มาตรา ๓๒ ในการคัดเลือกเอกชนจะต้องใช้วิธีประมูล เว้นแต่เป็นกรณีที่คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติให้ใช้วิธีการคัดเลือกเอกชนโดยไม่ใช้วิธีประมูลตามมาตรา
๒๕ และมาตรา ๓๔ เท่านั้น
หลักเกณฑ์
วิธีการ และเงื่อนไขในการคัดเลือกเอกชนตามวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด
มาตรา ๓๓ ให้คณะกรรมการประกาศกำหนดลักษณะของเอกชนที่ไม่สมควรให้ร่วมลงทุนในโครงการร่วมลงทุนตามพระราชบัญญัตินี้
โดยเอกชนที่มีลักษณะดังกล่าวไม่มีสิทธิได้รับคัดเลือกเป็นคู่สัญญาร่วมลงทุนในโครงการร่วมลงทุน
มาตรา ๓๔ ในการคัดเลือกให้เอกชนร่วมลงทุน หากหน่วยงานเจ้าของโครงการและคณะกรรมการคัดเลือกมีความเห็นตรงกันว่าไม่ควรใช้วิธีการคัดเลือกโดยวิธีประมูล
ให้หน่วยงานเจ้าของโครงการเสนอรัฐมนตรีกระทรวงเจ้าสังกัดพิจารณา
หากรัฐมนตรีกระทรวงเจ้าสังกัดเห็นพ้องด้วยให้เสนอสำนักงานเพื่อนำเสนอคณะกรรมการพิจารณา
ในกรณีที่หน่วยงานเจ้าของโครงการและคณะกรรมการคัดเลือกมีความเห็นไม่ตรงกันว่าไม่ควรใช้วิธีการคัดเลือกโดยวิธีประมูลหรือรัฐมนตรีกระทรวงเจ้าสังกัดไม่เห็นพ้องด้วย
ให้หน่วยงานเจ้าของโครงการเสนอสำนักงานเพื่อเสนอคณะกรรมการพิจารณา และถ้าคณะกรรมการเห็นว่าควรใช้วิธีการคัดเลือกโดยวิธีประมูล
ให้ใช้วิธีการคัดเลือกโดยวิธีประมูล
เมื่อคณะกรรมการเห็นพ้องด้วยว่าไม่ควรใช้วิธีการคัดเลือกโดยวิธีประมูล
ให้คณะกรรมการแจ้งผลการพิจารณาให้กระทรวงเจ้าสังกัดนำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอนุมัติต่อไป
มาตรา ๓๕ ให้หน่วยงานเจ้าของโครงการจัดทำร่างประกาศเชิญชวน
ร่างเอกสารสำหรับการคัดเลือกเอกชน และร่างสัญญาร่วมลงทุน เสนอต่อคณะกรรมการคัดเลือกเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ
ในการจัดทำเอกสารตามวรรคหนึ่ง
ให้หน่วยงานเจ้าของโครงการรับฟังความคิดเห็นของภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องและนำความคิดเห็นดังกล่าวมาพิจารณาประกอบการจัดทำเอกสารตามวรรคหนึ่งด้วย
ทั้งนี้ การรับฟังความคิดเห็นของภาคเอกชนให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการประกาศกำหนด
หน่วยงานเจ้าของโครงการอาจว่าจ้างที่ปรึกษาเพื่อร่วมดำเนินการตามวรรคหนึ่ง
และเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานเจ้าของโครงการและคณะกรรมการคัดเลือก
คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของที่ปรึกษาให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด
รายละเอียดของร่างประกาศเชิญชวน ร่างเอกสารสำหรับการคัดเลือกเอกชน
และสาระสำคัญของร่างสัญญาร่วมลงทุนให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด
มาตรา ๓๖ เมื่อคณะรัฐมนตรีอนุมัติให้ดำเนินโครงการร่วมลงทุนแล้ว
ให้หน่วยงานเจ้าของโครงการแต่งตั้งคณะกรรมการคัดเลือกคณะหนึ่ง
