ระเบียบคณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สิน ว่าด้วยการเก็บรักษาทรัพย์สินที่ถูกยึดอายัด (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2547
ประกาศ ระเบียบ และคำสั่ง · ประกาศ 4 ส.ค. 2548 (2005-08-04) · 23 ข้อ
ระเบียบคณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สิน
ว่าด้วยการเก็บรักษาทรัพย์สินที่ถูกยึดอายัด
(ฉบับที่ ๓)
พ.ศ. ๒๕๔๗[๑]
โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขปรับปรุงระเบียบคณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สิน
ว่าด้วยการเก็บรักษาทรัพย์สินที่ถูกยึดหรืออายัด พ.ศ. ๒๕๓๕
และระเบียบคณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สิน ว่าด้วยการเก็บรักษาทรัพย์สินที่ถูกยึดหรืออายัด
(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๖ เสียใหม่ ให้เหมาะสมยิ่งขึ้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๖
(๕) และมาตรา ๒๔ วรรคหนึ่ง
แห่งพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๓๔
คณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สินออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า ระเบียบคณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สิน
ว่าด้วยการเก็บรักษาทรัพย์สินที่ถูกยึดหรืออายัด ฉบับที่ ๓ (พ.ศ. ๒๕๔๗)
ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๓๐
กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๗ เป็นต้นไป
ข้อ ๓ ให้ยกเลิกระเบียบคณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สิน
ว่าด้วยการเก็บรักษาทรัพย์สินที่ถูกยึดหรืออายัด พ.ศ. ๒๕๓๕
และระเบียบคณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สิน ว่าด้วยการเก็บรักษาทรัพย์สินที่ถูกยึดหรืออายัด
(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๖
ข้อ ๔ ในระเบียบนี้
ทรัพย์สิน หมายความว่า ทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดที่คณะกรรมการได้มีคำสั่งให้ยึดหรืออายัดไว้
และให้หมายความรวมถึง
ทรัพย์สินที่คณะกรรมการหรือเลขาธิการได้มีคำสั่งให้ยึดหรืออายัดไว้ชั่วคราวด้วย
ข้อ ๕ ให้เลขาธิการรักษาการตามระเบียบนี้
และให้มีอำนาจออกระเบียบหรือคำสั่งเพื่อปฏิบัติการตามระเบียบนี้
ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้
ให้เลขาธิการเสนอให้คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาด
หน้าที่เก็บรักษาทรัพย์สิน
ข้อ ๖ ในกรณีปกติ
ให้ผู้อำนวยการสำนักตรวจสอบทรัพย์สินคดียาเสพติด หรือผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดประจำภาค
แล้วแต่กรณี
