法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

กฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดบึงกาฬ พ.ศ. 2560

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
21
มาตรา อารัมภบท

กฎกระทรวง

กฎกระทรวง

ให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดบึงกาฬ

พ.ศ. ๒๕๖๐[๑]

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘ และมาตรา ๒๖ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการผังเมือง (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๘ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ให้ใช้บังคับผังเมืองรวม ในท้องที่จังหวัดบึงกาฬ ภายในแนวเขตตามแผนที่ท้ายกฎกระทรวงนี้ เว้นแต่พื้นที่ที่อยู่ในแนวเขตดังต่อไปนี้ ให้ใช้ประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ของที่ดินนั้น ๆ ตามที่มีกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ หรือประกาศที่เกี่ยวข้องกำหนดไว้ โดยไม่อยู่ในบังคับการใช้ประโยชน์ที่ดินที่กำหนดในกฎกระทรวงนี้

(๑) เขตพระราชฐาน

(๒) พื้นที่ที่ได้ใช้หรือสงวนไว้เพื่อประโยชน์ในราชการทหาร

(๓) เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย

(๔) ท้องที่ที่มีการประกาศใช้บังคับกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมเมืองหรือผังเมืองรวมชุมชน

(๕) ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน เฉพาะที่ดินที่เป็นของรัฐหรือที่รัฐจัดซื้อหรือเวนคืนจากเจ้าของที่ดินเพื่อใช้ประโยชน์ในการปฏิรูปที่ดิน

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ การวางและจัดทำผังเมืองรวมตามกฎกระทรวงนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนา และการดำรงรักษาเมืองและบริเวณที่เกี่ยวข้องหรือชนบท ในด้านการใช้ประโยชน์ในทรัพย์สิน การคมนาคมและการขนส่ง การสาธารณูปโภค บริการสาธารณะ และสภาพแวดล้อมในบริเวณแนวเขตตามข้อ ๑ ให้สอดคล้องกับการพัฒนาระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ผังเมืองรวมตามกฎกระทรวงนี้ มีนโยบายและมาตรการเพื่อจัดระบบการใช้ประโยชน์ที่ดิน โครงข่ายคมนาคมขนส่งและบริการสาธารณะให้มีประสิทธิภาพ สามารถรองรับและสอดคล้องกับการขยายตัวของชุมชนในอนาคต รวมทั้งส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจ โดยมีสาระสำคัญดังต่อไปนี้

(๑) ส่งเสริมให้จังหวัดบึงกาฬเป็นศูนย์กลางด้านเกษตรกรรมและกิจการที่เกี่ยวเนื่องกับเกษตรกรรม เพื่อเป็นแหล่งผลิตและรวบรวมสินค้าเกษตร

(๒) ส่งเสริมและพัฒนาจังหวัดบึงกาฬให้เป็นแหล่งการค้าและการลงทุนกับประเทศเพื่อนบ้าน

(๓) ส่งเสริมและพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติเชิงอนุรักษ์และศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น

(๔) อนุรักษ์และฟื้นฟูพื้นที่ชุ่มน้ำ แหล่งน้ำธรรมชาติ และป่าไม้ให้อุดมสมบูรณ์อย่างยั่งยืน

(๕) ส่งเสริมและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ระบบโครงข่ายคมนาคมและขนส่ง เพื่อรองรับการคมนาคมและขนส่งภายในจังหวัดและระหว่างประเทศ

(๖) ส่งเสริมพัฒนาที่อยู่อาศัย พาณิชยกรรม และอุตสาหกรรม ให้สอดคล้องกับการใช้ประโยชน์ที่ดิน และการขยายตัวของชุมชนและระบบเศรษฐกิจของจังหวัด

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ การใช้ประโยชน์ที่ดินภายในเขตผังเมืองรวม ให้เป็นไปตามแผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินตามที่ได้จำแนกประเภท และรายการประกอบแผนผังท้ายกฎกระทรวงนี้

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ การใช้ประโยชน์ที่ดินตามแผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินตามที่ได้จำแนกประเภทท้ายกฎกระทรวงนี้ ให้เป็นไปดังต่อไปนี้

(๑) ที่ดินประเภท ช. ๑ ถึง ช. ๕ ที่กำหนดไว้เป็นสีชมพู ให้เป็นที่ดินประเภทชุมชน โดยมีวัตถุประสงค์และจำแนกเป็นบริเวณ ดังต่อไปนี้

(ก) ที่ดินประเภท ช. ๑ มีวัตถุประสงค์เพื่อรองรับการอยู่อาศัย และเป็นศูนย์กลางการปกครอง ธุรกิจ การค้า การบริการ และการคมนาคมขนส่ง ที่ให้บริการแก่ประชาชนโดยทั่วไปในระดับจังหวัด

(ข) ที่ดินประเภท ช. ๒ มีวัตถุประสงค์เพื่อรองรับการอยู่อาศัย และเป็นศูนย์กลางการปกครอง ธุรกิจ การค้า การบริการ และการคมนาคมขนส่ง ที่ให้บริการแก่ประชาชนโดยทั่วไปในระดับอำเภอ

(ค) ที่ดินประเภท ช. ๓ มีวัตถุประสงค์เพื่อรองรับการอยู่อาศัย และเป็นศูนย์กลางทางธุรกิจ การค้า การบริการ การท่องเที่ยวและนันทนาการ ที่ให้บริการแก่ประชาชนโดยทั่วไปในระดับอำเภอ จำแนกเป็นบริเวณ ช. ๓ - ๑ ถึง ช. ๓ - ๓

(ง) ที่ดินประเภท ช. ๔ มีวัตถุประสงค์เพื่อรองรับการอยู่อาศัย และเป็นศูนย์กลางการให้บริการชุมชนและส่งเสริมเกษตรกรรม จำแนกเป็นบริเวณ ช. ๔ - ๑ ถึง ช. ๔ - ๓

(จ) ที่ดินประเภท ช. ๕ มีวัตถุประสงค์เพื่อรองรับการอยู่อาศัย และเป็นศูนย์กลางทางธุรกิจ การบริการ และการค้าชายแดนในระดับอำเภอ จำแนกเป็นบริเวณ ช. ๕ - ๑ และ ช. ๕ - ๒

(๒) ที่ดินประเภท อ. ที่กำหนดไว้เป็นสีม่วง ให้เป็นที่ดินประเภทอุตสาหกรรมและคลังสินค้า มีวัตถุประสงค์เพื่อรองรับการประกอบกิจการอุตสาหกรรมหรือเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมและคลังสินค้า จำแนกเป็นบริเวณ อ. - ๑ และ อ. - ๒

(๓) ที่ดินประเภท ก. ๑ ถึง ก. ๔ ที่กำหนดไว้เป็นสีเขียว ให้เป็นที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรม มีวัตถุประสงค์และจำแนกเป็นบริเวณ ดังต่อไปนี้

(ก) ที่ดินประเภท ก. ๑ มีวัตถุประสงค์เพื่อเกษตรกรรมหรือเกี่ยวข้องกับเกษตรกรรมและรองรับการขยายตัวของชุมชน จำแนกเป็นบริเวณ ก. ๑ - ๑ ถึง ก. ๑ - ๓

(ข) ที่ดินประเภท ก. ๒ มีวัตถุประสงค์เพื่อเกษตรกรรมหรือเกี่ยวข้องกับเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม จำแนกเป็นบริเวณ ก. ๒ - ๑ และ ก. ๒ - ๒

(ค) ที่ดินประเภท ก. ๓ มีวัตถุประสงค์เพื่อเกษตรกรรมหรือเกี่ยวข้องกับเกษตรกรรม การรักษาสภาพแวดล้อม และการท่องเที่ยว จำแนกเป็นบริเวณ ก. ๓ - ๑ ถึง ก. ๓ - ๓

(ง) ที่ดินประเภท ก. ๔ มีวัตถุประสงค์เพื่อเกษตรกรรมหรือเกี่ยวข้องกับเกษตรกรรม การอยู่อาศัย การสงวนและรักษาสภาพทางธรรมชาติ และการส่งเสริมเศรษฐกิจการเกษตร จำแนกเป็นบริเวณ ก. ๔ - ๑ ถึง ก. ๔ - ๒๑

(๔) ที่ดินประเภท อก. ที่กำหนดไว้เป็นสีขาวมีกรอบและเส้นทแยงสีเขียว ให้เป็นที่ดินประเภทอนุรักษ์ชนบทและเกษตรกรรม มีวัตถุประสงค์เพื่อเกษตรกรรมหรือเกี่ยวข้องกับเกษตรกรรมและการอนุรักษ์และรักษาสภาพแวดล้อม จำแนกเป็นบริเวณ อก. - ๑ ถึง อก. - ๔

