ข้อ ๖ หมวก มี
๓ ชนิด คือ
(๑) หมวกหนีบสีกากีแกมเขียว
มีสาบโดยรอบป้ายเฉียงจากทางด้านหน้าลงไปทางซ้าย
และด้านซ้ายเหนือขอบหมวกห่างจากมุมพับด้านหน้า ๔ ซม.
มีตราหน้าหมวกขนาดเล็กริมบนของสาบหมวกมีขลิบ กว้าง ๐.๕ ซม. ทำด้วยแถบสีน้ำเงินเข้ม
(๒) หมวกทรงอ่อนสีกากีแกมเขียว เป็นหมวกทรงกลมทำด้วยผ้าสักหลาด
หรือเสิร์จ หรือวัตถุเทียมเสิร์จสีกากีแกมเขียว ไม่มีตะเข็บ
ขอบหมวกหุ้มด้วยหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีดำ กว้าง ๑ ซม.
ด้านหน้าข้างซ้ายเหนือขอบหมวกมีตราหน้าหมวกขนาดใหญ่
(๓) หมวกเหล็กสีกากีแกมเขียว
ลักษณะเช่นเดียวกับหมวกเหล็กสีกากีแกม เขียวของทหารบก
ในบางโอกาสจะใช้แต่รองในหมวกเหล็กสีกากีแกมเขียวก็ได้
ข้อ ๗[๒] เสื้อ มี ๒ ชนิด คือ
(๑)
เสื้อคอพับสีกากีแกมเขียวแขนยาว เป็นเสื้อคอพับ ตัวเสื้อผ่าอกตลอด มีสาบกว้าง ๓
ซม. ที่คอและแนวสาบมีดุม ๖ ดุม แขนเสื้อยาวรัดข้อมือ ขัดดุมที่ข้อมือข้างละ ๑ ดุม
ที่อกมีกระเป๋าปะข้างละ ๑ กระเป๋า ไม่มีแถบ มีปกกระเป๋าขัดดุมข้างละ ๑ ดุม
กระเป๋าและปกกระเป๋าเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าตัดมุมเป็นรูปตัดพองาม
ที่ไหล่ทั้งสองข้างมีอินทรธนูอ่อนขัดดุมติดกับด้านคอเสื้อข้างละ ๑ ดุม ดุมทั้งสิ้นใช้ดุมกลมแบนขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง
๑ ซม. ทำด้วยวัตถุสีกากีแกมเขียว เมื่อสวมเสื้อนี้ให้สอดชายเสื้อไว้ภายในกางเกง
และใช้เสื้อยืดคอแหลมแขนสั้นสีกากีแกมเขียวหรือสีขาวประกอบด้วย
(๒)
เสื้อคอเปิดสีกากีแกมเขียว มี ๒ แบบ คือ
(ก)
เสื้อคอเปิดสีกากีแกมเขียวแบบ ก เป็นเสื้อคอเปิด ปกเสื้อแบะ มุมปกแหลม ตัวเสื้อด้านหน้าผ่าตลอด
ไม่มีสาบ ที่คอและแนวอกมีดุม ๖ ดุม แขนยาวรูปทรงกระบอก ที่อกมีกระเป๋าปะ ข้างละ ๑
กระเป๋า ไม่มีแถบ มีปกกระเป๋าขัดดุมข้างละ ๑ ดุม
กระเป๋าและปกกระเป๋าเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ตัดมุมเป็นรูปตัดพองาม
ดุมทั้งสิ้นใช้ดุมกลมแบนขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ๒ ซม. ทำด้วยวัตถุสีกากีแกมเขียว
ชายเสื้อตัดตรงไม่มีเว้า
เมื่อสวมเสื้อนี้ให้สอดชายเสื้อไว้ภายในกางเกงและใช้เสื้อยืดคอแหลมแขนสั้นสีกากีแกมเขียวประกอบด้วย
การพับแขนเสื้อกระทำได้เมื่อได้รับอนุญาตเป็นครั้งคราว
ถ้าจะพับแขนเสื้อให้พับไว้เหนือข้อศอกโดยพับกว้างประมาณ ๗ ซม.
(ข)
เสื้อคอเปิดสีกากีแกมเขียวแบบ ข ตัวเสื้อปล่อยยาวถึงตะโพก ปกเสื้อแบะ
มุมปกแหลมตัวเสื้อด้านหน้าผ่าตลอด ไม่มีสาบ มีดุม ๕ ดุม
ที่บ่ามีอินทรธนูอ่อนขัดดุมข้างละ ๑ ดุม ปลายอินทรธนูอ่อนเป็นรูปเหลี่ยม
แขนเสื้อยาวรูปทรงกระบอก ภายในเพิ่มผ้ารองแขนจากกึ่งกลางแขนเสื้อท่อนบนถึงกึ่งกลางแขนเสื้อท่อนล่างพองาม
ที่ปลายแขนเสื้อทั้งสองข้างตรงด้านในชิดลำตัวติดแผ่นผ้ารัดข้อมือขนาดกว้าง ๔ ซม.