มีหน้าที่เก็บรักษาทรัพย์สินที่ยึดหรืออายัดได้ในพื้นที่ที่ตนรับผิดชอบ
แต่ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นและสมควร
เลขาธิการจะมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นคณะหนึ่งหรือหลายคณะ ประกอบด้วย
ข้าราชการในสำนักงานจำนวนไม่น้อยกว่าสามคน หรือจะมีคำสั่งแต่งตั้งผู้อำนวยการสำนักตรวจสอบทรัพย์สินคดียาเสพติด
หรือผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดประจำภาค
ให้เป็นผู้มีหน้าที่เก็บรักษาทรัพย์สินของผู้ต้องหารายใดโดยเฉพาะก็ได้
เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการตามระเบียบนี้
ผู้มีหน้าที่เก็บรักษาทรัพย์สินอาจมอบหมายให้ผู้หนึ่งผู้ใดทำการแทนก็ได้
ข้อ ๗ ให้ผู้มีหน้าที่เก็บรักษาทรัพย์สินตามข้อ
๖ มีหน้าที่ ดังต่อไปนี้
(๑)
ตรวจความถูกต้องของทรัพย์สินที่จะต้องเก็บรักษาหรือส่งมอบ
(๒)
จัดทำบัญชีทรัพย์สินที่เก็บรักษา
(๓)
จัดทำหลักฐานการรับหรือส่งมอบทรัพย์สิน
(๔)
เก็บรักษากุญแจและรหัสของสถานที่เก็บรักษาทรัพย์สินตามข้อ ๙
(๕)
ตรวจสอบเกี่ยวกับทรัพย์สิน เช่น ความชำรุดบกพร่อง
และรายงานความเคลื่อนไหวหรือผลการตรวจสอบเกี่ยวกับทรัพย์สิน ทั้งนี้ ตามที่เลขาธิการกำหนด
(๖)
เก็บรักษาทรัพย์สินที่ได้รับมอบไว้ให้ปลอดภัย
(๗)
ส่งมอบทรัพย์สินแก่บุคคลที่เลขาธิการมีคำสั่ง
(๘)
ปฏิบัติการอื่นใดตามที่กฎหมายหรือระเบียบที่เกี่ยวข้องกำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของผู้มีหน้าที่เก็บรักษาทรัพย์สิน
ข้อ ๘ กุญแจและรหัสให้แยกกันเก็บรักษาไว้
โดยให้ผู้อำนวยการสำนักตรวจสอบทรัพย์สินคดียาเสพติด ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดภาค
หรือประธานกรรมการเก็บรักษาทรัพย์สินที่เลขาธิการแต่งตั้ง แล้วแต่กรณี
เป็นผู้เก็บรักษารหัสและให้ข้าราชการที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องตั้งแต่ระดับ ๗ ขึ้นไป
หรือยศพันตำรวจโทขึ้นไป หรือเทียบเท่าและข้าราชการที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องตั้งแต่ระดับ
๖ ขึ้นไป หรือยศพันตำรวจตรีขึ้นไป
หรือเทียบเท่ามีหน้าที่เก็บรักษากุญแจคนละหนึ่งดอก
ข้าราชการที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องตามวรรคหนึ่ง
ต้องได้รับมอบหมายให้มีหน้าที่เก็บรักษาทรัพย์สินจากเลขาธิการ
การส่งมอบและรับมอบทรัพย์สิน
ข้อ ๙ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งดำเนินการยึดหรืออายัดทรัพย์สิน
ประเมินราคาทรัพย์สินและส่งมอบทรัพย์สินพร้อมเอกสารหลักฐานให้ผู้มีหน้าที่เก็บรักษาทรัพย์สิน
เพื่อเก็บรักษาไว้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในระเบียบนี้