(๕) ที่ดินประเภท ป. ที่กำหนดไว้เป็นสีเขียวอ่อนมีเส้นทแยงสีขาว ให้เป็นที่ดินประเภทอนุรักษ์ป่าไม้ มีวัตถุประสงค์เพื่อการสงวนและคุ้มครอง ดูแลรักษาหรือบำรุงป่าไม้ สัตว์ป่า ต้นน้ำ ลำธาร และทรัพยากรธรรมชาติอื่น ๆ ตามมติคณะรัฐมนตรี และกฎหมายเกี่ยวกับการป่าไม้ การสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า และการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติเท่านั้น จำแนกเป็นบริเวณ ป. - ๑ ถึง ป. - ๑๐

(๖) ที่ดินประเภท ล. ที่กำหนดไว้เป็นสีฟ้า ให้เป็นที่ดินประเภทที่โล่งเพื่อการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม มีวัตถุประสงค์เพื่อการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมหรือเกี่ยวข้องกับการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม หรือสาธารณประโยชน์เท่านั้น จำแนกเป็นบริเวณ ล. - ๑ ถึง ล. - ๒๐

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ที่ดินประเภท ช. ๑ เป็นที่ดินประเภทชุมชนที่มีวัตถุประสงค์เพื่อรองรับการอยู่อาศัยและเป็นศูนย์กลางการปกครอง ธุรกิจ การค้า การบริการ และการคมนาคมขนส่งที่ให้บริการแก่ประชาชนโดยทั่วไปในระดับจังหวัด

ที่ดินประเภทนี้ ห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้

(๑) โรงงานตามกฎหมายว่าด้วยโรงงานตามประเภท ชนิด และจำพวกท้ายกฎกระทรวงนี้

(๒) คลังน้ำมันและสถานที่เก็บรักษาน้ำมัน ลักษณะที่สาม ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อการจำหน่าย

(๓) คลังก๊าซปิโตรเลียมเหลว สถานที่บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทโรงบรรจุ สถานที่บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทห้องบรรจุ และสถานที่เก็บรักษาก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทโรงเก็บ ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง

(๔) เลี้ยงม้า โค กระบือ สุกร แพะ แกะ ห่าน เป็ด ไก่ งู จระเข้ หรือสัตว์ป่า ตามกฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า เพื่อการค้า

(๕) สุสานและฌาปนสถานตามกฎหมายว่าด้วยสุสานและฌาปนสถาน

(๖) จัดสรรที่ดินเพื่อประกอบอุตสาหกรรม

(๗) การดำเนินการหรือประกอบกิจการใด ๆ ในอาคารขนาดใหญ่พิเศษ

(๘) สถานที่เก็บวัตถุไวไฟ วัตถุระเบิด วัตถุมีพิษ หรือวัตถุกัมมันตรังสี

(๙) กำจัดมูลฝอย เว้นแต่เป็นกิจการที่อยู่ภายใต้การควบคุมดูแลหรือได้รับอนุญาตให้ดำเนินการจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

การใช้ประโยชน์ที่ดินริมฝั่งแม่น้ำโขง ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของแม่น้ำไม่น้อยกว่า ๑๒ เมตร เว้นแต่เป็นการก่อสร้างเพื่อการคมนาคมและขนส่งทางน้ำ หรือการสาธารณูปโภค เขื่อน รั้ว หรือกำแพง และการก่อสร้างอาคารในระยะ ๑๕๐ เมตร จากริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของแม่น้ำโขง ให้มีความสูงของอาคารไม่เกิน ๑๒ เมตร การวัดความสูงของอาคารให้วัดจากระดับพื้นดินที่ก่อสร้างถึงพื้นดาดฟ้า สำหรับอาคารทรงจั่วหรือปั้นหยาให้วัดจากระดับพื้นดินที่ก่อสร้างถึงยอดผนังของชั้นสูงสุด

ที่ดินประเภทนี้ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เขตห้ามล่าสัตว์ป่า และเขตอุทยานแห่งชาติ ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการสงวนและคุ้มครองดูแลรักษาหรือบำรุงป่าไม้ สัตว์ป่า ต้นน้ำ ลำธาร และทรัพยากรธรรมชาติอื่น ๆ ตามมติคณะรัฐมนตรีและกฎหมายเกี่ยวกับการป่าไม้ การสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า และการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติเท่านั้น

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ที่ดินประเภท ช. ๒ เป็นที่ดินประเภทชุมชนที่มีวัตถุประสงค์เพื่อรองรับการอยู่อาศัยและเป็นศูนย์กลางการปกครอง ธุรกิจ การค้า การบริการ และการคมนาคมขนส่งที่ให้บริการแก่ประชาชนโดยทั่วไปในระดับอำเภอ

ที่ดินประเภทนี้ ห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้

(๑) โรงงานตามกฎหมายว่าด้วยโรงงานตามประเภท ชนิด และจำพวกท้ายกฎกระทรวงนี้

(๒) คลังน้ำมันและสถานที่เก็บรักษาน้ำมัน ลักษณะที่สาม ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อการจำหน่าย

(๓) คลังก๊าซปิโตรเลียมเหลว สถานที่บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทโรงบรรจุ สถานที่บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทห้องบรรจุ และสถานที่เก็บรักษาก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทโรงเก็บ ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง

(๔) สุสานและฌาปนสถานตามกฎหมายว่าด้วยสุสานและฌาปนสถาน

(๕) จัดสรรที่ดินเพื่อประกอบอุตสาหกรรม

(๖) การดำเนินการหรือประกอบกิจการใด ๆ ในอาคารขนาดใหญ่

(๗) สถานที่เก็บวัตถุไวไฟ วัตถุระเบิดได้ วัตถุมีพิษ หรือวัตถุกัมมันตรังสี

(๘) กำจัดมูลฝอย เว้นแต่เป็นกิจการที่อยู่ภายใต้การควบคุมดูแลหรือได้รับอนุญาตให้ดำเนินการจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

ที่ดินประเภทนี้ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เขตห้ามล่าสัตว์ป่า และเขตอุทยานแห่งชาติ ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการสงวนและคุ้มครองดูแลรักษาหรือบำรุงป่าไม้ สัตว์ป่า ต้นน้ำ ลำธาร และทรัพยากรธรรมชาติอื่น ๆ ตามมติคณะรัฐมนตรีและกฎหมายเกี่ยวกับการป่าไม้ การสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า และการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติเท่านั้น

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ที่ดินประเภท ช. ๓ เป็นที่ดินประเภทชุมชนที่มีวัตถุประสงค์เพื่อรองรับการอยู่อาศัยและเป็นศูนย์กลางทางธุรกิจ การค้า การบริการ การท่องเที่ยวและนันทนาการที่ให้บริการประชาชนโดยทั่วไปในระดับอำเภอ

ที่ดินประเภทนี้ ห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้

(๑) โรงงานตามกฎหมายว่าด้วยโรงงานตามประเภท ชนิด และจำพวกท้ายกฎกระทรวงนี้

(๒) คลังน้ำมันและสถานที่เก็บรักษาน้ำมัน ลักษณะที่สาม ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อการจำหน่าย

(๓) คลังก๊าซปิโตรเลียมเหลว สถานที่บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทโรงบรรจุ สถานที่บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทห้องบรรจุ และสถานที่เก็บรักษาก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทโรงเก็บ ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง

(๔) เลี้ยงม้า โค กระบือ สุกร แพะ แกะ ห่าน เป็ด ไก่ งู จระเข้ หรือสัตว์ป่า ตามกฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า เพื่อการค้า

(๕) สุสานและฌาปนสถานตามกฎหมายว่าด้วยสุสานและฌาปนสถาน

(๖) จัดสรรที่ดินเพื่อประกอบอุตสาหกรรม

(๗) การดำเนินการหรือประกอบกิจการใด ๆ ในอาคารสูงและอาคารขนาดใหญ่

(๘) สถานที่เก็บวัตถุไวไฟ วัตถุระเบิดได้ วัตถุมีพิษ หรือวัตถุกัมมันตรังสี

(๙) กำจัดมูลฝอย เว้นแต่เป็นกิจการที่อยู่ภายใต้การควบคุมดูแลหรือได้รับอนุญาตให้ดำเนินการจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

ที่ดินประเภทนี้ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เขตห้ามล่าสัตว์ป่า และเขตอุทยานแห่งชาติ ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการสงวนและคุ้มครองดูแลรักษาหรือบำรุงป่าไม้ สัตว์ป่า ต้นน้ำ ลำธาร และทรัพยากรธรรมชาติอื่น ๆ ตามมติคณะรัฐมนตรีและกฎหมายเกี่ยวกับการป่าไม้ การสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า และการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติเท่านั้น

