ข้อ ๑๕ ในการเก็บรักษาทรัพย์สิน
ให้พึงปฏิบัติต่อไปนี้
(๑)
จัดทำบัตรหรือเครื่องหมายติดไว้กับทรัพย์สินนั้นตามบัญชีทรัพย์สินที่เก็บรักษาตามข้อ
๘ (๒) เพื่อสะดวกและง่ายต่อการค้นหาและอ้างอิง
(๒)
เก็บรักษาทรัพย์สินตามประเภท สภาพ
และขนาดของทรัพย์สินในสถานที่หรือห้องที่มั่นคงและแข็งแรงปลอดภัย
ข้อ ๑๖
ถ้าทรัพย์สินที่ต้องเก็บรักษาเป็นอสังหาริมทรัพย์
หรือสังหาริมทรัพย์ที่ไม่สะดวกต่อการขนย้าย
ให้ผู้มีหน้าที่เก็บรักษาทรัพย์สินดำเนินการต่อไปนี้
(๑)
ในกรณีที่เห็นสมควร อาจจัดให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองทรัพย์สิน
ดูแลทรัพย์สินต่อไปได้ ถ้าเจ้าของหรือผู้ครอบครองทรัพย์สินยินยอม หรือ
(๒)
จัดให้ผู้อื่นดูแลรักษาทรัพย์สิน เช่น จ้างคนเฝ้าทรัพย์สิน
ข้อ ๑๗
ถ้าทรัพย์สินที่ต้องการเก็บรักษาเป็นทรัพย์สินตามข้อ ๙ วรรคสาม
เลขาธิการจะมีคำสั่งตั้งผู้จัดการหรือให้เช่าอสังหาริมทรัพย์หรือกิจการดังกล่าว
โดยให้ส่งมอบเงินรายได้ทั้งหมดหรือบางส่วนแก่ผู้มีหน้าที่เก็บรักษาทรัพย์สินภายในเวลาและตามเงื่อนไขที่กำหนดก็ได้
เพื่อเก็บรักษาเช่นเดียวกับทรัพย์สินและเมื่อได้ดำเนินการดังกล่าวแล้ว
ให้รายงานคณะกรรมการในโอกาสแรกที่มีการประชุม
ข้อ ๑๘ ถ้าทรัพย์สินที่ต้องเก็บรักษาเป็นเงินสด
ให้รีบนำเข้าฝากสถาบันการเงินตามที่คณะกรรมการกำหนด ในวันที่รับทรัพย์สิน
หากไม่สามารถนำเข้าฝากได้ทันที
เนื่องจากสถาบันการเงินปิดทำการให้รีบนำเข้าฝากในโอกาสแรกที่สถาบันการเงินเปิดทำการ
แล้วรายงานให้เลขาธิการทราบ
ในกรณีทรัพย์สินที่เก็บรักษาเป็นเงินตราต่างประเทศที่อาจแลกเปลี่ยนเป็นเงินไทยได้
ให้แลกเปลี่ยนเป็นเงินไทยแล้วเก็บรักษาตามวรรคหนึ่ง
ข้อ ๑๙ ถ้าทรัพย์สินที่ต้องเก็บรักษาเป็นอัญมณี
เครื่องทองรูปพรรณ หรือของมีค่าอื่นทำนองเดียวกัน ให้ผู้มีหน้าที่เก็บรักษาทรัพย์สิน
ตามข้อ ๗ เก็บรักษาทรัพย์สินไว้ในที่ปลอดภัยตามที่เห็นสมควร
โดยในบัญชีทรัพย์สินที่เก็บรักษาตามข้อ ๘ (๒)
ให้มีรายละเอียดเกี่ยวกับทรัพย์สินนั้นตามสมควรด้วย
ข้อ ๒๐
ให้ผู้มีหน้าที่เก็บรักษาทรัพย์สินรายงานต่อเลขาธิการโดยเร็ว เพื่อพิจารณาสั่งการตามที่สมควร
เมื่อปรากฏว่า
(๑)
ทรัพย์สินนั้นมีสภาพเป็นของสด ของเสียได้ หรือถ้าหน่วงช้าไว้อาจเป็นการเสี่ยงต่อความเสียหายหรือค่าใช้จ่ายจะเกินส่วนแห่งค่าของทรัพย์สินนั้น
(๒)
ทรัพย์สินนั้นมีลักษณะที่อาจทำให้สกปรก เลอะเทอะ หรือมีกลิ่น หรืออาจรบกวน หรืออาจก่อความรำคาญ
(๓)
ทรัพย์สินนั้นมีน้ำหนักมาก หรือไม่สะดวกต่อการเคลื่อนย้าย หรือมีขนาดใหญ่มากหรือเปลืองเนื้อที่ในการเก็บรักษา
(๔)
ทรัพย์สินนั้นเป็นทรัพย์สินซึ่งโดยสภาพอาจก่อให้เกิดอันตรายได้ง่าย เช่น สารเคมี
หรือสิ่งที่เป็นเชื้อเพลิง
(๕)
ทรัพย์สินที่ต้องเก็บรักษาไว้ในสถานที่โดยเฉพาะเพื่อรักษาคุณภาพของตัวทรัพย์
(๖)
ทรัพย์สินที่เก็บรักษาไว้จะเป็นภาระแก่ทางราชการมากเกินสมควรกว่าประโยชน์อันพึงได้
ข้อ ๒๑
ในกรณีที่เลขาธิการเห็นว่าทรัพย์สินที่ต้องเก็บรักษาตามข้อ ๒๐
ไม่เหมาะสมที่จะเก็บรักษาไว้ เลขาธิการอาจสั่งให้นำทรัพย์สินนั้นออกขายทอดตลาดหรือนำไปใช้ประโยชน์ของทางราชการได้
ทั้งนี้ ตามระเบียบว่าด้วยการนำทรัพย์สินออกขายทอดตลาดหรือนำไปใช้ประโยชน์ของทางราชการ
ข้อ ๒๒
การเคลื่อนย้ายทรัพย์สินออกนอกสถานที่เก็บรักษาทรัพย์สินจะกระทำได้เมื่อได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากเลขาธิการ
หรือผู้อำนวยการสำนักตรวจสอบทรัพย์สินคดียาเสพติด ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด
หรือประธานกรรมการเก็บรักษาทรัพย์สินก่อน
ประกาศ
ณ วันที่ ๓๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๗
สมชาย วงศ์สวัสดิ์
ปลัดกระทรวงยุติธรรม
ประธานกรรมการตรวจสอบทรัพย์สิน
ชัชสรัญ/ผู้จัดทำ
๑๘
สิงหาคม ๒๕๔๘
นันทพล/ปรับปรุง
๑๖
พฤศจิกายน ๒๕๔๙
สุกัญญา/ผู้จัดทำ
๔
กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒
สุนันทา/ตรวจ
๒๓
กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒
ปิติวรรณ/ปรับปรุง
๒
พฤศจิกายน ๒๕๖๑
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๒๒/ตอนที่ ๖๒ ง/หน้า ๑๒๙/๔ สิงหาคม ๒๕๔๘
ที่มา: ระบบกลางทางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).