กฎกระทรวง
การพิจารณาเหตุอันควรหรือเหตุผลทางเศรษฐกิจ
การบั่นทอนผลการใช้บังคับมาตรการตอบโต้ในด้านของราคาหรือปริมาณ
และหลักฐานการทุ่มตลาดหรือการได้รับการอุดหนุน
พ.ศ. ๒๕๖๓[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ
พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๖ และมาตรา ๗๑/๓ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ
พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ
(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๒ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ออกกฎกระทรวงไว้
ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ การพิจารณาเหตุอันควรหรือเหตุผลทางเศรษฐกิจตามมาตรา
๗๑/๓ (๑) ให้พิจารณา
ดังนี้
(๑) ความคุ้มค่าในการดำเนินการ
โดยอย่างน้อยต้องวิเคราะห์เปรียบเทียบต้นทุนและผลประโยชน์ที่ได้รับระหว่างกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบทางการค้ากับกรณีที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบทางการค้า
หรือ
(๒) การเปลี่ยนแปลงของห่วงโซ่อุปทาน
เช่น การเปลี่ยนแปลงกระบวนการในการจัดซื้อหรือการจัดหาวัตถุดิบ การผลิต การจัดเก็บ
การขนส่งหรือกระจายสินค้า ทั้งนี้ โดยต้องวิเคราะห์เปรียบเทียบระหว่างกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบทางการค้ากับกรณีที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบทางการค้า
ข้อ ๒ การพิจารณาการบั่นทอนผลการใช้บังคับมาตรการตอบโต้ในด้านของราคาตามมาตรา
๗๑/๓ (๒) ให้พิจารณา ดังนี้
(๑) การดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับการผลิตหรือการดำเนินธุรกิจที่เกิดขึ้นในต่างประเทศเมื่อปรากฏกรณีหนึ่งกรณีใด
ดังต่อไปนี้
(ก) ราคาของสินค้านำเข้าที่ถูกพิจารณาในการไต่สวนการหลบเลี่ยงมาตรการตอบโต้ต่ำกว่าอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับราคาขายของสินค้าของอุตสาหกรรมภายในที่นำมาใช้พิจารณาในการไต่สวนการทุ่มตลาดหรือการอุดหนุนหรือในการทบทวนการตอบโต้การทุ่มตลาดหรือการอุดหนุนครั้งสุดท้าย
(ข) ราคาของสินค้านำเข้าที่ถูกพิจารณาในการไต่สวนการหลบเลี่ยงมาตรการตอบโต้ต่ำกว่าอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับราคาเป้าหมายของสินค้าของอุตสาหกรรมภายในที่นำมาใช้พิจารณาในการไต่สวนการทุ่มตลาดหรือการอุดหนุน
(ค) ราคาส่งออกของสินค้าที่ถูกพิจารณาในการไต่สวนการหลบเลี่ยงมาตรการตอบโต้ต่ำกว่าราคาส่งออกของสินค้าที่ถูกใช้มาตรการตอบโต้ที่คำนวณขึ้นในการไต่สวนการทุ่มตลาดหรือการอุดหนุน
หรือในการทบทวนการตอบโต้การทุ่มตลาดหรือการอุดหนุนครั้งสุดท้าย
(๒) การดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับการผลิตหรือการดำเนินธุรกิจที่เกิดขึ้นในประเทศไทยเมื่อปรากฏกรณีหนึ่งกรณีใด
ดังต่อไปนี้
(ก) ราคาขายของสินค้าที่ถูกทำให้สำเร็จหรือที่ประกอบเป็นสินค้าที่เหมือนกับสินค้าที่ถูกใช้มาตรการตอบโต้ของผู้ประกอบสินค้าต่ำกว่าอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับราคาของสินค้านำเข้าที่ถูกใช้มาตรการตอบโต้ที่คำนวณขึ้นในการไต่สวนการทุ่มตลาดหรือการอุดหนุน
หรือในการทบทวนการตอบโต้การทุ่มตลาดหรือการอุดหนุนครั้งสุดท้าย โดยรวมอากรตอบโต้การทุ่มตลาดหรือการอุดหนุนแล้ว
(ข) ราคาขายของสินค้าที่ถูกทำให้สำเร็จหรือที่ประกอบเป็นสินค้าที่เหมือนกับสินค้าที่ถูกใช้มาตรการตอบโต้ของผู้ประกอบสินค้าต่ำกว่าอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับราคาเป้าหมายของสินค้าของอุตสาหกรรมภายในที่นำมาใช้พิจารณาในการไต่สวนการทุ่มตลาดหรือการอุดหนุน