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ที่ดินประเภท ช. ๔ เป็นที่ดินประเภทชุมชนที่มีวัตถุประสงค์เพื่อรองรับการอยู่อาศัยและเป็นศูนย์กลางการให้บริการชุมชนและส่งเสริมเกษตรกรรม

ที่ดินประเภทนี้ ห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้

(๑) โรงงานตามกฎหมายว่าด้วยโรงงานตามประเภท ชนิด และจำพวกท้ายกฎกระทรวงนี้

(๒) คลังน้ำมันและสถานที่เก็บรักษาน้ำมัน ลักษณะที่สาม ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อการจำหน่าย

(๓) คลังก๊าซปิโตรเลียมเหลว สถานที่บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทโรงบรรจุ สถานที่บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทห้องบรรจุ และสถานที่เก็บรักษาก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทโรงเก็บ ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง

(๔) สุสานและฌาปนสถานตามกฎหมายว่าด้วยสุสานและฌาปนสถาน

(๕) จัดสรรที่ดินเพื่อประกอบอุตสาหกรรม

(๖) จัดสรรที่ดินเพื่อประกอบพาณิชยกรรม

(๗) จัดสรรที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย

(๘) การดำเนินการหรือประกอบกิจการใด ๆ ในอาคารสูงและอาคารขนาดใหญ่

(๙) สถานที่เก็บวัตถุไวไฟ วัตถุระเบิดได้ วัตถุมีพิษ หรือวัตถุกัมมันตรังสี

(๑๐) กำจัดมูลฝอย เว้นแต่เป็นกิจการที่อยู่ภายใต้การควบคุมดูแลหรือได้รับอนุญาตให้ดำเนินการจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

ที่ดินประเภทนี้ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เขตห้ามล่าสัตว์ป่า และเขตอุทยานแห่งชาติ ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการสงวนและคุ้มครองดูแลรักษาหรือบำรุงป่าไม้ สัตว์ป่า ต้นน้ำ ลำธาร และทรัพยากรธรรมชาติอื่น ๆ ตามมติคณะรัฐมนตรีและกฎหมายเกี่ยวกับการป่าไม้ การสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า และการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติเท่านั้น

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ที่ดินประเภท ช. ๕ เป็นที่ดินประเภทชุมชนที่มีวัตถุประสงค์เพื่อรองรับการอยู่อาศัยและเป็นศูนย์กลางทางธุรกิจ การบริการ และการค้าชายแดนในระดับอำเภอ

ที่ดินประเภทนี้ ห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้

(๑) โรงงานตามกฎหมายว่าด้วยโรงงานตามประเภท ชนิด และจำพวกท้ายกฎกระทรวงนี้

(๒) คลังน้ำมันและสถานที่เก็บรักษาน้ำมัน ลักษณะที่สาม ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อการจำหน่าย

(๓) คลังก๊าซปิโตรเลียมเหลว สถานที่บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทโรงบรรจุ สถานที่บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทห้องบรรจุ และสถานที่เก็บรักษาก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทโรงเก็บ ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง

(๔) เลี้ยงม้า โค กระบือ สุกร แพะ แกะ ห่าน เป็ด ไก่ งู จระเข้ หรือสัตว์ป่า ตามกฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า เพื่อการค้า

(๕) จัดสรรที่ดินเพื่อประกอบอุตสาหกรรม

(๖) การดำเนินการหรือประกอบกิจการใด ๆ ในอาคารสูงและอาคารขนาดใหญ่พิเศษ

(๗) สถานที่เก็บวัตถุไวไฟ วัตถุระเบิดได้ วัตถุมีพิษ หรือวัตถุกัมมันตรังสี

(๘) กำจัดมูลฝอย เว้นแต่เป็นกิจการที่อยู่ภายใต้การควบคุมดูแลหรือได้รับอนุญาตให้ดำเนินการจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ที่ดินประเภท อ. เป็นที่ดินประเภทอุตสาหกรรมและคลังสินค้าที่มีวัตถุประสงค์เพื่อรองรับการประกอบกิจการอุตสาหกรรมหรือเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรม และคลังสินค้า

ที่ดินประเภทนี้ ห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้

(๑) สุสานและฌาปนสถานตามกฎหมายว่าด้วยสุสานและฌาปนสถาน

(๒) โรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรม

(๓) จัดสรรที่ดินเพื่อประกอบพาณิชยกรรม

(๔) จัดสรรที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย

(๕) การประกอบพาณิชยกรรมประเภทอาคารขนาดใหญ่

(๖) สถานสงเคราะห์หรือรับเลี้ยงเด็ก

(๗) สถานสงเคราะห์หรือรับเลี้ยงคนชรา

(๘) สถาบันการศึกษาหรือโรงเรียน

(๙) โรงพยาบาล

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ที่ดินประเภท ก. ๑ เป็นที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรมที่มีวัตถุประสงค์เพื่อเกษตรกรรมหรือเกี่ยวข้องกับเกษตรกรรม และรองรับการขยายตัวของชุมชน

ที่ดินประเภทนี้ ห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้

(๑) โรงงานตามกฎหมายว่าด้วยโรงงานตามประเภท ชนิด และจำพวกท้ายกฎกระทรวงนี้

(๒) คลังน้ำมันและสถานที่เก็บรักษาน้ำมัน ลักษณะที่สาม ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อการจำหน่าย

(๓) คลังก๊าซปิโตรเลียมเหลว สถานที่บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทโรงบรรจุ สถานที่บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทห้องบรรจุ และสถานที่เก็บรักษาก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทโรงเก็บ ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง

(๔) จัดสรรที่ดินเพื่อประกอบอุตสาหกรรม

(๕) จัดสรรที่ดินเพื่อประกอบพาณิชยกรรม

(๖) จัดสรรที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย

(๗) สถานที่เก็บวัตถุไวไฟ วัตถุระเบิดได้ วัตถุมีพิษ หรือวัตถุกัมมันตรังสี

การใช้ประโยชน์ที่ดินริมฝั่งแม่น้ำโขง ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของแม่น้ำไม่น้อยกว่า ๑๒ เมตร เว้นแต่เป็นการก่อสร้างเพื่อการคมนาคมและขนส่งทางน้ำ หรือการสาธารณูปโภค เขื่อน รั้ว หรือกำแพง และการก่อสร้างอาคารในระยะ ๑๕๐ เมตร จากริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของแม่น้ำโขง ให้มีความสูงของอาคารไม่เกิน ๑๒ เมตร การวัดความสูงของอาคารให้วัดจากระดับพื้นดินที่ก่อสร้างถึงพื้นดาดฟ้า สำหรับอาคารทรงจั่วหรือปั้นหยาให้วัดจากระดับพื้นดินที่ก่อสร้างถึงยอดผนังของชั้นสูงสุด

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ที่ดินประเภท ก. ๒ เป็นที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรมที่มีวัตถุประสงค์เพื่อเกษตรกรรมหรือเกี่ยวข้องกับเกษตรกรรม และอุตสาหกรรม

ที่ดินประเภทนี้ ห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้

(๑) คลังน้ำมันและสถานที่เก็บรักษาน้ำมัน ลักษณะที่สาม ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อการจำหน่าย

(๒) คลังก๊าซปิโตรเลียมเหลว สถานที่บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทโรงบรรจุ สถานที่บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทห้องบรรจุ และสถานที่เก็บรักษาก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทโรงเก็บ ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง

(๓) โรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรม

(๔) จัดสรรที่ดินเพื่อประกอบพาณิชยกรรม

(๕) จัดสรรที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย

(๖) สถานที่เก็บวัตถุไวไฟ วัตถุระเบิดได้ วัตถุมีพิษ หรือวัตถุกัมมันตรังสี

(๗) สถานสงเคราะห์หรือรับเลี้ยงเด็ก

(๘) สถานสงเคราะห์หรือรับเลี้ยงคนชรา

(๙) สถาบันการศึกษาหรือโรงเรียน

(๑๐) โรงพยาบาล

การใช้ประโยชน์ที่ดินริมฝั่งแม่น้ำโขง ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของแม่น้ำไม่น้อยกว่า ๑๒ เมตร เว้นแต่เป็นการก่อสร้างเพื่อการคมนาคมและขนส่งทางน้ำ หรือการสาธารณูปโภค เขื่อน รั้ว หรือกำแพง และการก่อสร้างอาคารในระยะ ๑๕๐ เมตร จากริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของแม่น้ำโขง ให้มีความสูงของอาคารไม่เกิน ๑๒ เมตร การวัดความสูงของอาคารให้วัดจากระดับพื้นดินที่ก่อสร้างถึงพื้นดาดฟ้า สำหรับอาคารทรงจั่วหรือปั้นหยาให้วัดจากระดับพื้นดินที่ก่อสร้างถึงยอดผนังของชั้นสูงสุด

