法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

statute

พระราชบัญญัติจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2522

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
52
มาตรา อารัมภบท

พระราชบัญญัติ

พระราชบัญญัติ

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

พ.ศ.

๒๕๒๒

ภูมิพลอดุลยเดช

ป.ร.

ให้ไว้

ณ วันที่ ๑๖ เมษายน พ.ศ. ๒๕๒๒

เป็นปีที่

๓๔ ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า

โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ

ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ

ทำหน้าที่รัฐสภา ดังต่อไปนี้

มาตรา ๑

มาตรา ๑

พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

พ.ศ. ๒๕๒๒”

มาตรา ๒

มาตรา ๒[๑] พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ๓

มาตรา ๓

ให้ยกเลิก

(๑) พระราชบัญญัติจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

พุทธศักราช ๒๔๘๖

(๒) พระราชบัญญัติจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

(ฉบับที่ ๒) พุทธศักราช ๒๔๘๖

(๓) พระราชบัญญัติจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ฉบับที่

๓) พ.ศ. ๒๔๙๑

(๔) พระราชบัญญัติจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย

(ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๔๙๗

(๕) พระราชบัญญัติจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย

(ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๔๙๙

(๖) พระราชบัญญัติจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย

(ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๐๒

(๗)

ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๗๖ ลงวันที่ ๑๔ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๑๕

บรรดากฎหมาย กฎ

และข้อบังคับอื่นในส่วนที่มีบัญญัติไว้แล้วในพระราชบัญญัตินี้หรือที่มีข้อความขัดหรือแย้งกับบทแห่งพระราชบัญญัตินี้ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้แทน

มาตรา ๔

มาตรา ๔

ให้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยซึ่งจัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

พุทธศักราช ๒๔๘๖ เป็นจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยตามพระราชบัญญัตินี้ และเป็นนิติบุคคล

มาตรา ๕

มาตรา ๕

ในพระราชบัญญัตินี้

“มหาวิทยาลัย” หมายความว่า

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

“สภามหาวิทยาลัย” หมายความว่า

สภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

มาตรา ๖

มาตรา ๖

ให้รัฐมนตรีว่าการทบวงมหาวิทยาลัยรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

หมวด

บททั่วไป

มาตรา ๗

มาตรา ๗

ให้มหาวิทยาลัยเป็นสถานศึกษาและวิจัย

มีวัตถุประสงค์ให้การศึกษาและส่งเสริมวิชาการและวิชาชีพชั้นสูง ทำการสอน

ทำการวิจัยให้บริการทางวิชาการแก่สังคมและทะนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรมของชาติ

มาตรา ๘

มาตรา ๘

มหาวิทยาลัยอาจแบ่งส่วนราชการดังนี้

(๑) สำนักงานอธิการบดี

(๒)

บัณฑิตวิทยาลัย

(๓) คณะ

(๔) วิทยาลัย

(๕) แผนกอิสระ

มหาวิทยาลัยอาจให้มีสถาบันเพื่อทำการวิจัย

ศูนย์เพื่อส่งเสริมวิชาการ

และหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นเพื่อให้บริการทางวิชาการ

เป็นส่วนราชการในมหาวิทยาลัยอีกก็ได้

สำนักงานอธิการบดีอาจแบ่งส่วนราชการเป็นกอง

และแผนกหรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่น

คณะและวิทยาลัย อาจแบ่งส่วนราชการเป็นภาควิชา กอง

สำนักงานเลขานุการหรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่น

บัณฑิตวิทยาลัย สถาบัน

ศูนย์และหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่น อาจแบ่งส่วนราชการเป็นกอง

สำนักงานเลขานุการ หรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่น

แผนกอิสระอาจแบ่งส่วนราชการเป็นสำนักงานเลขานุการหรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่น

กอง และสำนักงานเลขานุการ

อาจแบ่งส่วนราชการเป็นแผนกหรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่น

มาตรา ๙

มาตรา ๙

การจัดตั้ง การรวม และการยุบเลิกบัณฑิตวิทยาลัย คณะ วิทยาลัย แผนกอิสระ

สถาบัน ศูนย์และหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา

การแบ่งส่วนราชการเป็นภาควิชา กอง

สำนักงานเลขานุการ และแผนก หรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่น

ให้ทำเป็นประกาศทบวงมหาวิทยาลัย และประกาศในราชกิจจานุเบกษา

มาตรา ๑๐

มาตรา ๑๐

ภายใต้วัตถุประสงค์ตามมาตรา ๗

มหาวิทยาลัยจะรับสถานศึกษาชั้นสูงหรือสถานวิจัยอื่นเข้าสมทบในมหาวิทยาลัยก็ได้

และมีอำนาจให้ปริญญา อนุปริญญา

หรือประกาศนียบัตรชั้นใดชั้นหนึ่งแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากสถานศึกษาชั้นสูงนั้นได้

การรับเข้าสมทบหรือการยกเลิกการสมทบซึ่งสถานศึกษาชั้นสูงหรือสถานวิจัยให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา

การควบคุมสถานศึกษาชั้นสูงหรือสถานวิจัย

ซึ่งเข้าสมทบในมหาวิทยาลัย ให้กำหนดเป็นข้อบังคับของมหาวิทยาลัย

มาตรา ๑๑

มาตรา ๑๑

นอกจากเงินที่กำหนดไว้ในงบประมาณแผ่นดิน มหาวิทยาลัยอาจมีรายได้ดังนี้

(๑) เงินผลประโยชน์และค่าธรรมเนียมต่างๆ

ของมหาวิทยาลัย

(๒) ทรัพย์สินซึ่งมีผู้ให้แก่มหาวิทยาลัย

รายได้ของมหาวิทยาลัยไม่เป็นรายได้ที่ต้องนำส่งกระทรวงการคลังตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ

มาตรา ๑๒

มาตรา ๑๒

บรรดารายได้และทรัพย์สินของมหาวิทยาลัย จะต้องจัดการเพื่อประโยชน์ภายในขอบวัตถุประสงค์ของมหาวิทยาลัยดังระบุไว้ในมาตรา

๗ หรือตามวัตถุประสงค์ซึ่งผู้อุทิศทรัพย์สินให้แก่มหาวิทยาลัยกำหนดไว้

หมวด

การดำเนินงาน

มาตรา ๑๓

มาตรา ๑๓

ให้มีสภามหาวิทยาลัยประกอบด้วย

(๑) นายกสภามหาวิทยาลัยซึ่งจะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ

แต่งตั้ง

(๒) อุปนายกสภามหาวิทยาลัยซึ่งได้แก่อธิการบดีโดยตำแหน่ง

(๓) กรรมการสภามหาวิทยาลัยจำนวนเจ็ดคนซึ่งเลือกตั้งจากผู้ดำรงตำแหน่งรองอธิการบดี

คณบดี ผู้อำนวยการวิทยาลัย หัวหน้าแผนกอิสระ ผู้อำนวยการสถาบัน ผู้อำนวยการศูนย์

และหัวหน้าหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่น

(๔) ประธานสภาคณาจารย์โดยตำแหน่ง

และกรรมการสภามหาวิทยาลัยอีกจำนวนหกคนซึ่งเลือกตั้งจากคณาจารย์ประจำผู้ได้ทำการสอนในมหาวิทยาลัยมาแล้วไม่น้อยกว่า

ห้าปี และ

(๕) กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนสิบสี่คนซึ่งจะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ

แต่งตั้งจากบุคคลภายนอกมหาวิทยาลัยโดยคำแนะนำของนายกสภามหาวิทยาลัย

อุปนายกสภามหาวิทยาลัย และกรรมการสภามหาวิทยาลัยตาม (๓) และ (๔)

มาตรา ๑๔

มาตรา ๑๔

การเลือกตั้งกรรมการสภามหาวิทยาลัย ตามมาตรา ๑๓ (๓) ให้

ผู้ดำรงตำแหน่งรองอธิการบดี คณบดี ผู้อำนวยการวิทยาลัย หัวหน้าแผนกอิสระ

ผู้อำนวยการสถาบัน ผู้อำนวยการศูนย์ และหัวหน้าหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่น

เป็นผู้เลือกตั้ง ส่วนการเลือกตั้งกรรมการสภามหาวิทยาลัยตามมาตรา ๑๓ (๔)

ซึ่งมิใช่กรรมการโดยตำแหน่ง ให้คณาจารย์ประจำของมหาวิทยาลัยเป็นผู้เลือกตั้ง

คุณสมบัติของผู้รับเลือกตั้ง

ตลอดจนหลักเกณฑ์และวิธีการเลือกตั้งกรรมการสภามหาวิทยาลัยตามวรรคหนึ่ง

ให้กำหนดเป็นข้อบังคับของมหาวิทยาลัย

มาตรา ๑๕

มาตรา ๑๕

ให้รองอธิการบดีเป็นเลขานุการสภามหาวิทยาลัย ในกรณีที่มี

รองอธิการบดีหลายคน

ให้สภามหาวิทยาลัยแต่งตั้งรองอธิการบดีคนหนึ่งเป็นเลขานุการสภามหาวิทยาลัยโดยคำแนะนำของอธิการบดี

มาตรา ๑๖

มาตรา ๑๖

นายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัยมีวาระอยู่ในตำแหน่งสองปี

และจะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งหรืออาจได้รับเลือกตั้งใหม่อีกก็ได้

นายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัยพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระเมื่อตายหรือลาออก

กรรมการสภามหาวิทยาลัยตามมาตรา ๑๓ (๓) (๔) และ

(๕)

พ้นจากตำแหน่งก่อนวาระเมื่อขาดคุณสมบัติของการเป็นกรรมการสภามหาวิทยาลัยในประเภทนั้นๆ

ในกรณีที่นายกสภามหาวิทยาลัยหรือกรรมการสภามหาวิทยาลัยซึ่งได้ทรง

พระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งหรือได้รับเลือกตั้ง

พ้นจากตำแหน่งก่อนวาระและได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ

แต่งตั้งหรือมีการเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งแทนแล้ว

ให้ผู้ได้รับแต่งตั้งและผู้ได้รับเลือกตั้งอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลือของกรรมการสภามหาวิทยาลัยซึ่งได้แต่งตั้งและเลือกตั้งไว้แล้ว

ในกรณีที่นายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัยพ้นจากตำแหน่งตามวาระ

แต่ยังมิได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายกสภามหาวิทยาลัย

และกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ

กับยังมิได้เลือกตั้งกรรมการสภามหาวิทยาลัยอื่นขึ้นใหม่ ให้นายกสภามหาวิทยาลัย

และกรรมการสภามหาวิทยาลัยซึ่งพ้นจากตำแหน่งปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ

แต่งตั้งนายกสภามหาวิทยาลัย และกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ

รวมทั้งมีการเลือกตั้งกรรมการสภามหาวิทยาลัยอื่นขึ้นใหม่

มาตรา ๑๗

มาตรา ๑๗

สภามหาวิทยาลัยมีอำนาจและหน้าที่ควบคุมดูแลกิจการทั่วไปของมหาวิทยาลัยและโดยเฉพาะมีอำนาจและหน้าที่ดังนี้

(๑) วางนโยบายของมหาวิทยาลัยเกี่ยวกับการศึกษา

การวิจัย การให้บริการทางวิชาการแก่สังคม และการทะนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรมของชาติ

(๒) วางระเบียบและออกข้อบังคับต่างๆ

ของมหาวิทยาลัย และอาจมอบให้

ส่วนราชการใดในมหาวิทยาลัย เป็นผู้วางระเบียบและออกข้อบังคับสำหรับส่วนราชการนั้นเป็นเรื่องๆ

ไป ก็ได้

(๓) พิจารณาการจัดตั้ง รวม

และยุบเลิกบัณฑิตวิทยาลัย คณะ วิทยาลัย

แผนกอิสระ สถาบัน ศูนย์ หน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่น และภาควิชา

(๔) พิจารณาการรับเข้าสมทบหรือการยกเลิกการสมทบซึ่งสถานศึกษาชั้นสูงหรือสถานวิจัย

(๕) พิจารณาให้ความเห็นชอบหลักสูตรการศึกษาให้สอดคล้องกับมาตรฐานที่ทบวงมหาวิทยาลัยกำหนด

(๖) อนุมัติให้ปริญญา ประกาศนียบัตรบัณฑิต

อนุปริญญา และประกาศนียบัตร

(๗) แต่งตั้งและถอดถอนรองอธิการบดี คณบดี

รองคณบดี ผู้อำนวยการวิทยาลัย รองผู้อำนวยการวิทยาลัย หัวหน้าแผนกอิสระ รองหัวหน้าแผนกอิสระ

ผู้อำนวยการสถาบัน รองผู้อำนวยการสถาบัน ผู้อำนวยการศูนย์ รองผู้อำนวยการศูนย์

หัวหน้าหรือรองหัวหน้าหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่น หัวหน้าภาควิชา

ศาสตราจารย์กิตติคุณ รองศาสตราจารย์

รองศาสตราจารย์พิเศษ ผู้ช่วยศาสตราจารย์และผู้ช่วยศาสตราจารย์พิเศษ

(๘) ดำเนินการเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ

แต่งตั้ง และพิจารณาถอดถอนอธิการบดี ศาสตราจารย์ และศาสตราจารย์พิเศษ

(๙)

พิจารณาอนุมัติงบประมาณเงินรายได้ของมหาวิทยาลัยตามมาตรา ๑๑

(๑๐) วางระเบียบเกี่ยวกับการบริหารงาน การเงิน

และทรัพย์สินของมหาวิทยาลัย

(๑๑) แต่งตั้งผู้ซึ่งมีคุณสมบัติตามมาตรา ๒๐

ให้รักษาการในตำแหน่งอธิการบดี ในกรณีที่ตำแหน่งอธิการบดีว่างลง

(๑๒) พิจารณาและให้ความเห็นในเรื่องที่เกี่ยวกับกิจการของมหาวิทยาลัยตามที่อธิการบดีเสนอ

(๑๓) มีหน้าที่อื่นเกี่ยวกับกิจการของมหาวิทยาลัยที่มิได้ระบุให้เป็นหน้าที่ของผู้ใดโดยเฉพาะ

มาตรา ๑๘

มาตรา ๑๘

การประชุมของสภามหาวิทยาลัยให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย

มาตรา ๑๙

มาตรา ๑๙

ให้มีอธิการบดีคนหนึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดและรับผิดชอบงานทั้งปวงของมหาวิทยาลัย

และอาจมีรองอธิการบดีหรือผู้ช่วยอธิการบดี หรือมีทั้งรองอธิการบดีและผู้ช่วยอธิการบดีคนหนึ่งหรือหลายคน

เพื่อช่วยกิจการที่อธิการบดีจะมอบหมายก็ได้

มาตรา ๒๐

มาตรา ๒๐

อธิการบดีนั้นจะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งโดยคำแนะนำของสภามหาวิทยาลัย

จากผู้มีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

(๑) ได้ปริญญาเอกหรือเทียบเท่าจากมหาวิทยาลัย

หรือสถานศึกษาชั้นสูงอื่นที่สภามหาวิทยาลัยรับรอง หรือ

(๒) ได้ปริญญาชั้นใดชั้นหนึ่ง

หรือเทียบเท่าจากมหาวิทยาลัยหรือสถานศึกษาชั้นสูงอื่นที่สภามหาวิทยาลัยรับรอง

และได้ทำการสอนวิชาในมหาวิทยาลัย

หรือสถานศึกษาชั้นสูงอื่นที่สภามหาวิทยาลัยรับรองมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปี หรือเคยดำรงตำแหน่งกรรมการสภามหาวิทยาลัยมาแล้วรวมเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสี่ปี

หรือเคยดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ของมหาวิทยาลัย

อธิการบดีมีวาระการดำรงตำแหน่งสี่ปี

และจะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งใหม่อีกได้

แต่จะดำรงตำแหน่งเกินสองวาระติดต่อกันไม่ได้

รองอธิการบดี ต้องมีคุณสมบัติเช่นเดียวกับอธิการบดี

และเป็นข้าราชการพลเรือนของมหาวิทยาลัย

โดยให้อธิการบดีเป็นผู้เสนอการแต่งตั้งและถอดถอนรองอธิการบดีต่อสภามหาวิทยาลัย

ผู้ช่วยอธิการบดีต้องมีคุณสมบัติได้ปริญญาชั้นใดชั้นหนึ่ง

หรือเทียบเท่าจากมหาวิทยาลัยหรือสถานศึกษาชั้นสูงอื่นที่สภามหาวิทยาลัยรับรอง และเป็นข้าราชการพลเรือนของมหาวิทยาลัยโดยให้อธิการบดีเป็นผู้แต่งตั้งและถอดถอน

เมื่ออธิการบดีพ้นจากตำแหน่ง

ให้รองอธิการบดีและผู้ช่วยอธิการบดี พ้นจากตำแหน่งด้วย

มาตรา ๒๑

มาตรา ๒๑

อธิการบดีมีอำนาจและหน้าที่ ดังนี้

(๑) ควบคุมดูแลกิจการของมหาวิทยาลัยให้เป็นไปตามกฎหมาย

วัตถุประสงค์ นโยบาย ระเบียบและข้อบังคับของมหาวิทยาลัย

(๒) ควบคุม การเงิน การพัสดุ

สถานที่และทรัพย์สินอื่นของมหาวิทยาลัย ให้เป็นไปตามกฎหมาย วัตถุประสงค์ ระเบียบ

และข้อบังคับ ของมหาวิทยาลัย

(๓) เป็นผู้แทนของมหาวิทยาลัยในกิจการทั่วไป

(๔) จัดทำรายงานประจำปีเกี่ยวกับกิจการด้านต่างๆ

ของมหาวิทยาลัยเสนอต่อสภามหาวิทยาลัย

(๕) หน้าที่อื่นตามระเบียบและข้อบังคับของมหาวิทยาลัย

หรือตามที่สภามหาวิทยาลัยมอบหมาย

มาตรา ๒๒

มาตรา ๒๒

ให้มีสภาคณาจารย์มหาวิทยาลัยทำหน้าที่ให้คำปรึกษาและข้อแนะนำต่ออธิการบดีและหน้าที่อื่นตามที่สภามหาวิทยาลัยหรืออธิการบดีมอบหมาย

ประกอบด้วยสมาชิกซึ่งคณาจารย์ประจำของมหาวิทยาลัยเลือกตั้งขึ้นจากคณาจารย์ประจำของมหาวิทยาลัย

จำนวนสมาชิก หลักเกณฑ์และวิธีการเลือกตั้ง

และการดำเนินงานของสภาคณาจารย์มหาวิทยาลัยให้กำหนดเป็นข้อบังคับของมหาวิทยาลัย

มาตรา ๒๓

มาตรา ๒๓

ในคณะ ให้มีคณบดีคนหนึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาและรับผิดชอบงานของคณะและอาจมีรองคณบดีคนหนึ่งหรือหลายคนเพื่อช่วยกิจการที่คณบดีจะมอบหมายก็ได้

ในแผนกอิสระ

ให้มีหัวหน้าแผนกอิสระคนหนึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาและรับผิดชอบงานของแผนกอิสระ

และอาจมีรองหัวหน้าแผนกอิสระคนหนึ่งหรือหลายคนเพื่อช่วยกิจการที่หัวหน้าแผนกอิสระจะมอบหมายก็ได้

คณบดีและหัวหน้าแผนกอิสระนั้นให้สภามหาวิทยาลัยแต่งตั้งจากคณาจารย์ประจำของมหาวิทยาลัยผู้ซึ่งได้รับปริญญาชั้นใดชั้นหนึ่ง

หรือเทียบเท่าจากมหาวิทยาลัยหรือสถานศึกษาชั้นสูงอื่นที่สภามหาวิทยาลัยรับรอง

และได้ทำการสอนในมหาวิทยาลัยหรือสถานศึกษาชั้นสูงอื่นที่สภามหาวิทยาลัยรับรองมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปี

คณบดีและหัวหน้าแผนกอิสระมีวาระการดำรงตำแหน่งสี่ปี

และอาจได้รับแต่งตั้งใหม่อีกก็ได้ แต่จะดำรงตำแหน่งเกินสองวาระติดต่อกันไม่ได้

รองคณบดีหรือรองหัวหน้าแผนกอิสระต้องมีคุณสมบัติตามวรรคสาม

และให้คณบดีหรือหัวหน้าแผนกอิสระเป็นผู้เสนอการแต่งตั้งและถอดถอนรองคณบดีหรือรองหัวหน้าแผนกอิสระต่อสภามหาวิทยาลัย

เมื่อคณบดีหรือหัวหน้าแผนกอิสระพ้นจากตำแหน่ง

ให้รองคณบดีหรือ

รองหัวหน้าแผนกอิสระพ้นจากตำแหน่งด้วย

มาตรา ๒๔

มาตรา ๒๔

ในกรณีที่มีการแบ่งภาควิชาในคณะหรือวิทยาลัย

ให้มีหัวหน้าภาควิชาเป็นผู้บังคับบัญชาและรับผิดชอบงานของภาควิชา

หัวหน้าภาควิชานั้น

ให้สภามหาวิทยาลัยแต่งตั้งจากคณาจารย์ประจำของมหาวิทยาลัยผู้ซึ่งได้รับปริญญาชั้นใดชั้นหนึ่ง