ยาว ๑๐ ซม. ห่างจากปลายแขนเสื้อพองาม ชายเป็นรูปสี่เหลี่ยมชี้ไปทาง ด้านหลังขัดดุม
๑ ดุม ติดกับแขนเสื้อในแนวเดียวกัน มีดุมอีก ๑ ดุม สำหรับปรับขนาดปลายแขนเสื้อเพื่อรัดข้อมือ
ที่แขนเสื้อด้านซ้ายเหนือข้อศอกปะผ้าเป็นช่องสำหรับเสียบปากกาได้ ๒ ช่อง
ตัวเสื้อด้านหน้ามีกระเป๋าบนและกระเป๋าล่างข้างละ ๒ กระเป๋า
เป็นกระเป๋าปะยืดชายรูปสี่เหลี่ยม
ชายด้านนอกตัวและด้านล่างของกระเป๋าพับจีบเพื่อให้ขยายได้ ส่วนชายด้านในตัวของกระเป๋าเย็บติดกับตัวเสื้อมีปกรูปสี่เหลี่ยมขัดดุม
๒ ดุม กระเป๋าล่างให้ชายล่างของกระเป๋าอยู่ห่างจากตะเข็บชายเสื้อ ๑.๕ ซม.
ตัวเสื้อด้านหลังในแนวเอวติดแผ่นผ้ารัดเอวจากตะเข็บเสื้อด้านข้าง ขนาดกว้าง ๔ ซม.
ยาว ๑๐ ซม. ข้างละ ๑ แผ่น ชายเป็นรูปเหลี่ยมชี้ไปทางด้านหลังขัดดุม ๑ ดุม
ติดกับตัวเสื้อด้านหลังและในแนวเดียวกัน มีดุมอีก ๑ ดุม เพื่อใช้ปรับขนาดเอวทั้ง ๒
ข้าง ดุมทั้งสิ้นใช้ดุมกลมแบนขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ๒ ซม. ทำด้วยวัตถุสีกากีแกมเขียว
รังดุมที่แนวอกและกระเป๋าเสื้อ
ให้ซ่อนไว้ภายในเสื้อและด้านในของฝากระเป๋าเมื่อสวมเสื้อนี้
ให้ปล่อยชายเสื้อไว้นอกกางเกงและใช้เสื้อยืดคอแหลมแขนสั้นสีกากีแกมเขียวประกอบด้วยการพับแขนเสื้อกระทำได้เมื่อได้รับอนุญาตเป็นครั้งคราว
ถ้าจะพับแขนเสื้อให้พับไว้เหนือข้อศอกโดยพับกว้างประมาณ ๗ ซม.
ข้อ ๘[๓] กางเกง มี ๒ ชนิด คือ
(๑)
กางเกงขายาวสีกากีแกมเขียวแบบปกติ ไม่พับปลายขา
ปลายขายาวปิดตาตุ่มกว้างไม่น้อยกว่า ๑๘ ซม. และไม่เกิน ๒๖ ซม.