กรณีที่มีเหตุจำเป็นและสมควร
พนักงานเจ้าหน้าที่อาจส่งมอบทรัพย์สินที่ยึดหรืออายัดไปก่อนแล้วประเมินราคาทรัพย์สินภายหลังก็ได้
ในกรณีที่ทรัพย์สินที่ยึดหรืออายัดไว้เป็นอสังหาริมทรัพย์
หรือเป็นการประกอบกิจการ เช่น อุตสาหกรรม พาณิชยกรรม หรือเกษตรกรรม
ที่มีรายได้จากการประกอบกิจการดังกล่าว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตามวรรคหนึ่ง
รายงานเลขาธิการทันทีเพื่อพิจารณาสั่งการ
หากพนักงานเจ้าหน้าที่ไม่อาจยึดหรืออายัดทรัพย์สินตามวรรคหนึ่งได้
ให้รายงานต่อเลขาธิการเพื่อพิจารณาสั่งการ
ข้อ ๑๐ ในการยึดและส่งมอบทรัพย์สินที่เป็นอัญมณี
เครื่องทองรูปพรรณหรือของมีค่าทำนองเดียวกัน ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ที่ดำเนินการการยึด
ตรวจความถูกต้องของทรัพย์สินที่ยึดต่อหน้าผู้นำยึด
แล้วบรรจุทรัพย์สินแยกตามประเภทลงในภาชนะที่เรียบร้อย ปลอดภัย
แล้วลงลายมือชื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ยึดและผู้นำยึด
บนฉลากแล้วปิดทับภาชนะบรรจุทรัพย์สินหรือตัวทรัพย์สิน ตามที่เห็นสมควรในลักษณะที่หากจะมีการเปิดภาชนะดังกล่าวแล้ว
จะต้องทำให้ฉลากหรือภาชนะฉีกขาดหรือไม่อยู่ในสภาพที่ปิดอยู่ตามปกติ
แล้วส่งมอบให้ผู้มีหน้าที่เก็บรักษาทรัพย์สิน
ในกรณีที่ฉลากหรือภาชนะฉีกขาดหรือไม่อยู่ในสภาพที่ปิดอยู่ตามปกติ
ผู้มีหน้าที่เก็บรักษาทรัพย์สินอาจไม่รับมอบทรัพย์สินนั้นก็ได้ เว้นแต่มีเหตุอันสมควร
ข้อ ๑๑ ภายใต้บังคับข้อ ๗
ให้ผู้มีหน้าที่เก็บรักษาทรัพย์สินตรวจสอบความถูกต้องของทรัพย์สินที่ส่งมอบต่อหน้าพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ส่งมอบ
แล้วบรรจุทรัพย์สินแยกตามประเภทลงในภาชนะที่เรียบร้อยปลอดภัย แล้วลงลายมือชื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ส่งมอบและรับมอบ
ในแบบฉลากที่ปิดภาชนะนั้นไว้เป็นหลักฐาน
การปิดฉลากที่ภาชนะบรรจุทรัพย์สินหรือตัวทรัพย์สิน
ให้ปิดทับในลักษณะที่หากจะมีการเปิดภาชนะดังกล่าวแล้ว
จะต้องทำให้ฉลากหรือภาชนะฉีกขาด หรือไม่อยู่ในสภาพที่ปิดอยู่ตามปกติ
ในกรณีที่ทรัพย์สินมีขนาดใหญ่ไม่อาจบรรจุในภาชนะได้
ให้ปิดทับบนทรัพย์สินนั้นในตำแหน่งที่เห็นสมควร
แบบฉลากตามวรรคหนึ่ง
ให้เป็นไปตามที่สำนักงานกำหนด
ข้อ ๑๒
เมื่อมีการส่งมอบสังหาริมทรัพย์หรืออสังหาริมทรัพย์ใดแล้ว
หากปรากฏว่าทรัพย์สินดังกล่าวมีภาระผูกพัน ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีหนังสือแจ้งให้คู่สัญญาทราบเกี่ยวกับการยึดหรืออายัดทรัพย์สินนั้น
และให้รวบรวมมูลหนี้และหรือเอกสารที่เกี่ยวข้องส่งมอบให้ผู้มีหน้าที่เก็บรักษาทรัพย์สินเพื่อรายงานเลขาธิการพิจารณาสั่งการ
ข้อ ๑๓