หรือเทียบเท่าจากมหาวิทยาลัยหรือสถานศึกษาชั้นสูงอื่นที่สภามหาวิทยาลัยรับรอง

และได้ทำการสอนในมหาวิทยาลัยหรือสถานศึกษาชั้นสูงอื่นที่สภามหาวิทยาลัยรับรองมาแล้วไม่น้อยกว่าสามปี

หัวหน้าภาควิชามีวาระการดำรงตำแหน่งสี่ปี

และอาจได้รับแต่งตั้งใหม่อีกก็ได้แต่จะดำรงตำแหน่งเกินสองวาระติดต่อกันไม่ได้

มาตรา ๒๕

มาตรา ๒๕

ในคณะ ให้มีคณะกรรมการประจำคณะ ประกอบด้วย

(๑) คณบดีเป็นประธานกรรมการ

(๒) รองคณบดี ถ้ามี เป็นกรรมการ

(๓) หัวหน้าภาควิชาในคณะ ถ้ามี เป็นกรรมการ

(๔) ในกรณีที่ไม่มีการแบ่งภาควิชา

ให้มีกรรมการซึ่งคณาจารย์ประจำในคณะเลือกตั้งขึ้นจากคณาจารย์ประจำในคณะนั้น

มีจำนวนตามที่กำหนดในข้อบังคับของมหาวิทยาลัย

ในกรณีที่มีการแบ่งภาควิชา

ให้มีกรรมการซึ่งคณาจารย์ประจำในคณะเลือกตั้งขึ้นจากคณาจารย์ประจำในคณะนั้น

มีจำนวนเท่ากับกึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการใน (๑) (๒) และ (๓) รวมกัน

แต่จะเป็นคณาจารย์ประจำในภาควิชาเดียวกันเกินหนึ่งคนไม่ได้

ถ้ากรรมการที่เลือกตั้งมีจำนวนไม่ถึงกึ่งหนึ่ง ให้เพิ่มจำนวนกรรมการขึ้นอีกหนึ่งคน

กรรมการตาม (๔) ให้มีวาระอยู่ในตำแหน่งสองปี

และอาจได้รับเลือกตั้งใหม่อีกก็ได้

ให้คณบดีเป็นผู้แต่งตั้งหรือถอดถอนเลขานุการคณะกรรมการประจำคณะ

เมื่อคณบดีพ้นจากตำแหน่งให้เลขานุการคณะกรรมการประจำคณะพ้นจากตำแหน่งด้วย

มาตรา ๒๖

มาตรา ๒๖

ในแผนกอิสระ ให้มีคณะกรรมการประจำแผนกอิสระ ประกอบด้วย

(๑) หัวหน้าแผนกอิสระเป็นประธานกรรมการ

(๒) รองหัวหน้าแผนกอิสระ ถ้ามี เป็นกรรมการ

(๓) กรรมการซึ่งคณาจารย์ประจำในแผนกอิสระเลือกตั้งขึ้นจากคณาจารย์ประจำในแผนกอิสระนั้น

มีจำนวนตามที่กำหนดในข้อบังคับของมหาวิทยาลัย

กรรมการตาม (๓) ให้มีวาระอยู่ในตำแหน่งสองปี

และอาจได้รับเลือกตั้งใหม่อีกก็ได้

ให้หัวหน้าแผนกอิสระเป็นผู้แต่งตั้งหรือถอดถอนเลขานุการคณะกรรมการประจำแผนกอิสระ

เมื่อหัวหน้าแผนกอิสระพ้นจากตำแหน่ง ให้เลขานุการคณะกรรมการประจำแผนกอิสระพ้นจากตำแหน่งด้วย

มาตรา ๒๗

มาตรา ๒๗

คณะกรรมการประจำคณะหรือคณะกรรมการประจำแผนกอิสระมีอำนาจและหน้าที่ดังนี้

(๑) วางนโยบายและแผนงานของคณะหรือแผนกอิสระ

ให้สอดคล้องกับนโยบายของมหาวิทยาลัย

(๒) วางระเบียบและออกข้อบังคับภายในคณะหรือแผนกอิสระตามที่สภามหาวิทยาลัยมอบหมาย

ทั้งนี้ โดยไม่ขัดต่อระเบียบและข้อบังคับของมหาวิทยาลัย

(๓) วางหลักสูตรและรายละเอียดเกี่ยวกับหลักสูตรสำหรับคณะหรือแผนกอิสระเพื่อเสนอต่อสภามหาวิทยาลัย

(๔) วางระเบียบและออกข้อบังคับเกี่ยวกับการศึกษาของคณะหรือแผนกอิสระเพื่อเสนอต่อสภามหาวิทยาลัย

(๕) เสนอการแต่งตั้งและถอดถอนศาสตราจารย์

ศาสตราจารย์พิเศษ ศาสตราจารย์กิตติคุณ รองศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์พิเศษ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์พิเศษ ในคณะหรือในแผนกอิสระ ต่อมหาวิทยาลัย

(๖) จัดการสอบไล่สำหรับคณะหรือแผนกอิสระ

(๗) รับปรึกษาและให้ความเห็นแก่คณบดีหรือหัวหน้าแผนกอิสระ

มาตรา ๒๘

มาตรา ๒๘

ในบัณฑิตวิทยาลัย

ให้มีคณบดีคนหนึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาและรับผิดชอบงานของบัณฑิตวิทยาลัย

