พระราชบัญญัติ
พระราชบัญญัติ
เครื่องแบบนักเรียนเตรียมทหาร
พ.ศ. ๒๕๐๗
ภูมิพลอดุลยเดช
ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๓
กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๐๗
เป็นปีที่ ๑๙
ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยเครื่องแบบนักเรียนเตรียมทหาร
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภาร่างรัฐธรรมนูญในฐานะรัฐสภา
ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า พระราชบัญญัติเครื่องแบบนักเรียนเตรียมทหาร
พ.ศ.
๒๕๐๗
มาตรา ๒[๑] พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓ ในพระราชบัญญัตินี้
นักเรียนเตรียมทหาร หมายความว่า
ผู้ซึ่งศึกษาอยู่ในโรงเรียนเตรียมทหารของกระทรวงกลาโหม
เครื่องแบบนักเรียนเตรียมทหาร หมายความว่า
เครื่องแบบทั้งหลายที่กำหนดในกฎกระทรวงให้นักเรียนเตรียมทหารแต่ง
มาตรา ๔ ลักษณะ ชนิด
และประเภทของเครื่องแบบนักเรียนเตรียมทหาร ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
มาตรา ๕
ผู้ใดไม่มีสิทธิแต่งเครื่องแบบนักเรียนเตรียมทหาร
แต่งหรือแต่งเลียนเครื่องแบบนักเรียนเตรียมทหาร โดยเจตนาให้ผู้อื่นหลงเชื่อว่าเป็นนักเรียนเตรียมทหาร
ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท
หรือทั้งจำทั้งปรับ
ถ้าในการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่ง
ผู้กระทำได้กระทำภายในเขตซึ่งได้ประกาศใช้กฎอัยการศึกก็ดี
ในเวลาสงครามก็ดี หรือเพื่อกระทำความผิดทางอาญาก็ดี ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน
หรือปรับไม่เกินสองพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา ๖
ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
และให้มีอำนาจออกกฎกระทรวงเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
กฎกระทรวงนั้น
เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
จอมพล
ถนอม กิตติขจร
นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ
โดยที่เครื่องแบบนักเรียนเตรียมทหารยังไม่ได้รับความคุ้มครองโดยกฎหมาย จึงสมควรตราพระราชบัญญัติขึ้น
เพื่อมิให้บุคคลอื่นแต่งหรือแต่งเลียนเครื่องแบบนักเรียนเตรียมทหารโดยไม่มีสิทธิตามกฎหมาย
ปัทมา/แก้ไข
วศิน/ตรวจ
๕ มีนาคม ๒๕๕๓
ฐานิศร์/ปรับปรุง
พลัฐวัษ/ตรวจ
๑๔ พฤษภาคม ๒๕๕๖
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๘๑ /ตอนที่ ๑๙/ฉบับพิเศษ หน้า ๑/๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๐๗
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).