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ที่ดินประเภท ก. ๓ เป็นที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรมที่มีวัตถุประสงค์เพื่อเกษตรกรรมหรือเกี่ยวข้องกับเกษตรกรรม การรักษาสภาพแวดล้อม และการท่องเที่ยว

ที่ดินประเภทนี้ ห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้

(๑) โรงงานตามกฎหมายว่าด้วยโรงงานตามประเภท ชนิด และจำพวกท้ายกฎกระทรวงนี้

(๒) คลังน้ำมันและสถานที่เก็บรักษาน้ำมัน ลักษณะที่สาม ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อการจำหน่าย

(๓) คลังก๊าซปิโตรเลียมเหลว สถานที่บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทโรงบรรจุ สถานที่บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทห้องบรรจุ และสถานที่เก็บรักษาก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทโรงเก็บ ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง

(๔) จัดสรรที่ดินเพื่อประกอบอุตสาหกรรม

(๕) จัดสรรที่ดินเพื่อประกอบพาณิชยกรรม

(๖) จัดสรรที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย

(๗) การดำเนินการหรือประกอบกิจการใด ๆ ในอาคารสูงและอาคารขนาดใหญ่

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ที่ดินประเภท ก. ๔ เป็นที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรมที่มีวัตถุประสงค์เพื่อเกษตรกรรมหรือเกี่ยวข้องกับเกษตรกรรม การอยู่อาศัย การสงวนและรักษาสภาพทางธรรมชาติและการส่งเสริมเศรษฐกิจการเกษตร

ที่ดินประเภทนี้ ห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้

(๑) โรงงานตามกฎหมายว่าด้วยโรงงานตามประเภท ชนิด และจำพวกท้ายกฎกระทรวงนี้

(๒) คลังน้ำมันและสถานที่เก็บรักษาน้ำมัน ลักษณะที่สาม ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อการจำหน่าย

(๓) คลังก๊าซปิโตรเลียมเหลว สถานที่บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทโรงบรรจุ สถานที่บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทห้องบรรจุ และสถานที่เก็บรักษาก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทโรงเก็บ ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง

(๔) โรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรม

(๕) จัดสรรที่ดินเพื่อประกอบอุตสาหกรรม

(๖) จัดสรรที่ดินเพื่อประกอบพาณิชยกรรม

(๗) จัดสรรที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย

(๘) การดำเนินการหรือประกอบกิจการใด ๆ ในอาคารสูงและอาคารขนาดใหญ่ ทั้งนี้ ยกเว้นบริเวณที่ดินประเภท ก. ๔ - ๑

(๙) สถานที่เก็บวัตถุไวไฟ วัตถุระเบิดได้ วัตถุมีพิษ หรือวัตถุกัมมันตรังสี

การใช้ประโยชน์ที่ดินริมฝั่งแม่น้ำโขง ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของแม่น้ำไม่น้อยกว่า ๑๒ เมตร เว้นแต่เป็นการก่อสร้างเพื่อการคมนาคมและขนส่งทางน้ำ หรือการสาธารณูปโภค เขื่อน รั้ว หรือกำแพง และการก่อสร้างอาคารในระยะ ๑๕๐ เมตร จากริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของแม่น้ำโขง ให้มีความสูงของอาคารไม่เกิน ๑๒ เมตร การวัดความสูงของอาคารให้วัดจากระดับพื้นดินที่ก่อสร้างถึงพื้นดาดฟ้า สำหรับอาคารทรงจั่วหรือปั้นหยาให้วัดจากระดับพื้นดินที่ก่อสร้างถึงยอดผนังของชั้นสูงสุด

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ที่ดินประเภท อก. เป็นที่ดินประเภทอนุรักษ์ชนบทและเกษตรกรรมที่มีวัตถุประสงค์เพื่อเกษตรกรรมหรือเกี่ยวข้องกับเกษตรกรรม และการอนุรักษ์และรักษาสภาพแวดล้อม

ที่ดินประเภทนี้ ห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้

(๑) โรงงานตามกฎหมายว่าด้วยโรงงานตามประเภท ชนิด และจำพวกท้ายกฎกระทรวงนี้

(๒) คลังน้ำมันและสถานที่เก็บรักษาน้ำมัน ลักษณะที่สาม ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อการจำหน่าย

(๓) คลังก๊าซปิโตรเลียมเหลว สถานที่บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทโรงบรรจุ สถานที่บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทห้องบรรจุ และสถานที่เก็บรักษาก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทโรงเก็บ ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง

(๔) โรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรม

(๕) จัดสรรที่ดินเพื่อประกอบอุตสาหกรรม

(๖) จัดสรรที่ดินเพื่อประกอบพาณิชยกรรม

(๗) จัดสรรที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย

(๘) การอยู่อาศัยประเภทอาคารอยู่อาศัยรวม

(๙) การดำเนินการหรือประกอบกิจการใด ๆ ในอาคารสูงและอาคารขนาดใหญ่

(๑๐) สถานที่เก็บวัตถุไวไฟ วัตถุระเบิดได้ วัตถุมีพิษ หรือวัตถุกัมมันตรังสี

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ที่ดินประเภท ป. เป็นที่ดินประเภทอนุรักษ์ป่าไม้ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการสงวนและคุ้มครอง ดูแลรักษาหรือบำรุงป่าไม้ สัตว์ป่า ต้นน้ำ ลำธาร และทรัพยากรธรรมชาติอื่น ๆ ตามมติคณะรัฐมนตรี และกฎหมายเกี่ยวกับการป่าไม้ การสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า และการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติเท่านั้น

ที่ดินประเภทนี้ซึ่งเอกชนเป็นเจ้าของหรือผู้ครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมาย ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย เกษตรกรรม การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ หรือสาธารณประโยชน์เท่านั้น

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ที่ดินประเภท ล. เป็นที่ดินประเภทที่โล่งเพื่อการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมหรือเกี่ยวข้องกับการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมหรือสาธารณประโยชน์เท่านั้น

ที่ดินประเภทนี้ซึ่งเอกชนเป็นเจ้าของหรือผู้ครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมาย ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม การอยู่อาศัย เกษตรกรรมหรือเกี่ยวข้องกับเกษตรกรรม การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ หรือสาธารณประโยชน์เท่านั้น

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ที่ดินในเขตโบราณสถาน ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินตามกฎหมายว่าด้วยโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ให้โรงงานที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการอยู่ก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้มีผลใช้บังคับและยังประกอบกิจการอยู่ ขยายพื้นที่โรงงานได้เฉพาะในที่ดินแปลงเดียวกันหรือติดต่อเป็นแปลงเดียวกันกับที่ดินที่เป็นที่ตั้งของโรงงานเดิม ซึ่งเจ้าของโรงงานเดิมเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์หรือมีสิทธิครอบครองอยู่ก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้มีผลใช้บังคับ หรือเป็นพื้นที่ในที่ดินที่เคยเป็นกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองของเจ้าของโรงงานเดิมอยู่ก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้มีผลใช้บังคับ ทั้งนี้ ไม่เกินหนึ่งเท่าของพื้นที่โรงงานที่ใช้ในการผลิตเดิม

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ ให้ผู้มีอำนาจหน้าที่ในการควบคุมการก่อสร้างอาคารหรือการประกอบกิจการในเขตผังเมืองรวมปฏิบัติการให้เป็นไปตามกฎกระทรวงนี้

ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๙ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๐

พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

รายการประกอบแผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินตามที่ได้จำแนกประเภทท้ายกฎกระทรวง

ให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดบึงกาฬ

พ.ศ. ๒๕๖๐

การใช้ประโยชน์ที่ดินให้เป็นไปตามแผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินตามที่ได้จำแนกประเภทท้ายกฎกระทรวง ตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๕ คือ

๑. ที่ดินประเภท ช. ๑ ถึง ช. ๕ ที่กำหนดไว้เป็นสีชมพู ให้เป็นที่ดินประเภทชุมชน มีรายการดังต่อไปนี้

ช. ๑ ด้านเหนือ จดเขตผังเมืองรวมด้านเหนือ ซึ่งเป็นแม่น้ำโขง ฝั่งใต้

ด้านตะวันออก จดเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างตำบลบึงกาฬกับตำบลโคกก่อง ตำบลโนนสมบูรณ์กับตำบลโคกก่อง และตำบลศรีวิไล

ด้านใต้ จดเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างตำบลโนนสมบูรณ์กับตำบลชมภูพร ตำบลคำนาดี ตำบลนาสวรรค์ และตำบลวิศิษฐ์กับตำบลนาสวรรค์