และอาจมีรองคณบดีคนหนึ่งหรือหลายคน เพื่อช่วยกิจการที่คณบดีจะมอบหมายก็ได้

คุณสมบัติ วิธีการแต่งตั้ง และวาระการดำรงตำแหน่งของคณบดีและรองคณบดีให้นำมาตรา

๒๓ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา ๒๙

มาตรา ๒๙

ในบัณฑิตวิทยาลัย

ให้มีคณะกรรมการประจำบัณฑิตวิทยาลัยคณะหนึ่งมีอำนาจและหน้าที่บริหารงานของบัณฑิตวิทยาลัย

และอาจให้มีคณะกรรมการอื่นที่จำเป็นเพื่อปฏิบัติงานต่างๆ ของบัณฑิตวิทยาลัยตามที่สภามหาวิทยาลัยเห็นสมควรอีกได้

การกำหนดองค์ประกอบ

และอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการประจำบัณฑิตวิทยาลัยรวมทั้งวาระการดำรงตำแหน่งของประธานกรรมการและกรรมการประจำบัณฑิตวิทยาลัยให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา

ส่วนองค์ประกอบและอำนาจและหน้าที่ของคณะกรรมการอื่น ตลอดจนวาระการดำรงตำแหน่งของประธานกรรมการและกรรมการ

ให้ทำเป็นประกาศทบวงมหาวิทยาลัยและประกาศในราชกิจจานุเบกษา

มาตรา ๓๐

มาตรา ๓๐

ในวิทยาลัย สถาบัน ศูนย์หรือหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่น

ให้มีผู้อำนวยการหรือหัวหน้าหน่วยงานคนหนึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาและรับผิดชอบงานของวิทยาลัย

สถาบันศูนย์หรือหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่น และอาจมีรองผู้อำนวยการหรือรองหัวหน้าหน่วยงานคนหนึ่งหรือหลายคน

เพื่อช่วยกิจการที่ผู้อำนวยการหรือหัวหน้าหน่วยงานจะมอบหมายก็ได้

ผู้อำนวยการหรือหัวหน้าหน่วยงานนั้นให้สภามหาวิทยาลัยแต่งตั้งจากคณาจารย์ประจำของมหาวิทยาลัย

ผู้ซึ่งได้รับปริญญาชั้นใดชั้นหนึ่งหรือเทียบเท่าจากมหาวิทยาลัยหรือสถานศึกษาชั้นสูงอื่นที่สภามหาวิทยาลัยรับรอง

และได้ทำการสอนในมหาวิทยาลัยหรือสถานศึกษาชั้นสูงอื่นที่สภามหาวิทยาลัยรับรองมาแล้วไม่น้อยกว่าสามปี

ผู้อำนวยการหรือหัวหน้าหน่วยงานมีวาระการดำรงตำแหน่งสี่ปีและอาจได้รับแต่งตั้งใหม่อีกก็ได้

แต่จะดำรงตำแหน่งเกินสองวาระติดต่อกันไม่ได้

รองผู้อำนวยการหรือรองหัวหน้าหน่วยงานต้องมีคุณสมบัติตามวรรคสองและให้ผู้อำนวยการหรือหัวหน้าหน่วยงานเป็นผู้เสนอแต่งตั้งและถอดถอนรองผู้อำนวยการหรือ

รองหัวหน้าหน่วยงานต่อสภามหาวิทยาลัย

เมื่อผู้อำนวยการหรือหัวหน้าหน่วยงานพ้นจากตำแหน่ง

ให้รองผู้อำนวยการหรือรองหัวหน้าหน่วยงานพ้นจากตำแหน่งด้วย

มาตรา ๓๑

มาตรา ๓๑

ผู้ดำรงตำแหน่งอธิการบดี รองอธิการบดี คณบดี ผู้อำนวยการวิทยาลัย

หัวหน้าแผนกอิสระ ผู้อำนวยการสถาบัน ผู้อำนวยการศูนย์ หัวหน้าหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่น

และหัวหน้าภาควิชาต้องสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้เต็มเวลา และจะดำรงตำแหน่งหรือรักษาราชการแทน

หรือรักษาการในตำแหน่งดังกล่าวมากกว่าหนึ่งตำแหน่งในขณะเดียวกันเกินหกเดือนไม่ได้

มาตรา ๓๒

มาตรา ๓๒

วิธีการสรรหาบุคคลเพื่อแต่งตั้งเป็นนายกสภามหาวิทยาลัย กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ

อธิการบดี คณบดี ผู้อำนวยการวิทยาลัย หัวหน้า

แผนกอิสระ ผู้อำนวยการสถาบัน ผู้อำนวยการศูนย์

หัวหน้าหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นและหัวหน้าภาควิชา

ให้กำหนดเป็นข้อบังคับของมหาวิทยาลัย

มาตรา ๓๓

มาตรา ๓๓

การดำเนินงานของคณะกรรมการประจำบัณฑิตวิทยาลัย

คณะกรรมการประจำคณะหรือคณะกรรมการประจำแผนกอิสระ

ให้กำหนดเป็นข้อบังคับของมหาวิทยาลัย

มาตรา ๓๔

มาตรา ๓๔

คณาจารย์ประจำของมหาวิทยาลัยมีตำแหน่งทางวิชาการ ดังนี้

(๑) ศาสตราจารย์

(๒) รองศาสตราจารย์

(๓) ผู้ช่วยศาสตราจารย์

(๔) อาจารย์

มาตรา ๓๕

มาตรา ๓๕

ศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ และผู้ช่วยศาสตราจารย์

ต้องมีคุณวุฒิความสามารถทางการสอน

และผลงานวิชาการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัย

อาจารย์ต้องได้รับปริญญาชั้นใดชั้นหนึ่งหรือเทียบเท่าจากมหาวิทยาลัยหรือสถานศึกษาชั้นสูงอื่นที่สภามหาวิทยาลัยรับรองหรือมีความชำนาญพิเศษในสาขาวิชาที่มีการสอนในมหาวิทยาลัย