ประกอบด้วย ผู้แทนหน่วยงานเจ้าของโครงการ เป็นประธานกรรมการ ผู้แทนกระทรวงเจ้าสังกัด ผู้แทนสำนักงานอัยการสูงสุด ผู้แทนสำนักงาน
และผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับโครงการร่วมลงทุนจำนวนสองคน
เป็นกรรมการ และให้มีผู้แทนหน่วยงานเจ้าของโครงการหนึ่งคน เป็นกรรมการและเลขานุการ
ในกรณีที่การดำเนินโครงการร่วมลงทุนนั้นจะต้องมีการใช้จ่ายเงินงบประมาณรายจ่ายของแผ่นดิน
ให้มีผู้แทนสำนักงบประมาณเป็นกรรมการด้วยอีกหนึ่งคน หรือในกรณีที่การดำเนินโครงการร่วมลงทุนนั้นจะต้องมีการใช้จ่ายเงินจากเงินกู้ที่เป็นหนี้สาธารณะ
ให้มีผู้แทนสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะเป็นกรรมการด้วยอีกหนึ่งคน
กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามวรรคหนึ่ง
ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๕
ให้นำความในมาตรา
๑๗ และมาตรา ๑๙ มาใช้บังคับแก่คณะกรรมการคัดเลือกโดยอนุโลม
มาตรา ๓๗ ในระหว่างการดำรงตำแหน่งและภายในระยะเวลาสองปีนับแต่วันที่หน่วยงานเจ้าของโครงการลงนามในสัญญาร่วมลงทุนกับเอกชนที่ได้รับการคัดเลือกตามมาตรา๔๒
ห้ามมิให้กรรมการในคณะกรรมการคัดเลือก กระทำการดังต่อไปนี้
(๑) เป็นกรรมการ ผู้มีอำนาจในการจัดการ หรือที่ปรึกษาในเอกชนที่ได้รับคัดเลือกให้ร่วมลงทุนในโครงการร่วมลงทุนที่ตนเป็นกรรมการคัดเลือก
(๒) ถือหุ้นในเอกชนที่ได้รับคัดเลือก เป็นจำนวนเกินร้อยละศูนย์จุดห้าของทุนที่ชำระแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการถือหุ้นด้วยตนเอง
หรือโดยคู่สมรสหรือบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ
การกระทำตามวรรคหนึ่ง
ให้หมายความรวมถึงการเป็นกรรมการ ผู้มีอำนาจในการจัดการหรือที่ปรึกษาหรือถือหุ้นเกินร้อยละศูนย์จุดห้าของทุนที่ชำระแล้ว
ในนิติบุคคลที่เอกชนที่ได้รับคัดเลือกถือหุ้นอยู่เกินร้อยละยี่สิบห้า หรือในนิติบุคคลที่ถือหุ้นในเอกชนที่ได้รับคัดเลือกเกินร้อยละยี่สิบห้า
มาตรา ๓๘ ให้คณะกรรมการคัดเลือกมีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้
(๑) พิจารณาให้ความเห็นชอบร่างประกาศเชิญชวน ร่างเอกสารสำหรับการคัดเลือกเอกชนและร่างสัญญาร่วมลงทุน
(๒) กำหนดค่าธรรมเนียมการขายเอกสารสำหรับการคัดเลือกเอกชน ค่าธรรมเนียมการประเมินข้อเสนอ
และค่าธรรมเนียมการลงนามในสัญญาร่วมลงทุน
(๓) กำหนดหลักประกันซองและหลักประกันสัญญาร่วมลงทุน
(๔) เจรจาและพิจารณาคัดเลือกเอกชนให้เข้าร่วมโครงการร่วมลงทุน
(๕) เจรจาร่างสัญญาร่วมลงทุน
(๖) ขอให้หน่วยงานเจ้าของโครงการ เอกชนหรือหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องกับโครงการ
ชี้แจง แสดงความเห็น หรือจัดส่งข้อมูลหรือเอกสารที่เกี่ยวข้อง
(๗) พิจารณาดำเนินการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการคัดเลือกเอกชนของโครงการร่วมลงทุนตามที่เห็นสมควร