ขอบเอวมีห่วงสำหรับสอดเข็มขัด กว้างไม่เกิน ๑ ซม. ๗ ห่วง ทำด้วยผ้าสีเดียวกับกางเกง
ที่แนวตะเข็บกางเกงด้านข้างมีกระเป๋าเจาะข้างละ ๑ กระเป๋า
และจะมีกระเป๋าหลังเป็นกระเป๋าเจาะก็ได้
(๒)
กางเกงขายาวสีกากีแกมเขียวแบบฝึก มี ๒ แบบ คือ
(ก)
กางเกงขายาวสีกากีแกมเขียวแบบฝึก ก
ลักษณะเช่นเดียวกับกางเกงขายาวสีกากีแกมเขียวแบบปกติ
เว้นแต่กระเป๋าที่แนวตะเข็บกางเกงด้านข้างเป็นกระเป๋าปะข้างละ ๑ กระเป๋า ปากกระเป๋าเฉียงไม่มีปก
ก้นกระเป๋าตัดตรง และด้านหลังมีกระเป๋าปะข้างละ ๑ กระเป๋า
ก้นกระเป๋าเป็นรูปสามเหลี่ยม มีปกกระเป๋าเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขัดดุมข้างละ ๑
ดุม เมื่อสวมประกอบกับรองเท้าสูงครึ่งน่องสีดำหรือรองเท้าเดินป่า
ให้สอดปลายขากางเกงไว้ภายในรองเท้าและใช้ประกอบกับเสื้อคอเปิดสีกากีแกมเขียวแบบ ก
(ข)
กางเกงขายาวสีกากีแกมเขียวแบบฝึก ข
ลักษณะเช่นเดียวกับกางเกงขายาวสีกากีแกมเขียวแบบปกติ
เว้นแต่ที่บริเวณใต้ขอบกางเกงด้านหน้าใกล้แนวตะเข็บกางเกงด้านข้าง
มีกระเป๋าเป็นกระเป๋าเจาะข้างละ ๑ กระเป๋า ปากกระเป๋าเฉียงไม่มีปก
และที่ใต้ขอบกางเกงบริเวณตะโพก ด้านหลังมีกระเป๋าหลังข้างละ ๑ กระเป๋า
เป็นกระเป๋าเจาะรูปสี่เหลี่ยม มีปกรูปสี่เหลี่ยมขัดดุม ๒ ดุม ตรงมุมปก
ตรงแนวตะเข็บกางเกงทั้งสองข้างมีกระเป๋าปะยืดชายข้างละ ๑ กระเป๋า
ตัวกระเป๋าเป็นรูปสี่เหลี่ยมตรงกลางพับจีบ ๒ จีบ
ชายหน้าและชายล่างเย็บติดกับขากางเกง ชายหลังพับจีบเพื่อให้ขยายได้มีปกรูปสี่เหลี่ยม
ชายปกด้านบนและด้านหน้าเย็บติดกับขากางเกง ขัดดุมที่กึ่งกลางปก
และมุมปกที่เปิดแห่งละ ๑ ดุม รังดุมทั้งหมดซ่อนไว้ด้านในของฝากระเป๋า
เมื่อสวมประกอบกับรองเท้าสูงครึ่งน่องสีดำหรือรองเท้าเดินป่า
ให้สอดปลายขากางเกงไว้ภายในรองเท้าและใช้ประกอบกับเสื้อคอเปิดสีกากีแกมเขียวแบบ ข
ข้อ ๙ เข็มขัดสีกากีแกมเขียว
ทำด้วยด้ายหรือไนล่อนถักสีกากีแกมเขียวกว้าง ๓ ซม.
หัวเข็มขัดทำด้วยโลหะสีทองเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าทางนอนปลายมน กว้าง ๓.๕ ซม.ยาว ๕
ซม. พื้นเกลี้ยง มีรูปเครื่องหมายกรมการรักษาดินแดนอยู่เหนือช่อชัยพฤกษ์ดุนนูนอยู่กึ่งกลางหัว
เข็มขัด ไม่มีเข็มสำหรับสอดรู ปลายสายเข็มขัดหุ้มด้วยโลหะสีทองกว้าง ๑ ซม.
ใช้คาดทับ ขอบกางเกงโดยให้สายเข็มขัดสอดไว้ภายในห่วงกางเกง
ข้อ ๑๐ รองเท้า มี ๓ ชนิด คือ
(๑) รองเท้าหุ้มส้นสีดำ ชนิดผูกเชือก
ทำด้วยหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีดำมีรูสำหรับร้อยเชือกไม่น้อยกว่าสองคู่
และไม่เกินหกคู่ ส้นใหญ่และสูงพอสมควร
(๒) รองเท้าสูงครึ่งน่องสีดำ
ลักษณะเช่นเดียวกับรองเท้าหุ้มส้นสีดำ ชนิดผูกเชือก
เว้นแต่มีหนังหรือวัตถุเทียมหนังหุ้มเลยข้อเท้าประมาณครึ่งน่อง
มีรูสำหรับร้อยเชือกมากกว่าหกคู่
(๓) รองเท้าเดินป่า
ลักษณะเช่นเดียวกับรองเท้าสูงครึ่งน่องสีดำ
เว้นแต่ทำด้วยหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีดำประกอบผ้าสีกากีแกมเขียว
รองเท้าทุกชนิดต้องมีส้นและไม่มีลวดลาย
ข้อ ๑๑ ถุงเท้า
มี ๒ ชนิด คือ
(๑) ถุงเท้าสีดำ ใช้ประกอบรองเท้าหุ้มส้นสีดำ ชนิดผูกเชือก
รองเท้า สูงครึ่งน่องสีดำ หรือรองเท้าเดินป่า
(๒) ถุงเท้าสีกากีแกมเขียว
ใช้ประกอบรองเท้าสูงครึ่งน่องสีดำ หรือรองเท้าเดินป่า
อินทรธนู เครื่องหมาย
และป้ายชื่อ
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).