ข้อ ๓ การพิจารณาการบั่นทอนผลการใช้บังคับมาตรการตอบโต้ในด้านของปริมาณตามมาตรา ๗๑/๓ (๒) ให้พิจารณาว่า สินค้าที่ถูกพิจารณาในการไต่สวนการหลบเลี่ยงมาตรการตอบโต้มีปริมาณการนำเข้าที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยพิจารณาจากปริมาณการนำเข้าจริง
หรือจากปริมาณการนำเข้าที่เทียบเคียงกับปริมาณการผลิตหรือปริมาณการบริโภคภายในประเทศไทยของสินค้าชนิดเดียวกันกับสินค้าที่ถูกใช้มาตรการตอบโต้
ข้อ ๔ การพิจารณาหลักฐานการทุ่มตลาดตามมาตรา ๗๑/๓
(๓) ให้พิจารณา ดังนี้
(๑) กรณีการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับการผลิตหรือการดำเนินธุรกิจที่เกิดขึ้นในต่างประเทศ หากราคาส่งออกของสินค้าที่ถูกพิจารณาในการไต่สวนการหลบเลี่ยงมาตรการตอบโต้ต่ำกว่ามูลค่าปกติของสินค้าที่ถูกใช้มาตรการตอบโต้ที่คำนวณขึ้นในการไต่สวนการทุ่มตลาดหรือการทบทวนการตอบโต้การทุ่มตลาดครั้งสุดท้าย
(๒) กรณีการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับการผลิตหรือการดำเนินธุรกิจที่เกิดขึ้นในประเทศไทย
หากราคาขายของสินค้าที่ถูกทำให้สำเร็จหรือที่ประกอบเป็นสินค้าที่เหมือนกับสินค้าที่ถูกใช้มาตรการตอบโต้ของผู้ประกอบสินค้าต่ำกว่ามูลค่าปกติของสินค้าที่ถูกใช้มาตรการตอบโต้ที่คำนวณขึ้นในการไต่สวนการทุ่มตลาดหรือการทบทวนการตอบโต้การทุ่มตลาดครั้งสุดท้าย
ข้อ ๕ การพิจารณาหลักฐานการได้รับการอุดหนุนตามมาตรา
๗๑/๓ (๓) ให้พิจารณาว่าการได้รับประโยชน์จากการอุดหนุนสินค้าที่ถูกใช้มาตรการตอบโต้ยังมีอยู่
ข้อ ๖ ในการเปรียบเทียบราคาตามข้อ ๒ และข้อ ๔ ให้เปรียบเทียบอย่างเป็นธรรมโดยคำนึงถึงบรรดาข้อแตกต่างที่มีผลกระทบต่อการเปรียบเทียบราคา
ไม่ว่าจะเป็นการปรับองค์ประกอบของราคาให้อยู่ในขั้นตอนทางการค้าเดียวกัน
รวมทั้งปัจจัยที่มีผลต่อราคาที่นำมาเปรียบเทียบ เช่น ค่าวัตถุดิบ ค่าแรงงาน
หรือค่าขนส่งที่เปลี่ยนแปลงไป
ข้อ ๗ ช่วงระยะเวลาที่นำข้อมูลมาใช้เพื่อการไต่สวนการหลบเลี่ยงมาตรการตอบโต้ตามกฎกระทรวงนี้ ให้ใช้ข้อมูลย้อนหลังได้ไม่เกินสามปีนับแต่วันประกาศไต่สวนการทุ่มตลาดหรือการอุดหนุนครั้งแรก
เว้นแต่ข้อ ๒ และข้อ ๔ ให้ใช้ข้อมูลในช่วงระยะเวลาที่ใกล้เคียงกับวันประกาศไต่สวนการหลบเลี่ยงมาตรการตอบโต้ โดยให้ใช้ข้อมูลย้อนหลังได้ไม่เกินสิบแปดเดือนนับแต่วันประกาศไต่สวนการหลบเลี่ยงมาตรการตอบโต้
ให้ไว้
ณ วันที่ ๑๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๓
จุรินทร์
ลักษณวิศิษฏ์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๗๑/๓ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ
พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ
(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๒ บัญญัติให้การพิจารณาเหตุอันควรหรือเหตุผลทางเศรษฐกิจ
การบั่นทอนผลการใช้บังคับมาตรการตอบโต้ในด้านของราคาหรือปริมาณ
และหลักฐานการทุ่มตลาดหรือการได้รับการอุดหนุน เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง
จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ชญานิศ/จัดทำ
๒๑ ตุลาคม ๒๕๖๓
สุภาทิพย์/ตรวจ
๒๒ ตุลาคม ๒๕๖๓
[๑]
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๗/ตอนที่ ๘๔ ก/หน้า ๑๓/๑๒ ตุลาคม ๒๕๖๓
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).