ด้านตะวันตก จดเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างตำบลวิศิษฐ์กับตำบลโป่งเปือย และตำบลไคสี

ทั้งนี้ ยกเว้นบริเวณ ล. - ๔ บริเวณ ล. - ๕ บริเวณ ล. - ๖ บริเวณ ล. – ๗ และบริเวณ ล. - ๘ ที่กำหนดไว้เป็นสีฟ้า

ช. ๒ ด้านเหนือ จดเขตเทศบาลตำบลพรเจริญ ระหว่างหลักเขตที่ ๑ หลักเขตที่ ๒ หลักเขตที่ ๓ หลักเขตที่ ๔ กับหลักเขตที่ ๕

ด้านตะวันออก จดเขตเทศบาลตำบลพรเจริญ ระหว่างหลักเขตที่ ๕ หลักเขตที่ ๖ หลักเขตที่ ๗ หลักเขตที่ ๘ กับหลักเขตที่ ๙

ด้านใต้ จดเขตเทศบาลตำบลพรเจริญ ระหว่างหลักเขตที่ ๙ กับหลักเขตที่ ๑๐

ด้านตะวันตก จดเขตเทศบาลตำบลพรเจริญ ระหว่างหลักเขตที่ ๑๐ หลักเขตที่ ๑๑ หลักเขตที่ ๑๒ หลักเขตที่ ๑๓ หลักเขตที่ ๑๔ หลักเขตที่ ๑๕ หลักเขตที่ ๑๖ หลักเขตที่ ๑๗ กับหลักเขตที่ ๑

ช. ๓ - ๑ ด้านเหนือ จดเขตเทศบาลตำบลศรีวิไล ระหว่างหลักเขตที่ ๑ กับหลักเขตที่ ๒

ด้านตะวันออก จดเขตเทศบาลตำบลศรีวิไล ระหว่างหลักเขตที่ ๒ หลักเขตที่ ๓ หลักเขตที่ ๔ กับหลักเขตที่ ๕

ด้านใต้ จดเขตเทศบาลตำบลศรีวิไล ระหว่างหลักเขตที่ ๕ กับหลักเขตที่ ๖

ด้านตะวันตก จดเขตเทศบาลตำบลศรีวิไล ระหว่างหลักเขตที่ ๖ กับหลักเขตที่ ๑

ช. ๓ - ๒ ด้านเหนือ จดเขตเทศบาลตำบลบึงโขงหลง ระหว่างหลักเขตที่ ๑ หลักเขตที่ ๒ กับหลักเขตที่ ๓

ด้านตะวันออก จดเขตเทศบาลตำบลบึงโขงหลง ระหว่างหลักเขตที่ ๓ หลักเขตที่ ๔ กับหลักเขตที่ ๕

ด้านใต้ จดเขตเทศบาลตำบลบึงโขงหลง ระหว่างหลักเขตที่ ๕ หลักเขตที่ ๖ หลักเขตที่ ๗ กับหลักเขตที่ ๘

ด้านตะวันตก จดเขตเทศบาลตำบลบึงโขงหลง ระหว่างหลักเขตที่ ๘ กับหลักเขตที่ ๑

ช. ๓ - ๓ ด้านเหนือ จดเขตเทศบาลตำบลศรีพนา ระหว่างหลักเขตที่ ๑ หลักเขตที่ ๒ กับหลักเขตที่ ๓

ด้านตะวันออก จดเขตเทศบาลตำบลศรีพนา ระหว่างหลักเขตที่ ๓ กับหลักเขตที่ ๔

ด้านใต้ จดเขตเทศบาลตำบลศรีพนา ระหว่างหลักเขตที่ ๔ กับหลักเขตที่ ๕

ด้านตะวันตก จดเขตเทศบาลตำบลศรีพนา ระหว่างหลักเขตที่ ๕ กับหลักเขตที่ ๑

ช. ๔ - ๑ ด้านเหนือ จดเขตเทศบาลตำบลโซ่พิสัย ระหว่างหลักเขตที่ ๑ หลักเขตที่ ๒ กับหลักเขตที่ ๓

ด้านตะวันออก จดเขตเทศบาลตำบลโซ่พิสัย ระหว่างหลักเขตที่ ๓ กับหลักเขตที่ ๔

ด้านตะวันตก จดเขตเทศบาลตำบลโซ่พิสัย ระหว่างหลักเขตที่ ๔ กับหลักเขตที่ ๑

ช. ๔ - ๒ ด้านเหนือ จดเขตเทศบาลตำบลดอนหญ้านาง ระหว่างหลักเขตที่ ๙ หลักเขตที่ ๑ กับหลักเขตที่ ๒

ด้านตะวันออก จดเขตเทศบาลตำบลดอนหญ้านาง ระหว่างหลักเขตที่ ๒ หลักเขตที่ ๓ หลักเขตที่ ๔ หลักเขตที่ ๕ กับหลักเขตที่ ๖

ด้านใต้ จดเขตเทศบาลตำบลดอนหญ้านาง ระหว่างหลักเขตที่ ๖ กับหลักเขตที่ ๗

ด้านตะวันตก จดเขตเทศบาลตำบลดอนหญ้านาง ระหว่างหลักเขตที่ ๗ หลักเขตที่ ๘ กับหลักเขตที่ ๙

ช. ๔ - ๓ ด้านเหนือ จดเขตเทศบาลตำบลท่าสะอาด ระหว่างหลักเขตที่ ๑๐ กับหลักเขตที่ ๑

ด้านตะวันออก จดเขตเทศบาลตำบลท่าสะอาด ระหว่างหลักเขตที่ ๑ หลักเขตที่ ๒ หลักเขตที่ ๓ หลักเขตที่ ๔ หลักเขตที่ ๕ กับหลักเขตที่ ๖

ด้านใต้ จดเขตเทศบาลตำบลท่าสะอาด ระหว่างหลักเขตที่ ๖ กับหลักเขตที่ ๗

ด้านตะวันตก จดเขตเทศบาลตำบลท่าสะอาด ระหว่างหลักเขตที่ ๗ หลักเขต ที่ ๘ หลักเขตที่ ๙ กับหลักเขตที่ ๑๐

ช. ๕ - ๑ ด้านเหนือ จดเขตเทศบาลตำบลปากคาด ระหว่างหลักเขตที่ ๑ หลักเขตที่ ๒ หลักเขตที่ ๓ กับหลักเขตที่ ๔

ด้านตะวันออก จดเขตเทศบาลตำบลปากคาด ระหว่างหลักเขตที่ ๔ กับหลักเขตที่ ๕

ด้านตะวันตก จดเขตเทศบาลตำบลปากคาด ระหว่างหลักเขตที่ ๕ หลักเขตที่ ๖ กับหลักเขตที่ ๑

ช. ๕ - ๒ ด้านเหนือ จดเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างตำบลบุ่งคล้ากับตำบลหนองเดิ่น

ด้านตะวันออก จดทางหลวงชนบท บก. ๓๐๐๘ ฟากตะวันตก และเส้นขนานระยะ ๑,๐๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๒

ด้านใต้ จดเส้นตั้งฉากกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๒ ฟากตะวันออกที่จุดซึ่งอยู่ห่างจากทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๒ บรรจบกับทางหลวงชนบท บก. ๓๐๐๘ ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ตามแนวทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๒ เป็นระยะ ๒,๐๐๐ เมตร และเส้นตรงที่ลากจากเส้นตั้งฉากไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ จนบรรจบกับห้วยขามเบี้ย ฝั่งตะวันออก

ด้านตะวันตก จดห้วยขามเบี้ย ฝั่งตะวันออก

๒. ที่ดินประเภท อ. ที่กำหนดไว้เป็นสีม่วง ให้เป็นที่ดินประเภทอุตสาหกรรมและคลังสินค้า มีรายการดังต่อไปนี้

อ. - ๑ ด้านเหนือ จดเส้นขนานระยะ ๒๕๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๒

ด้านตะวันออก จดเส้นตั้งฉากกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๒ ฟากใต้ที่จุดซึ่งอยู่ห่างจากทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๒ บรรจบกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๔๗ ไปทางทิศตะวันออกตามแนวทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๒ เป็นระยะ ๒,๒๕๐ เมตร

ด้านใต้ จดเส้นขนานระยะ ๒,๒๕๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๒

ด้านตะวันตก จดเส้นขนานระยะ ๒๕๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๔๗

อ. - ๒ ด้านเหนือ จดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๔๒ ฟากใต้

ด้านตะวันออก จดทางหลวงชนบท นค. ๓๐๑๑ ฟากตะวันตก

ด้านใต้ จดเส้นขนานระยะ ๑,๐๐๐ เมตร กับศูนย์กลางถนนไม่ปรากฏชื่อ

ด้านตะวันตก จดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๔๒ ฟากตะวันออก

