พระราชบัญญัติ
โอนกรรมสิทธิ์ที่วัดและที่ธรณีสงฆ์
วัดรัมภาราม ตำบลท่าวุ้ง
อำเภอท่าวุ้ง
จังหวัดลพบุรี ให้แก่กรมชลประทาน
พ.ศ. ๒๕๐๗
ภูมิพลอดุลยเดช
ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่
๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๐๗
เป็นปีที่ ๑๙
ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรโอนกรรมสิทธิ์ที่วัดและที่ธรณีสงฆ์
วัดรัมภาราม ตำบลท่าวุ้ง อำเภอท่าวุ้ง จังหวัดลพบุรี ให้แก่กรมชลประทาน
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภาร่างรัฐธรรมนูญในฐานะรัฐสภา ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า พระราชบัญญัติโอนกรรมสิทธิ์ที่วัดและที่ธรณีสงฆ์
วัดรัมภาราม ตำบลท่าวุ้ง อำเภอท่าวุ้ง จังหวัดลพบุรี ให้แก่กรมชลประทาน พ.ศ. ๒๕๐๗
มาตรา ๒[๑] พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓ ให้โอนกรรมสิทธิ์ที่วัดและที่ธรณีสงฆ์
วัดรัมภาราม ตำบลท่าวุ้ง อำเภอท่าวุ้ง จังหวัดลพบุรี ภายในแนวเขตตามแผนที่ท้ายพระราชบัญญัตินี้
ให้แก่กรมชลประทาน
มาตรา ๔
ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาการแห่งชาติรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการจอมพล
ถนอม กิตติขจรนายกรัฐมนตรี
[เอกสารแนบท้าย]
๑.
แผนที่ท้ายพระราชบัญญัติโอนกรรมสิทธิ์ที่วัดและที่ธรณีสงฆ์ วัดรัมภาราม
ตำบลท่าวุ้ง อำเภอท่าวุ้ง จังหวัดลพบุรี ให้แก่กรมชลประทาน พ.ศ. ๒๕๐๗
(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)
หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากกรมชลประทานจะขุดคลองส่งน้ำสาย
๘ แอล เพื่อประโยชน์แก่การชลประทาน ตามโครงการชลประทานมหาราช ที่ตำบลท่าวุ้ง
อำเภอท่าวุ้ง จังหวัดลพบุรี และได้สำรวจแล้วปรากฏว่า
แนวเขตคลองส่งน้ำสายนี้ถูกที่ธรณีสงฆ์และที่วัด วัดรัมภาราม
กรมชลประทานจึงได้ดำเนินการติดต่อกับกรมการศาสนา
เพื่อขออนุมัติมหาเถรสมาคมโอนกรรมสิทธิ์ที่ธรณีสงฆ์และที่วัดของวัดดังกล่าวแล้ว
ให้แก่กรมชลประทาน บัดนี้ มหาเถรสมาคมได้อนุมัติแล้ว
จึงเป็นการสมควรที่จะตราพระราชบัญญัติโอนกรรมสิทธิ์ที่ธรณีสงฆ์และที่วัด วัดรัมภาราม
ตำบลท่าวุ้ง อำเภอท่าวุ้ง จังหวัดลพบุรี ให้แก่กรมชลประทานต่อไป
ละออง/จัดทำ
๑๐ กรกฎาคม ๒๕๔๔
ปาจรีย์/ปรับปรุง
๑ กันยายน ๒๕๔๙
พรรณพร/ปรับปรุง
๑๑ มีนาคม ๒๕๖๒
[๑]
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๘๑/ตอนที่ ๕๐/หน้า ๓๖๙/๒ มิถุนายน ๒๕๐๗
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).