รายการที่บันทึกไว้สมัครฟรี

ระเบียบคณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สิน ว่าด้วยการเก็บรักษาทรัพย์สินที่ถูกยึดอายัด (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2547 หมวด ๓

ข้อ ๑๕–ข้อ ๒๒ · รวม 8 มาตรา

หน้านี้เรียบเรียงจากฉบับของแหล่งข้อมูลทางการ ณ ช่วงเวลาหนึ่ง การแก้ไขหรือการยกเลิกในภายหลังอาจยังไม่ปรากฏ โปรดตรวจสอบผลใช้บังคับจากฉบับทางการ

ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ในการเก็บรักษาทรัพย์สิน ให้พึงปฏิบัติต่อไปนี้ (๑) จัดทำบัตรหรือเครื่องหมายติดไว้กับทรัพย์สินนั้นตามบัญชีทรัพย์สินที่เก็บรักษาตามข้อ ๘ (๒) เพื่อสะดวกและง่ายต่อการค้นหาและอ้างอิง (๒) เก็บรักษาทรัพย์สินตามประเภท สภาพ และขนาดของทรัพย์สินในสถานที่หรือห้องที่มั่นคงและแข็งแรงปลอดภัย

ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ถ้าทรัพย์สินที่ต้องเก็บรักษาเป็นอสังหาริมทรัพย์ หรือสังหาริมทรัพย์ที่ไม่สะดวกต่อการขนย้าย ให้ผู้มีหน้าที่เก็บรักษาทรัพย์สินดำเนินการต่อไปนี้ (๑) ในกรณีที่เห็นสมควร อาจจัดให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองทรัพย์สิน ดูแลทรัพย์สินต่อไปได้ ถ้าเจ้าของหรือผู้ครอบครองทรัพย์สินยินยอม หรือ (๒) จัดให้ผู้อื่นดูแลรักษาทรัพย์สิน เช่น จ้างคนเฝ้าทรัพย์สิน

ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ถ้าทรัพย์สินที่ต้องการเก็บรักษาเป็นทรัพย์สินตามข้อ ๙ วรรคสาม เลขาธิการจะมีคำสั่งตั้งผู้จัดการหรือให้เช่าอสังหาริมทรัพย์หรือกิจการดังกล่าว โดยให้ส่งมอบเงินรายได้ทั้งหมดหรือบางส่วนแก่ผู้มีหน้าที่เก็บรักษาทรัพย์สินภายในเวลาและตามเงื่อนไขที่กำหนดก็ได้ เพื่อเก็บรักษาเช่นเดียวกับทรัพย์สินและเมื่อได้ดำเนินการดังกล่าวแล้ว ให้รายงานคณะกรรมการในโอกาสแรกที่มีการประชุม

ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ถ้าทรัพย์สินที่ต้องเก็บรักษาเป็นเงินสด ให้รีบนำเข้าฝากสถาบันการเงินตามที่คณะกรรมการกำหนด ในวันที่รับทรัพย์สิน หากไม่สามารถนำเข้าฝากได้ทันที เนื่องจากสถาบันการเงินปิดทำการให้รีบนำเข้าฝากในโอกาสแรกที่สถาบันการเงินเปิดทำการ แล้วรายงานให้เลขาธิการทราบ ในกรณีทรัพย์สินที่เก็บรักษาเป็นเงินตราต่างประเทศที่อาจแลกเปลี่ยนเป็นเงินไทยได้ ให้แลกเปลี่ยนเป็นเงินไทยแล้วเก็บรักษาตามวรรคหนึ่ง

ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ถ้าทรัพย์สินที่ต้องเก็บรักษาเป็นอัญมณี เครื่องทองรูปพรรณ หรือของมีค่าอื่นทำนองเดียวกัน ให้ผู้มีหน้าที่เก็บรักษาทรัพย์สิน ตามข้อ ๗ เก็บรักษาทรัพย์สินไว้ในที่ปลอดภัยตามที่เห็นสมควร โดยในบัญชีทรัพย์สินที่เก็บรักษาตามข้อ ๘ (๒) ให้มีรายละเอียดเกี่ยวกับทรัพย์สินนั้นตามสมควรด้วย

ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ให้ผู้มีหน้าที่เก็บรักษาทรัพย์สินรายงานต่อเลขาธิการโดยเร็ว เพื่อพิจารณาสั่งการตามที่สมควร เมื่อปรากฏว่า (๑) ทรัพย์สินนั้นมีสภาพเป็นของสด ของเสียได้ หรือถ้าหน่วงช้าไว้อาจเป็นการเสี่ยงต่อความเสียหายหรือค่าใช้จ่ายจะเกินส่วนแห่งค่าของทรัพย์สินนั้น (๒) ทรัพย์สินนั้นมีลักษณะที่อาจทำให้สกปรก เลอะเทอะ หรือมีกลิ่น หรืออาจรบกวน หรืออาจก่อความรำคาญ (๓) ทรัพย์สินนั้นมีน้ำหนักมาก หรือไม่สะดวกต่อการเคลื่อนย้าย หรือมีขนาดใหญ่มากหรือเปลืองเนื้อที่ในการเก็บรักษา (๔) ทรัพย์สินนั้นเป็นทรัพย์สินซึ่งโดยสภาพอาจก่อให้เกิดอันตรายได้ง่าย เช่น สารเคมี หรือสิ่งที่เป็นเชื้อเพลิง (๕) ทรัพย์สินที่ต้องเก็บรักษาไว้ในสถานที่โดยเฉพาะเพื่อรักษาคุณภาพของตัวทรัพย์ (๖) ทรัพย์สินที่เก็บรักษาไว้จะเป็นภาระแก่ทางราชการมากเกินสมควรกว่าประโยชน์อันพึงได้

ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ ในกรณีที่เลขาธิการเห็นว่าทรัพย์สินที่ต้องเก็บรักษาตามข้อ ๒๐ ไม่เหมาะสมที่จะเก็บรักษาไว้ เลขาธิการอาจสั่งให้นำทรัพย์สินนั้นออกขายทอดตลาดหรือนำไปใช้ประโยชน์ของทางราชการได้ ทั้งนี้ ตามระเบียบว่าด้วยการนำทรัพย์สินออกขายทอดตลาดหรือนำไปใช้ประโยชน์ของทางราชการ

ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ การเคลื่อนย้ายทรัพย์สินออกนอกสถานที่เก็บรักษาทรัพย์สินจะกระทำได้เมื่อได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากเลขาธิการ หรือผู้อำนวยการสำนักตรวจสอบทรัพย์สินคดียาเสพติด ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือประธานกรรมการเก็บรักษาทรัพย์สินก่อน ประกาศ ณ วันที่ ๓๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๗ สมชาย วงศ์สวัสดิ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม ประธานกรรมการตรวจสอบทรัพย์สิน ชัชสรัญ/ผู้จัดทำ ๑๘ สิงหาคม ๒๕๔๘ นันทพล/ปรับปรุง ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๔๙ สุกัญญา/ผู้จัดทำ ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ สุนันทา/ตรวจ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ ปิติวรรณ/ปรับปรุง ๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ [๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๒/ตอนที่ ๖๒ ง/หน้า ๑๒๙/๔ สิงหาคม ๒๕๔๘

กลับไปที่ ระเบียบคณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สิน ว่าด้วยการเก็บรักษาทรัพย์สินที่ถูกยึดอายัด (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2547 ฉบับเต็ม

ตัวบทในหน้านี้คัดลอกตามต้นฉบับจากข้อมูลเปิดของหน่วยงานราชการ ดูที่มาได้ที่บรรทัดแสดงที่มาด้านล่าง

ที่มา: ระบบกลางทางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

ค้นต่อจากนี้