๓. ที่ดินประเภท ก. ๑ ถึง ก. ๔ ที่กำหนดไว้เป็นสีเขียว ให้เป็นที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรม มีรายการดังต่อไปนี้

ก. ๑ - ๑ ด้านเหนือ จดเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างตำบลปากคาดกับตำบลนากั้ง

ด้านตะวันออก จดเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงหนองตอ และป่าดงสีชมพู

ด้านใต้ จดทางหลวงชนบท บก. ๓๐๐๔ ฟากเหนือ และเขตเทศบาลตำบลปากคาด ระหว่างหลักเขตที่ ๕ หลักเขตที่ ๔ หลักเขตที่ ๓ หลักเขตที่ ๒ หลักเขตที่ ๑ กับหลักเขตที่ ๖

ด้านตะวันตก จดเขตผังเมืองรวมด้านตะวันตก ซึ่งเป็นแม่น้ำโขง ฝั่งตะวันออก

ก. ๑ - ๒ ด้านเหนือ จดเขตผังเมืองรวมด้านเหนือ ซึ่งเป็นแม่น้ำโขง ฝั่งใต้

ด้านตะวันออก จดเขตผังเมืองรวมด้านตะวันออก ซึ่งเป็นแม่น้ำโขง ฝั่งตะวันตก

ด้านใต้ จดเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างตำบลบุ่งคล้ากับตำบลโคกกว้าง

ด้านตะวันตก จดเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงภูวัว

ก. ๑ - ๓ ด้านเหนือ จดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๒ ฟากตะวันตก

ด้านตะวันออก จดเขตเทศบาลตำบลศรีวิไล ระหว่างหลักเขตที่ ๒ หลักเขตที่ ๑ กับหลักเขตที่ ๖

ด้านใต้ จดห้วยฮี้ ฝั่งเหนือ

ด้านตะวันตก จดเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงชมภูพร

ก. ๒ - ๑ ด้านเหนือ จดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๒ ฟากใต้

ด้านตะวันออก จดเขตเทศบาลตำบลวิศิษฐ์ ระหว่างหลักเขตที่ ๒๔ หลักเขตที่ ๒๓ หลักเขตที่ ๒๒ กับหลักเขตที่ ๒๑

ด้านใต้ จดเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างตำบลไคสีกับตำบลโป่งเปือย และตำบลโนนสว่าง

ด้านตะวันตก จดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๔๗ ฟากตะวันออก

ทั้งนี้ ยกเว้นบริเวณ อ. - ๑ ที่กำหนดไว้เป็นสีม่วง

ก. ๒ - ๒ ด้านเหนือ จดเส้นขนานระยะ ๑,๐๐๐ เมตร กับศูนย์กลางถนนไม่ปรากฏชื่อ

ด้านตะวันออก จดทางหลวงชนบท นค. ๓๐๑๑ ฟากตะวันตก

ด้านใต้ จดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๔๒ ฟากเหนือ และแนวเขตป่าไม้ถาวรตามมติคณะรัฐมนตรี ป่าที่จัดสรรบ้านโพธิ์ทองน้อย

ด้านตะวันตก จดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๒๖ ฟากตะวันออก

ก. ๓ - ๑ ด้านเหนือ จดทางหลวงชนบท บก. ๓๐๐๗ ฟากตะวันออก

ด้านตะวันออก จดเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงดิบกะลา ป่าภูสิงห์ และป่าดงสีชมพู และพื้นที่เกษตรกรรมกันออกจากป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงดิบกะลา ป่าภูสิงห์ และป่าดงสีชมพู

ด้านใต้ จดทางหลวงชนบท บก. ๓๐๑๒ ฟากเหนือ และเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงดิบกะลา ป่าภูสิงห์ และป่าดงสีชมพู

ด้านตะวันตก จดเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงดิบกะลา ป่าภูสิงห์ และป่าดงสีชมพูและเขตเทศบาลตำบลศรีวิไล ระหว่างหลักเขตที่ ๕ หลักเขตที่ ๔ กับหลักเขตที่ ๓

ก. ๓ - ๒ พื้นที่เกษตรกรรมกันออกจากป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงเซกา ป่าดงสีชมพู ป่าภูทอกใหญ่ภูวัว และป่าดงซำบอนเซกา และเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงโขงหลง

ก. ๓ - ๓ ด้านเหนือ จดเขตเทศบาลตำบลศรีพนา ระหว่างหลักเขตที่ ๕ หลักเขตที่ ๔ กับหลักเขตที่ ๓ ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๒๖ ฟากใต้ เขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงเซกา ป่าดงสีชมพู ป่าภูทอกใหญ่ภูวัว และป่าดงซำบอนเซกา

ด้านตะวันออก จดทางหลวงชนบท บก. ๓๐๐๙ ฟากตะวันตก เขตเทศบาลตำบลบึงโขงหลง ระหว่างหลักเขตที่ ๘ หลักเขตที่ ๗ หลักเขตที่ ๖ กับหลักเขตที่ ๕ ทางหลวงชนบท นพ. ๔๐๖๓ ฟากตะวันออก และเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงเซกา ป่าดงสีชมพู ป่าภูทอกใหญ่ภูวัว และป่าดงซำบอนเซกา

ด้านใต้ จดเขตผังเมืองรวมด้านใต้ ซึ่งเป็นเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างจังหวัดบึงกาฬกับจังหวัดนครพนม

ด้านตะวันตก จดห้วยฮี้ ฝั่งตะวันออก

ก. ๔ - ๑ ด้านเหนือ จดเขตผังเมืองรวมด้านเหนือ ซึ่งเป็นแม่น้ำโขง ฝั่งใต้

ด้านตะวันออก จดเขตเทศบาลตำบลวิศิษฐ์ ระหว่างหลักเขตที่ ๑ กับหลักเขตที่ ๒๔ ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๒ ฟากเหนือ และทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๔๗ ฟากตะวันตก

ด้านใต้ จดเขตป่าสงวนแห่งขาติ ป่าดงหนองตอ และป่าดงสีชมพู

ด้านตะวันตก จดเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างตำบลหอคำกับตำบลนากั้ง

ทั้งนี้ ยกเว้นบริเวณ ล. - ๑ และบริเวณ ล. - ๒ ที่กำหนดไว้เป็นสีฟ้า

ก. ๔ - ๒ ด้านตะวันออก จดเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างอำเภอเมืองบึงกาฬกับอำเภอปากคาด และเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงหนองตอ และป่าดงสีชมพู

ด้านใต้ จดเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างตำบลนากั้งกับตำบลปากคาด

ด้านตะวันตก จดเขตผังเมืองรวมด้านตะวันตก ซึ่งเป็นแม่น้ำโขง ฝั่งตะวันออก

ก. ๔ - ๓ ด้านเหนือ จดเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างตำบลโป่งเปือยกับตำบลไคสี เขตเทศบาลตำบลวิศิษฐ์ ระหว่างหลักเขตที่ ๒๑ หลักเขตที่ ๒๐ กับหลักเขตที่ ๑๙

ด้านตะวันออก จดเขตเทศบาลตำบลวิศิษฐ์ ระหว่างหลักเขตที่ ๑๙ หลักเขตที่ ๑๘ หลักเขตที่ ๑๗ กับหลักเขตที่ ๑๖

ด้านใต้ จดเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงหนองตอ และป่าดงสีชมพู

ด้านตะวันตก จดเขตทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๔๗ ฟากตะวันออก

ก. ๔ - ๔ พื้นที่เกษตรกรรมกันออกจากป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงสีชมพูโพนพิสัย ป่าดงหนองตอ และป่าดงสีชมพู

ก. ๔ - ๕ ด้านเหนือ จดเขตเทศบาลตำบลปากคาด ระหว่างหลักเขตที่ ๔ หลักเขตที่ ๕ กับหลักเขตที่ ๖ และทางหลวงชนบท บก. ๓๐๐๔ ฟากใต้

ด้านตะวันออก จดเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงหนองตอ และป่าดงสีชมพู และเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงสีชมพูโพนพิสัย

ด้านใต้ จดเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงสีชมพูโพนพิสัย และเขตผังเมืองรวมด้านใต้ ซึ่งเป็นเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างจังหวัดบึงกาฬกับจังหวัดหนองคาย

ด้านตะวันตก จดเขตผังเมืองรวมด้านตะวันตก ซึ่งเป็นเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างจังหวัดบึงกาฬกับจังหวัดหนองคาย

ทั้งนี้ ยกเว้นบริเวณ ล. - ๑๑ ที่กำหนดไว้เป็นสีฟ้า

ก. ๔ - ๖ ด้านเหนือ จดเขตผังเมืองรวมด้านเหนือ ซึ่งเป็นแม่น้ำโขง ฝั่งใต้

ด้านตะวันออก จดเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงภูวัว

ด้านใต้ จดเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงเซกา ป่าดงสีชมพู ป่าภูทอกใหญ่ภูวัว และป่าดงซำบอนเซกา

