ข้อ ๑๓ ในการเลี้ยงสุนัขหรือแมว เจ้าของสัตว์ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ดังนี้
(๑) จัดให้มีสถานที่เลี้ยงสัตว์ที่มั่นคงแข็งแรง ตามความเหมาะสมแก่ประเภทและชนิดของสัตว์ และมีขนาดเพียงพอแก่การดำรงชีวิตของสัตว์ มีแสงสว่างและการระบายอากาศที่เพียงพอ มีระบบการระบายน้ำและการบำบัดของเสียที่เกิดขึ้นอย่างถูกสุขลักษณะ และต้องเลี้ยงสัตว์เฉพาะในเขตบ้าน ตามทะเบียนบ้านที่ระบุไว้ในทะเบียนสุนัขหรือแมวเท่านั้น
(๒) รักษาสถานที่เลี้ยงสัตว์ให้สะอาดอยู่เสมอให้เลี้ยงสัตว์ภายในสถานที่ของตน และไม่เลี้ยงสัตว์ในสถานที่ที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นกำหนด
(๓) รับผิดชอบต่อชีวิตความเป็นอยู่และเลี้ยงดูให้อาหารเพื่อการดำรงชีพปกติของสุนัขหรือแมว จัดให้มีการเสริมภูมิคุ้มกันโรคในสัตว์เพื่อป้องกันโรคติดต่อจากสัตว์มาสู่คน และมีหน้าที่นำสุนัขหรือแมวไปพบสัตวแพทย์เพื่อทำการตรวจรักษาเมื่อสัตว์เจ็บป่วย
(๔) กำจัดซากสัตว์และมูลสัตว์ให้ถูกสุขลักษณะ
ข้อ ๑๔ ในกรณีที่มีเหตุควรสงสัยว่าสัตว์เลี้ยงนั้นเป็นโรคอันอาจเป็นอันตรายแก่สุขภาพของบุคคลทั่วไป ให้เจ้าของสัตว์แยกกักสัตว์นั้นต่างหาก และแจ้งให้องค์การบริหารส่วนตำบลนนทรีทราบ และต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของสัตวแพทย์
ข้อ ๑๕ เจ้าของสัตว์ต้องจัดการให้สุนัขหรือแมวได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าครั้งแรกเมื่อสุนัขและแมวอายุประมาณ ๒ ๔ เดือน และครั้งต่อไปตามที่กำหนดในใบรับรองการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าตามกำหนดเวลา และเมื่อปรากฏว่าสัตว์ของตนมีอาการของโรคพิษสุนัขบ้าให้แจ้งต่อองค์การบริหารส่วนตำบลนนทรีภายใน ๒๔ ชั่วโมงนับแต่เวลาที่สัตว์นั้นแสดงอาการ
ข้อ ๑๖ เจ้าของสุนัขและแมวมีหน้าที่ระวังและรับผิดชอบมลภาวะด้านเสียง กลิ่นที่รบกวนผู้อื่น และสิ่งปฏิกูล รวมตลอดถึงอันตรายต่อสุขภาพร่างกายและชีวิตของผู้อื่น
ข้อ ๑๗ กรณีเจ้าของสุนัขหรือแมวไม่สามารถเลี้ยงดูสัตว์ได้อีกต่อไป เจ้าของต้องมอบสัตว์พร้อมบัตรประจำตัวของสัตว์ให้กับบุคคลอื่นที่ยินยอมด้วยความสมัครใจ และเจ้าของใหม่ต้องแจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่นำสัตว์มาเลี้ยง
การนำสุนัขและแมวออกนอกสถานที่เลี้ยง
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).