มาตรา ๓๙ เมื่อคณะกรรมการคัดเลือกให้ความเห็นชอบร่างประกาศเชิญชวน
ร่างเอกสารสำหรับการคัดเลือกเอกชน
และร่างสัญญาร่วมลงทุน แล้ว ให้หน่วยงานเจ้าของโครงการและคณะกรรมการคัดเลือก ดำเนินการคัดเลือกเอกชนตามหลักเกณฑ์
วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนดในมาตรา ๓๒
มาตรา ๔๐ การประกาศเชิญชวนครั้งใด ถ้ามีเอกชนยื่นข้อเสนอเพียงรายเดียวหรือมีเอกชนยื่นข้อเสนอหลายรายแต่ยื่นข้อเสนอถูกต้องตามรายการในเอกสารสำหรับการคัดเลือกเอกชนเพียงรายเดียว
หากคณะกรรมการคัดเลือกเห็นว่ารัฐจะได้ประโยชน์ก็ให้ดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนดในพระราชบัญญัตินี้ต่อไป
มาตรา ๔๑ เมื่อได้ผลการคัดเลือกเอกชนและร่างสัญญาร่วมลงทุนที่ผ่านการเจรจากับเอกชนที่ได้รับการคัดเลือกแล้ว
ให้หน่วยงานเจ้าของโครงการนำส่งร่างสัญญาร่วมลงทุนดังกล่าวให้สำนักงานอัยการสูงสุดตรวจพิจารณาภายในสิบห้าวัน
และให้สำนักงานอัยการสูงสุดตรวจพิจารณาร่างสัญญาร่วมลงทุนให้แล้วเสร็จและส่งกลับให้หน่วยงานเจ้าของโครงการภายในสี่สิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับร่างสัญญาร่วมลงทุน
มาตรา ๔๒ ให้หน่วยงานเจ้าของโครงการนำเสนอผลการคัดเลือกเอกชน
ร่างสัญญาร่วมลงทุนที่ผ่านการตรวจพิจารณาของสำนักงานอัยการสูงสุด
และเงื่อนไขสำคัญของสัญญาร่วมลงทุนต่อรัฐมนตรีกระทรวงเจ้าสังกัดพิจารณาให้ความเห็นชอบ
ก่อนนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาผลการคัดเลือกเอกชนและเงื่อนไขสำคัญของสัญญาร่วมลงทุนตามที่คณะกรรมการกำหนด
ให้รัฐมนตรีกระทรวงเจ้าสังกัดพิจารณาผลการคัดเลือกเอกชน
ร่างสัญญาร่วมลงทุน และเงื่อนไขสำคัญของสัญญาร่วมลงทุนตามวรรคหนึ่ง ให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับผลการคัดเลือกเอกชน
ร่างสัญญาร่วมลงทุน และเงื่อนไขสำคัญของสัญญาร่วมลงทุน
ในกรณีที่รัฐมนตรีกระทรวงเจ้าสังกัดไม่เห็นชอบกับผลการคัดเลือกเอกชนหรือร่างสัญญาร่วมลงทุน
ให้แจ้งเหตุผลที่ไม่เห็นชอบแก่หน่วยงานเจ้าของโครงการและคณะกรรมการคัดเลือกพร้อมกำหนดเวลาในการทบทวนผลการคัดเลือกเอกชนหรือร่างสัญญาร่วมลงทุนเพื่อนำเสนอรัฐมนตรีกระทรวงเจ้าสังกัดอีกครั้งหนึ่งก่อนนำเสนอคณะรัฐมนตรี
หากหน่วยงานเจ้าของโครงการและคณะกรรมการคัดเลือกยังยืนยันผลการคัดเลือกเอกชนหรือร่างสัญญาร่วมลงทุน ให้รัฐมนตรีกระทรวงเจ้าสังกัดนำเสนอผลการคัดเลือกเอกชนและร่างสัญญาร่วมลงทุนพร้อมความเห็นของรัฐมนตรีกระทรวงเจ้าสังกัดต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณา
เมื่อคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบผลการคัดเลือกเอกชนและเงื่อนไขสำคัญของสัญญาร่วมลงทุนแล้ว
ให้หน่วยงานเจ้าของโครงการลงนามในสัญญาร่วมลงทุนกับเอกชนที่ได้รับการคัดเลือก
การกำกับดูแลโครงการร่วมลงทุน
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).