ศาสตราจารย์นั้น จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ

แต่งตั้งโดยคำแนะนำของสภามหาวิทยาลัย

มาตรา ๓๖

มาตรา ๓๖

อาจารย์พิเศษนั้น อธิการบดีจะแต่งตั้งขึ้นประจำปีการศึกษา

ตามคำแนะนำของคณบดี หัวหน้าแผนกอิสระ ผู้อำนวยการหรือหัวหน้าหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นจากผู้มีคุณวุฒิเหมาะสม

และมิได้เป็นคณาจารย์ประจำของมหาวิทยาลัย

อธิการบดีอาจเสนอแต่งตั้งอาจารย์พิเศษ

เป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์พิเศษ หรื

รองศาสตราจารย์พิเศษก็ได้ ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดเป็นข้อบังคับของมหาวิทยาลัย

มาตรา ๓๗

มาตรา ๓๗

ศาสตราจารย์พิเศษนั้นจะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งจาก

ผู้ซึ่งเป็นหรือเคยเป็นอาจารย์พิเศษในวิชาที่ผู้นั้นมีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษ

โดยคำแนะนำของสภามหาวิทยาลัย

คุณสมบัติของผู้ที่จะได้รับการแต่งตั้งเป็นศาสตราจารย์พิเศษ

ให้กำหนดเป็นข้อบังคับของมหาวิทยาลัย

มาตรา ๓๘

มาตรา ๓๘

ศาสตราจารย์ซึ่งมีความรู้ ความสามารถ และความชำนาญเป็นพิเศษ

และพ้นจากตำแหน่งไปโดยไม่มีความผิด สภามหาวิทยาลัยอาจแต่งตั้งให้เป็นศาสตราจารย์

กิตติคุณในวิชาที่ศาสตราจารย์ผู้นั้นมีความเชี่ยวชาญเพื่อเป็นเกียรติยศก็ได้

คุณสมบัติของผู้ที่จะได้รับการแต่งตั้งเป็นศาสตราจารย์กิตติคุณ

ให้กำหนดเป็นข้อบังคับของมหาวิทยาลัย

หมวด

ปริญญา

ครุยประจำตำแหน่ง

ครุยวิทยฐานะ

และเครื่องหมายวิทยฐานะ

มาตรา ๓๙

มาตรา ๓๙

ปริญญามีสามชั้น คือ

เอก เรียกว่า ดุษฎีบัณฑิต ใช้อักษรย่อ ด.

โท เรียกว่า มหาบัณฑิต ใช้อักษรย่อ ม.

ตรี เรียกว่า บัณฑิต ใช้อักษรย่อ บ.

มาตรา ๔๐

มาตรา ๔๐

มหาวิทยาลัยมีอำนาจให้ปริญญาในสาขาวิชาที่มีการสอนในมหาวิทยาลัย

การกำหนดให้สาขาวิชาใดมีปริญญาชั้นใด

และจะใช้อักษรย่อสำหรับสาขาวิชานั้นอย่างไร ให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา

มาตรา ๔๑

มาตรา ๔๑

สภามหาวิทยาลัยอาจออกข้อบังคับให้ผู้สำเร็จปริญญาบัณฑิตได้รับปริญญาเกียรตินิยมก็ได้

มาตรา ๔๒

มาตรา ๔๒

สภามหาวิทยาลัยอาจออกข้อบังคับกำหนดให้มีประกาศนียบัตรบัณฑิตอนุปริญญาหรือประกาศนียบัตรได้ดังนี้

(๑) ประกาศนียบัตรบัณฑิต

ออกให้แก่ผู้สำเร็จการศึกษาในสาขาวิชาใดวิชาหนึ่ง

ภายหลังที่ได้รับปริญญาชั้นใดชั้นหนึ่งแล้ว

(๒) อนุปริญญา ออกให้แก่ผู้สำเร็จการศึกษาในสาขาวิชาใดวิชาหนึ่งที่ยังไม่ถึงขั้นปริญญา

(๓) ประกาศนียบัตร

ออกให้แก่ผู้สำเร็จการศึกษาเฉพาะวิชา

มาตรา ๔๓

มาตรา ๔๓

มหาวิทยาลัยมีอำนาจให้ปริญญากิตติมศักดิ์แก่บุคคลซึ่งมหาวิทยาลัยเห็นว่าทรงคุณวุฒิและสมควรแก่ปริญญานั้น

แต่จะให้ปริญญาดังกล่าวแก่คณาจารย์ประจำหรือกรรมการสภามหาวิทยาลัยซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ในวาระนั้นไม่ได้