กรณีทรัพย์สินที่ต้องส่งมอบเพื่อเก็บรักษาเป็นเงินสด เพื่อความสะดวกในการส่งมอบทรัพย์สิน
พนักงานเจ้าหน้าที่อาจนำทรัพย์สินประเภทเงินสดที่ยึดเข้าฝากสถาบันการเงินตามที่คณะกรรมการกำหนดไปก่อน
แล้วนำหลักฐานการฝากเงินส่งมอบต่อคณะกรรมการเก็บรักษาทรัพย์สินก็ได้
ข้อ ๑๔
ในการนำทรัพย์สินที่เก็บรักษามาประเมินราคาตามข้อ ๙ วรรคสอง จะต้องได้รับอนุญาตจากผู้มีอำนาจอนุญาตตามข้อ
๒๒ โดยให้ระบุรายละเอียดของทรัพย์สิน
และวันเวลาที่จะนำทรัพย์สินนั้นมาทำการตรวจสอบและประเมินราคา
ในการตรวจสอบเพื่อประเมินราคาตามวรรคหนึ่ง
หากต้องมีการทำลายฉลากที่ปิดทับภาชนะที่เก็บรักษาทรัพย์สิน ให้กระทำต่อหน้าพนักงานเจ้าหน้าที่
และผู้มีหน้าที่เก็บรักษาทรัพย์สิน
เมื่อดำเนินการประเมินราคาแล้ว
ให้ผู้มีหน้าที่เก็บรักษาทรัพย์สินบรรจุทรัพย์สินในภาชนะใหม่ต่อหน้าพนักงานเจ้าหน้าที่
แล้วลงลายมือชื่อพนักงานเจ้าหน้าที่และผู้มีหน้าที่เก็บรักษาทรัพย์สินในแบบฉลากที่ปิดภาชนะนั้นไว้เพื่อเป็นหลักฐาน
ทั้งนี้ ให้นำความในข้อ ๑๑
วรรคสองและวรรคสาม มาบังคับใช้โดยอนุโลม
วิธีการเก็บรักษาทรัพย์สิน
ข้อ ๑๕ ในการเก็บรักษาทรัพย์สิน
ให้พึงปฏิบัติต่อไปนี้
(๑)
จัดทำบัตรหรือเครื่องหมายติดไว้กับทรัพย์สินนั้นตามบัญชีทรัพย์สินที่เก็บรักษาตามข้อ
๘ (๒) เพื่อสะดวกและง่ายต่อการค้นหาและอ้างอิง
(๒)
เก็บรักษาทรัพย์สินตามประเภท สภาพ
และขนาดของทรัพย์สินในสถานที่หรือห้องที่มั่นคงและแข็งแรงปลอดภัย
ข้อ ๑๖
ถ้าทรัพย์สินที่ต้องเก็บรักษาเป็นอสังหาริมทรัพย์
หรือสังหาริมทรัพย์ที่ไม่สะดวกต่อการขนย้าย
ให้ผู้มีหน้าที่เก็บรักษาทรัพย์สินดำเนินการต่อไปนี้
(๑)
ในกรณีที่เห็นสมควร อาจจัดให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองทรัพย์สิน
ดูแลทรัพย์สินต่อไปได้ ถ้าเจ้าของหรือผู้ครอบครองทรัพย์สินยินยอม หรือ
(๒)
จัดให้ผู้อื่นดูแลรักษาทรัพย์สิน เช่น จ้างคนเฝ้าทรัพย์สิน
ข้อ ๑๗
ถ้าทรัพย์สินที่ต้องการเก็บรักษาเป็นทรัพย์สินตามข้อ ๙ วรรคสาม
เลขาธิการจะมีคำสั่งตั้งผู้จัดการหรือให้เช่าอสังหาริมทรัพย์หรือกิจการดังกล่าว
โดยให้ส่งมอบเงินรายได้ทั้งหมดหรือบางส่วนแก่ผู้มีหน้าที่เก็บรักษาทรัพย์สินภายในเวลาและตามเงื่อนไขที่กำหนดก็ได้
เพื่อเก็บรักษาเช่นเดียวกับทรัพย์สินและเมื่อได้ดำเนินการดังกล่าวแล้ว
ให้รายงานคณะกรรมการในโอกาสแรกที่มีการประชุม
ข้อ ๑๘ ถ้าทรัพย์สินที่ต้องเก็บรักษาเป็นเงินสด
ให้รีบนำเข้าฝากสถาบันการเงินตามที่คณะกรรมการกำหนด ในวันที่รับทรัพย์สิน
หากไม่สามารถนำเข้าฝากได้ทันที
เนื่องจากสถาบันการเงินปิดทำการให้รีบนำเข้าฝากในโอกาสแรกที่สถาบันการเงินเปิดทำการ
แล้วรายงานให้เลขาธิการทราบ
