้อ ๔๘ ผู้ใดฝ่าฝืนเทศบัญญัตินี้

ในหมวด ๔ (ข้อ ๒๘ ข้อ ๒๙ ข้อ ๓๐ หรือข้อ ๓๑) มีความผิดตามมาตรา ๗๘

แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๓๕ แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๐

มาตรา ข้อ ๔๙

ข้อ ๔๙ ผู้ใดฝ่าฝืนเทศบัญญัตินี้

ตามข้อ ๓๔ หรือข้อ ๓๕ มีความผิดตามมาตรา ๘๓ แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ.

๒๕๓๕ แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๐

51 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

เทศบัญญัติเทศบาลตำบลขัวมุง เรื่อง ตลาด พ.ศ. 2554 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_10e334203b5b57cf

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com