ชั้นของปริญญาและหลักเกณฑ์การให้ปริญญากิตติมศักดิ์

ให้กำหนดเป็นข้อบังคับของมหาวิทยาลัย

มาตรา ๔๔

มาตรา ๔๔

มหาวิทยาลัยอาจกำหนดให้มีครุยประจำตำแหน่งกรรมการสภามหาวิทยาลัยครุยประจำตำแหน่งคณาจารย์ของมหาวิทยาลัยและอาจกำหนดให้มีครุยวิทยฐานะ

หรือเข็มวิทยฐานะเป็นเครื่องหมายแสดงวิทยฐานะของผู้ได้รับปริญญาประกาศนียบัตรบัณฑิต

อนุปริญญาและประกาศนียบัตรก็ได้

การกำหนดลักษณะ ชนิด ประเภท

และส่วนประกอบของครุยประจำตำแหน่ง ครุยวิทยฐานะ และเข็มวิทยฐานะ

ให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา

ครุยประจำตำแหน่ง ครุยวิทยฐานะ และเข็มวิทยฐานะ

จะใช้ในโอกาสใดโดยมีเงื่อนไขอย่างไร ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย

มาตรา ๔๕

มาตรา ๔๕

สภามหาวิทยาลัยอาจออกข้อบังคับเกี่ยวกับเครื่องแบบ เครื่องหมาย

หรือเครื่องแต่งกายนิสิตได้ โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

หมวด

บทกำหนดโทษ

มาตรา ๔๖

มาตรา ๔๖

ผู้ใดใช้ครุยประจำตำแหน่ง ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ เครื่องแบบ

เครื่องหมาย หรือเครื่องแต่งกายนิสิตของมหาวิทยาลัย โดยไม่มีสิทธิที่จะใช้

หรือแสดงด้วยประการใดๆ ว่าตนมีตำแหน่ง ปริญญา ประกาศนียบัตรบัณฑิต อนุปริญญา

หรือประกาศนียบัตรของมหาวิทยาลัย โดยที่ตนไม่มี

ถ้าได้กระทำเพื่อให้บุคคลอื่นเชื่อว่าตนมีสิทธิที่จะใช้หรือมีตำแหน่ง

หรือวิทยฐานะเช่นนั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน

หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

บทเฉพาะกาล

มาตรา ๔๗

มาตรา ๔๗

ให้ผู้ดำรงตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัยอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา

คงทำหน้าที่นายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัยต่อไปจนกว่าจะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ

แต่งตั้งนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิและมีการเลือกตั้งกรรมการสภามหาวิทยาลัยตามพระราชบัญญัตินี้

ซึ่งต้องไม่เกินหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

มาตรา ๔๘

มาตรา ๔๘

ให้ผู้ดำรงตำแหน่งอธิการบดีและรองอธิการบดีอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาคงดำรงตำแหน่งต่อไป

สำหรับผู้ดำรงตำแหน่งอธิการบดีถ้าดำรงตำแหน่งยังไม่ครบสองปีนับแต่วันที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ

แต่งตั้งให้คงดำรงตำแหน่งต่อไปจนครบสองปี

ให้ผู้ดำรงตำแหน่งคณบดีอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา

ซึ่งดำรงตำแหน่งยังไม่ครบสี่ปีนับแต่วันที่ได้รับแต่งตั้งคงดำรงตำแหน่งต่อไปจนครบสี่ปี

ให้ผู้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าแผนกวิชาอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ประกาศใน

ราชกิจจานุเบกษา เป็นหัวหน้าภาควิชาตามพระราชบัญญัตินี้

ถ้าผู้นั้นดำรงตำแหน่งยังไม่ครบสี่ปีนับแต่วันที่ได้รับแต่งตั้ง

ให้คงดำรงตำแหน่งต่อไปจนครบสี่ปี ถ้าดำรงตำแหน่งครบสี่ปีแล้ว ให้ผู้นั้นรักษาการในตำแหน่งต่อไปจนกว่าจะได้มีการแต่งตั้งหัวหน้าภาควิชาตามพระราชบัญญัตินี้

ซึ่งต้องไม่เกินหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

ให้ผู้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถาบันอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาซึ่งดำรงตำแหน่งยังไม่ครบสี่ปีนับแต่วันที่ได้รับแต่งตั้ง

คงดำรงตำแหน่งต่อไปจนครบสี่ปี ถ้าดำรงตำแหน่งครบสี่ปีแล้วให้ผู้นั้นรักษาการในตำแหน่งต่อไปจนกว่าจะได้มีการแต่งตั้งผู้อำนวยการสถาบันตามพระราชบัญญัตินี้

ซึ่งต้องไม่เกินหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

การดำรงตำแหน่งของอธิการบดี คณบดี

หัวหน้าแผนกวิชา และผู้อำนวยการสถาบันตามวรรคหนึ่ง วรรคสอง วรรคสาม และวรรคสี่

มิให้ถือว่าเป็นการดำรงตำแหน่งในวาระตามมาตรา ๒๐ มาตรา ๒๓ มาตรา ๒๔ หรือมาตรา ๓๐

แล้วแต่กรณี

มาตรา ๔๙

มาตรา ๔๙

ให้ผู้ดำรงตำแหน่งประธานและกรรมการในคณะกรรมการประจำคณะอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษารักษาการในตำแหน่งต่อไปจนกว่าจะมีการแต่งตั้งและเลือกตั้งประธานและกรรมการในคณะกรรมการดังกล่าวตามพระราชบัญญัตินี้

ซึ่งต้องไม่เกินหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

52 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

พระราชบัญญัติจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2522 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_12778ff72cc8e425

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com