ในกรณีทรัพย์สินที่เก็บรักษาเป็นเงินตราต่างประเทศที่อาจแลกเปลี่ยนเป็นเงินไทยได้
ให้แลกเปลี่ยนเป็นเงินไทยแล้วเก็บรักษาตามวรรคหนึ่ง
ข้อ ๑๙ ถ้าทรัพย์สินที่ต้องเก็บรักษาเป็นอัญมณี
เครื่องทองรูปพรรณ หรือของมีค่าอื่นทำนองเดียวกัน ให้ผู้มีหน้าที่เก็บรักษาทรัพย์สิน
ตามข้อ ๗ เก็บรักษาทรัพย์สินไว้ในที่ปลอดภัยตามที่เห็นสมควร
โดยในบัญชีทรัพย์สินที่เก็บรักษาตามข้อ ๘ (๒)
ให้มีรายละเอียดเกี่ยวกับทรัพย์สินนั้นตามสมควรด้วย
ข้อ ๒๐
ให้ผู้มีหน้าที่เก็บรักษาทรัพย์สินรายงานต่อเลขาธิการโดยเร็ว เพื่อพิจารณาสั่งการตามที่สมควร
เมื่อปรากฏว่า
(๑)
ทรัพย์สินนั้นมีสภาพเป็นของสด ของเสียได้ หรือถ้าหน่วงช้าไว้อาจเป็นการเสี่ยงต่อความเสียหายหรือค่าใช้จ่ายจะเกินส่วนแห่งค่าของทรัพย์สินนั้น
(๒)
ทรัพย์สินนั้นมีลักษณะที่อาจทำให้สกปรก เลอะเทอะ หรือมีกลิ่น หรืออาจรบกวน หรืออาจก่อความรำคาญ
(๓)
ทรัพย์สินนั้นมีน้ำหนักมาก หรือไม่สะดวกต่อการเคลื่อนย้าย หรือมีขนาดใหญ่มากหรือเปลืองเนื้อที่ในการเก็บรักษา
(๔)
ทรัพย์สินนั้นเป็นทรัพย์สินซึ่งโดยสภาพอาจก่อให้เกิดอันตรายได้ง่าย เช่น สารเคมี
หรือสิ่งที่เป็นเชื้อเพลิง
(๕)
ทรัพย์สินที่ต้องเก็บรักษาไว้ในสถานที่โดยเฉพาะเพื่อรักษาคุณภาพของตัวทรัพย์
(๖)
ทรัพย์สินที่เก็บรักษาไว้จะเป็นภาระแก่ทางราชการมากเกินสมควรกว่าประโยชน์อันพึงได้
ข้อ ๒๑
ในกรณีที่เลขาธิการเห็นว่าทรัพย์สินที่ต้องเก็บรักษาตามข้อ ๒๐
ไม่เหมาะสมที่จะเก็บรักษาไว้ เลขาธิการอาจสั่งให้นำทรัพย์สินนั้นออกขายทอดตลาดหรือนำไปใช้ประโยชน์ของทางราชการได้
ทั้งนี้ ตามระเบียบว่าด้วยการนำทรัพย์สินออกขายทอดตลาดหรือนำไปใช้ประโยชน์ของทางราชการ
ข้อ ๒๒
การเคลื่อนย้ายทรัพย์สินออกนอกสถานที่เก็บรักษาทรัพย์สินจะกระทำได้เมื่อได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากเลขาธิการ
หรือผู้อำนวยการสำนักตรวจสอบทรัพย์สินคดียาเสพติด ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด
หรือประธานกรรมการเก็บรักษาทรัพย์สินก่อน
ประกาศ
ณ วันที่ ๓๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๗
สมชาย วงศ์สวัสดิ์
ปลัดกระทรวงยุติธรรม
ประธานกรรมการตรวจสอบทรัพย์สิน
ชัชสรัญ/ผู้จัดทำ
๑๘
สิงหาคม ๒๕๔๘
นันทพล/ปรับปรุง
๑๖
พฤศจิกายน ๒๕๔๙
สุกัญญา/ผู้จัดทำ
๔
กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒
สุนันทา/ตรวจ
๒๓
กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒
ปิติวรรณ/ปรับปรุง
๒
พฤศจิกายน ๒๕๖๑
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๒๒/ตอนที่ ๖๒ ง/หน้า ๑๒๙/๔ สิงหาคม ๒๕๔๘
ที่มา: ระบบกลางทางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).