ด้านตะวันตก จดเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงดิบกะลา ป่าภูสิงห์ และป่าดงสีชมพู

ทั้งนี้ ยกเว้นบริเวณ ล. - ๙ ที่กำหนดไว้เป็นสีฟ้า

ก. ๔ - ๗ ด้านเหนือ จดเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างตำบลบุ่งคล้ากับตำบลโคกกว้าง

ด้านตะวันออก จดเขตผังเมืองรวมด้านตะวันออก ซึ่งเป็นแม่น้ำโขง ฝั่งตะวันตก

ด้านใต้ จดเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างอำเภอบุ่งคล้ากับอำเภอบึงโขงหลง

ด้านตะวันตก จดเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงภูวัว ป่าดงเซกา ป่าดงสีชมพู ป่าภูทอกใหญ่ภูวัว และป่าดงซำบอนเซกา

ก. ๔ - ๘ ด้านเหนือ จดถนนไม่ปรากฏชื่อ ฟากใต้

ด้านตะวันออก จดเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงดิบกะลา ป่าภูสิงห์ และป่าดงสีชมพู

ด้านใต้ จดทางหลวงชนบท บก. ๓๐๐๗ ฟากเหนือ และเขตเทศบาลตำบลศรีวิไล ระหว่างหลักเขตที่ ๓ หลักเขตที่ ๒ กับหลักเขตที่ ๑

ด้านตะวันตก จดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๒ ฟากตะวันออก และเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างตำบลโนนสมบูรณ์กับตำบลโคกก่อง

ทั้งนี้ ยกเว้นบริเวณ ล. - ๑๐ ที่กำหนดไว้เป็นสีฟ้า

ก. ๔ - ๙ ด้านเหนือ จดห้วยฮี้ ฝั่งใต้ และเขตเทศบาลตำบลศรีวิไล ระหว่างหลักเขตที่ ๖ กับหลักเขตที่ ๕

ด้านตะวันออก จดเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงดิบกะลา ป่าภูสิงห์ และป่าดงสีชมพู

ด้านใต้ จดทางหลวงชนบท บก. ๓๐๑๔ ฟากเหนือ และป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงดิบกะลา ป่าภูสิงห์ และป่าดงสีชมพู

ด้านตะวันตก จดเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงดิบกะลา ป่าภูสิงห์ และป่าดงสีชมพู และเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงชมภูพร

ก. ๔ - ๑๐ พื้นที่เกษตรกรรมกันออกจากป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงสีชมพูโพนพิสัย

ก. ๔ – ๑๑ ด้านเหนือ จดเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงสีชมพูโพนพิสัย เขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงชมภูพร และพื้นที่เกษตรกรรมกันออกจากป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงสีชมพูโพนพิสัย และป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงชมพูพร

ด้านตะวันออก จดเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงชมภูพร เขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงดิบกะลา ป่าภูสิงห์ และป่าดงสีชมพู และพื้นที่เกษตรกรรมกันออกจากป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงชมภูพร

ด้านใต้ จดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๙๕ ฟากเหนือ

ด้านตะวันตก จดเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงสีชมพูโพนพิสัย

ทั้งนี้ ยกเว้นบริเวณ ล. - ๑๒ ที่กำหนดไว้เป็นสีฟ้า

ก. ๔ - ๑๒ ด้านเหนือ จดเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงสีชมพูโพนพิสัย และพื้นที่เกษตรกรรมกันออกจากป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงสีชมพูโพนพิสัย

ด้านตะวันออก จดเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงสีชมพูโพนพิสัย และพื้นที่เกษตรกรรมกันออกจากป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงสีชมพูโพนพิสัย ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๙๕ ฟากใต้ และเขตเทศบาลตำบลโซ่พิสัย ระหว่างหลักเขตที่ ๒ หลักเขตที่ ๑ กับหลักเขตที่ ๔

ด้านใต้ จดเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงสีชมพูโพนพิสัย

ด้านตะวันตก จดเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงสีชมพูโพนพิสัย และพื้นที่เกษตรกรรมกันออกจากป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงสีชมพูโพนพิสัย

ก. ๔ - ๑๓ พื้นที่เกษตรกรรมกันออกจากป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงดิบกะลา ป่าภูสิงห์ และป่าดงสีชมพู

ก. ๔ - ๑๔ พื้นที่เกษตรกรรมกันออกจากป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงเซกา ป่าดงสีชมพู ป่าภูทอกใหญ่ภูวัว และป่าดงซำบอนเซกา

ก. ๔ - ๑๕ ด้านเหนือ จดเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างอำเภอบึงโขงหลงกับอำเภอบุ่งคล้า

ด้านตะวันออก จดเขตผังเมืองรวมด้านตะวันออก ซึ่งเป็นแม่น้ำโขง ฝั่งตะวันตก

ด้านใต้ จดเขตผังเมืองรวมด้านใต้ ซึ่งเป็นเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างจังหวัดบึงกาฬกับจังหวัดนครพนม

ด้านตะวันตก จดเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงเซกา ป่าดงสีชมพู ป่าภูทอกใหญ่ภูวัว และป่าดงซำบอนเซกา และทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๒ ฟากตะวันออก

ก. ๔ - ๑๖ ด้านเหนือ จดเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงเซกา ป่าดงสีชมพู ป่าภูทอกใหญ่ภูวัว และป่าดงซำบอนเซกา และพื้นที่เกษตรกรรมกันออกจากป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงเซกา ป่าดงสีชมพู ป่าภูทอกใหญ่ภูวัว และป่าดงซำบอนเซกา

ด้านตะวันออก จดเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงเซกา ป่าดงสีชมพู ป่าภูทอกใหญ่ภูวัว และป่าดงซำบอนเซกา

ด้านใต้ จดเขตเทศบาลตำบลศรีพนา ระหว่างหลักเขตที่ ๓ หลักเขตที่ ๒ หลักเขตที่ ๑ กับหลักเขตที่ ๕ ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๒๖ ฟากเหนือ ทางหลวงชนบท นค. ๓๐๑๑ ฟากตะวันออก และทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๔๒ ฟากเหนือ

ด้านตะวันตก จดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๒ ฟากตะวันออก เขตเทศบาลตำบลท่าสะอาด ระหว่างหลักเขตที่ ๖ หลักเขตที่ ๕ กับหลักเขตที่ ๔ และเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงเซกา ป่าดงสีชมพู ป่าภูทอกใหญ่ภูวัว และป่าดงซำบอนเซกา

ทั้งนี้ ยกเว้นบริเวณ ป. - ๗ และบริเวณ ป. - ๘ ที่กำหนดไว้เป็นสีเขียวอ่อนมีเส้นทแยงสีขาว และบริเวณ ล. - ๑๗ ที่กำหนดไว้เป็นสีฟ้า

ก. ๔ - ๑๗ พื้นที่เกษตรกรรมกันออกจากป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงดิบกะลา ป่าภูสิงห์ และป่าดงสีชมพู

ก. ๔ - ๑๘ ด้านเหนือ จดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๒ ฟากใต้ และเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงดิบกะลา ป่าภูสิงห์ และป่าดงสีชมพู

ด้านตะวันออก จดเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงเซกา ป่าดงสีชมพู ป่าภูทอกใหญ่ภูวัว และป่าดงซำบอนเซกา และเขตเทศบาลตำบลท่าสะอาด ระหว่างหลักเขตที่ ๑ หลักเขตที่ ๑๐ กับหลักเขตที่ ๙

ด้านใต้ จดเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงเซกา ป่าดงสีชมพู ป่าภูทอกใหญ่ภูวัว และป่าดงซำบอนเซกา

ด้านตะวันตก จดเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงดิบกะลา ป่าภูสิงห์ และป่าดงสีชมพู ป่าดงดิบกะลาหมายเลข ๖๖ และเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงเซกา ป่าดงสีชมพูป่าภูทอกใหญ่ภูวัว และป่าดงซำบอนเซกา

ก. ๔ - ๑๙ พื้นที่เกษตรกรรมกันออกจากป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงดิบกะลา ป่าภูสิงห์ และป่าดงสีชมพู

ก. ๔ - ๒๐ พื้นที่เกษตรกรรมกันออกจากป่าไม้ถาวรตามมติคณะรัฐมนตรี ป่าที่จัดสรรบ้านโพธิ์ทองน้อย

ก. ๔ - ๒๑ พื้นที่เกษตรกรรมกันออกจากป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงเซกา ป่าดงสีชมพู ป่าภูทอกใหญ่ภูวัว และป่าดงซำบอนเซกา

๔. ที่ดินประเภท อก. ที่กำหนดไว้เป็นสีขาวมีกรอบและเส้นทแยงสีเขียว ให้เป็นที่ดินประเภทอนุรักษ์ชนบทและเกษตรกรรม มีรายการดังต่อไปนี้

อก. - ๑ ด้านเหนือ จดที่ทำเลเลี้ยงสัตว์กุดทิง ฝั่งใต้

ด้านตะวันออก จดเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงดิบกะลา ป่าภูสิงห์ และป่าดงสีชมพู

ด้านใต้ จดถนนไม่ปรากฏชื่อ ฟากเหนือ

ด้านตะวันตก จดเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างตำบลโคกก่องกับตำบลโนนสมบูรณ์ และที่ทำเลเลี้ยงสัตว์กุดทิง ฝั่งตะวันออก

อก. - ๒ ด้านเหนือ จดเขตเทศบาลตำบลโซ่พิสัย ระหว่างหลักเขตที่ ๔ กับหลักเขตที่ ๓ และทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๙๕ ฟากใต้

ด้านตะวันออก จดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๙๕ ฟากตะวันตก เขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงดิบกะลา ป่าภูสิงห์ และป่าดงสีชมพู และเขตเทศบาลตำบลดอนหญ้านาง ระหว่างหลักเขตที่ ๑ หลักเขตที่ ๙ กับหลักเขตที่ ๘

ด้านใต้ จดเขตผังเมืองรวมด้านใต้ ซึ่งเป็นเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างจังหวัดบึงกาฬกับจังหวัดสกลนคร

ด้านตะวันตก จดเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงสีชมพูโพนพิสัย

ทั้งนี้ ยกเว้นบริเวณ ล. - ๑๔ ที่กำหนดไว้เป็นสีฟ้า

อก. - ๓ ด้านเหนือ จดเขตเทศบาลตำบลดอนหญ้านาง ระหว่างหลักเขตที่ ๗ หลักเขตที่ ๖ กับหลักเขตที่ ๕ และทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๙๕ ฟากใต้

ด้านตะวันออก จดเขตเทศบาลตำบลพรเจริญ ระหว่างหลักเขตที่ ๑๓ หลักเขตที่ ๑๒ กับหลักเขตที่ ๑๑ เขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงดิบกะลา ป่าภูสิงห์ และป่าดงสีชมพู เขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงเซกา ป่าดงสีชมพู ป่าภูทอกใหญ่ภูวัว และป่าดงซำบอนเซกา และเขตผังเมืองรวมด้านใต้ ซึ่งเป็นเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างจังหวัดบึงกาฬกับจังหวัดสกลนคร

ด้านใต้ จดเขตผังเมืองรวมด้านใต้ ซึ่งเป็นเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างจังหวัดบึงกาฬกับจังหวัดสกลนคร

ด้านตะวันตก จดเขตผังเมืองรวมด้านใต้ ซึ่งเป็นเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างจังหวัดบึงกาฬกับจังหวัดสกลนคร

ทั้งนี้ ยกเว้นบริเวณ ล. - ๑๖ ที่กำหนดไว้เป็นสีฟ้า

อก. - ๔ ด้านเหนือ จดเขตเทศบาลตำบลท่าสะอาด ระหว่างหลักเขตที่ ๗ กับหลักเขตที่ ๖ ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๒ ฟากตะวันตก ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๒๖ ฟากใต้ และห้วยฮี้ ฝั่งใต้

ด้านตะวันออก จดเขตผังเมืองรวมด้านใต้ ซึ่งเป็นเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างจังหวัดบึงกาฬกับจังหวัดนครพนม

ด้านใต้ จดเขตผังเมืองรวมด้านใต้ ซึ่งเป็นเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างจังหวัดบึงกาฬกับจังหวัดสกลนคร

ด้านตะวันตก จดเขตผังเมืองรวมด้านใต้ ซึ่งเป็นเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างจังหวัดบึงกาฬกับจังหวัดสกลนคร

ทั้งนี้ ยกเว้นบริเวณ ป. - ๙ และบริเวณ ป. - ๑๐ ที่กำหนดไว้เป็นสีเขียวอ่อนมีเส้นทแยงสีขาว และบริเวณ ล. - ๑๗ บริเวณ ล. - ๑๘ บริเวณ ล. - ๑๙ และบริเวณ ล. – ๒๐ ที่กำหนดไว้เป็นสีฟ้า

๕. ที่ดินประเภท ป. ที่กำหนดไว้เป็นสีเขียวอ่อนมีเส้นทแยงสีขาว ให้เป็นที่ดินประเภทอนุรักษ์ป่าไม้ มีรายการดังต่อไปนี้

ป. - ๑ ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงหนองตอ และป่าดงสีชมพู

ป. - ๒ ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงดิบกะลา ป่าภูสิงห์ และป่าดงสีชมพู

ป. - ๓ ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงภูวัว เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว

ป. - ๔ ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงสีชมพูโพนพิสัย

ป. - ๕ ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงชมภูพร

ป. - ๖ ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงเซกา ป่าดงสีชมพู ป่าภูทอกใหญ่ภูวัว และป่าดงซำบอนเซกา

ป. - ๗ ป่าไม้ถาวรตามมติคณะรัฐมนตรี ป่าที่จัดสรรบ้านโป่งไฮ

ป. - ๘ ป่าไม้ถาวรตามมติคณะรัฐมนตรี ป่าที่จัดสรรบ้านม่วงคัน

ป. - ๙ ป่าไม้ถาวรตามมติคณะรัฐมนตรี ป่าที่จัดสรรบ้านโพธิ์ทองน้อย

ป. - ๑๐ ป่าไม้ถาวรตามมติคณะรัฐมนตรี ป่าที่จัดสรรบ้านหนองทม

๖. ที่ดินประเภท ล. ที่กำหนดไว้เป็นสีฟ้า ให้เป็นที่ดินประเภทที่โล่งเพื่อการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม มีรายการดังต่อไปนี้

ล. - ๑ หนองเมือก

ล. - ๒ หนองอาฮง

ล. - ๓ หนองอังฮ่า

ล. - ๔ หนองบึงกาฬ

ล. - ๕ หนองเบ็น

ล. - ๖ หนองเงี่ยง

ล. - ๗ หนองโปร่ง

ล. - ๘ ที่ทำเลเลี้ยงสัตว์กุดทิง

ล. - ๙ อ่างเก็บน้ำห้วยบังบาตร

ล. - ๑๐ หนองจันทร์

ล. - ๑๑ หนองยอง

ล. - ๑๒ อ่างเก็บน้ำบ้านดอนเสียด

ล. - ๑๓ อ่างเก็บน้ำห้วยซำ

ล. - ๑๔ อ่างเก็บน้ำหนองบ่อเสน่ห์

ล. - ๑๕ อ่างเก็บน้ำบึงโขงหลง

ล. - ๑๖ หนองนาแซง

ล. - ๑๗ หนองหิ้ง

ล. - ๑๘ อ่างเก็บน้ำห้วยกัดน้อย

ล. - ๑๙ อ่างเก็บน้ำกุดซาง

ล. - ๒๐ อ่างเก็บน้ำหนองฟ้า

[เอกสารแนบท้าย]

๑. ประเภท ชนิด และจำพวกของโรงงานที่ห้ามประกอบกิจการท้ายกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดบึงกาฬ พ.ศ. ๒๕๖๐

๒. แผนที่ท้ายกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดบึงกาฬ พ.ศ. ๒๕๖๐

๓. แผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินที่ได้จำแนกประเภทท้ายกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดบึงกาฬ พ.ศ. ๒๕๖๐

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่สมควรกำหนดให้ใช้บังคับผังเมืองรวมในท้องที่จังหวัดบึงกาฬ เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนา และการดำรงรักษาเมืองและบริเวณที่เกี่ยวข้องหรือชนบท ในด้านการใช้ประโยชน์ในทรัพย์สิน การคมนาคมและการขนส่ง การสาธารณูปโภค บริการสาธารณะ และสภาพแวดล้อม ทั้งนี้ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของการผังเมือง และโดยที่มาตรา ๒๖ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการผังเมือง (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๘ บัญญัติว่า การใช้บังคับผังเมืองรวมให้กระทำโดยกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

ภวรรณตรี/จัดทำ

๒๐ เมษายน ๒๕๖๐

พิมพ์มาดา/ตรวจ

๒๗ เมษายน ๒๕๖๐

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๔/ตอนที่ ๔๒ ก/หน้า ๑/๑๒ เมษายน ๒๕๖๐

21 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

กฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดบึงกาฬ พ.ศ. 2560 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_1337e4af6bc3d0d0

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com