法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

statute

พระราชบัญญัติการประกอบอาชีพงานก่อสร้าง พ.ศ. 2522

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
43
มาตรา อารัมภบท

พระราชบัญญัติ

พระราชบัญญัติ

การประกอบอาชีพงานก่อสร้าง

พ.ศ.

๒๕๒๒

ภูมิพลอดุลยเดช

ป.ร.

ให้ไว้

ณ วันที่ ๓๐ เมษายน พ.ศ. ๒๕๒๒

เป็นปีที่

๓๔ ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า

โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยการประกอบอาชีพงานก่อสร้าง

จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ

ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ

ทำหน้าที่รัฐสภา ดังต่อไปนี้

มาตรา ๑

มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติการประกอบอาชีพงานก่อสร้าง

พ.ศ. ๒๕๒๒”

มาตรา ๒

มาตรา ๒[๑] พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ๓

มาตรา ๓ ในพระราชบัญญัตินี้

“งานก่อสร้าง” หมายความว่า

งานเกี่ยวกับการก่อสร้าง ดัดแปลง ขยาย ต่อเติม ประกอบ

ติดตั้งหรือรื้อถอนซึ่งอาคารหรือสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ ตามที่กำหนดโดยกฎกระทรวง

“อาคาร” หมายความว่า

อาคารตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร

“ผู้รับงานก่อสร้างควบคุม” หมายความว่า

ผู้ที่จดทะเบียนเป็นผู้รับหรือประกอบงานก่อสร้างควบคุมตามพระราชบัญญัตินี้

“กรรมการ” หมายความว่า

กรรมการในคณะกรรมการสถาบันผู้รับงานก่อสร้าง

“รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๔

มาตรา ๔ พระราชบัญญัตินี้ไม่ใช้บังคับแก่

(๑)

ส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณซึ่งประกอบงานก่อสร้างด้วยตนเอง

(๒)

นิติบุคคลต่างประเทศซึ่งมีสิทธิเข้ามารับงานก่อสร้างในกิจการตามพันธะที่รัฐบาลตกลงกับทบวงการชำนัญพิเศษแห่งสหประชาชาติ

สถาบันระหว่างประเทศอื่นหรือรัฐบาลต่างประเทศ

(๓) นิติบุคคลอื่นตามที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา

มาตรา ๕

มาตรา ๕

ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

และให้มีอำนาจออกกฎกระทรวงกำหนดค่าธรรมเนียมไม่เกินอัตราท้ายพระราชบัญญัตินี้

ตลอดจนออกกฎกระทรวงกำหนดกิจการอื่นเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้

กฎกระทรวงนั้น

เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้ใช้บังคับได้

หมวด

สถาบันผู้รับงานก่อสร้าง

มาตรา ๖

มาตรา ๖ ให้จัดตั้งสถาบันขึ้นสถาบันหนึ่งเรียกว่า “สถาบันผู้รับงานก่อสร้าง”

มีอำนาจหน้าที่ตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดในพระราชบัญญัตินี้

ให้สถาบันผู้รับงานก่อสร้างเป็นนิติบุคคล

มาตรา ๗

มาตรา ๗ สถาบันผู้รับงานก่อสร้างมีวัตถุประสงค์

ดังต่อไปนี้

(๑)

ควบคุมสอดส่องดูแลความประพฤติและมรรยาทของผู้รับงานก่อสร้าง

(๒) ส่งเสริมการรับงานก่อสร้าง

(๓) รักษาผลประโยชน์ของผู้รับงานก่อสร้าง

(๔) เผยแพร่และให้การศึกษาเกี่ยวกับงานก่อสร้าง

มาตรา ๘

มาตรา ๘

สถาบันผู้รับงานก่อสร้างประกอบด้วยกรรมการสถาบันผู้รับงานก่อสร้างและสมาชิกสถาบันผู้รับงานก่อสร้าง

มาตรา ๙

มาตรา ๙ สมาชิกสถาบันผู้รับงานก่อสร้างมีสองประเภท

คือ

(๑) สมาชิกสามัญ ได้แก่ผู้มีคุณสมบัติ

ดังต่อไปนี้

(ก)

เป็นผู้แทนซึ่งได้รับมอบหมายจากห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด

บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด ที่ประกอบธุรกิจงานก่อสร้าง

(ข) มีอายุครบยี่สิบปีบริบูรณ์

(ค)

ไม่เป็นผู้มีความประพฤติเสียหายซึ่งคณะกรรมการสถาบันผู้รับงานก่อสร้างเห็นว่าจะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งอาชีพ

(ง)

ไม่เคยต้องโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดหรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายให้จำคุกในคดีซึ่งคณะกรรมการสถาบันผู้รับงานก่อสร้างเห็นว่าอาจนำมาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งอาชีพ

(จ) ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ

(ฉ) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย

(๒) สมาชิกกิตติมศักดิ์

ได้แก่ผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาวิชาการต่าง ๆ

ซึ่งสถาบันผู้รับงานก่อสร้างเชิญให้เป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์

มาตรา ๑๐

มาตรา ๑๐ การเข้าเป็นสมาชิก สิทธิ

หน้าที่และการขาดจากสมาชิกภาพของสมาชิกสถาบันผู้รับงานก่อสร้างให้เป็นไปตามข้อบังคับของคณะกรรมการสถาบันผู้รับงานก่อสร้าง

มาตรา ๑๑

มาตรา ๑๑

สถาบันผู้รับงานก่อสร้างอาจมีรายได้ดังต่อไปนี้

(๑) ค่าจดทะเบียน ค่าบำรุง และค่าธรรมเนียมต่าง ๆ

ของสถาบันผู้รับงานก่อสร้าง

(๒) ค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บตามกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา

(๓) ผลประโยชน์จากการลงทุนและกิจกรรมอื่น

(๔) ทรัพย์สินที่มีผู้บริจาคให้

มาตรา ๑๒

มาตรา ๑๒

ให้รัฐมนตรีดำรงตำแหน่งนายกพิเศษสถาบันผู้รับงานก่อสร้าง และมีอำนาจหน้าที่กำกับกิจการของสถาบันผู้รับงานก่อสร้างตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๑๓

มาตรา ๑๓ ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า “คณะกรรมการสถาบันผู้รับงานก่อสร้าง”

เรียกโดยย่อว่า “ก.ก.ส.” ซึ่งประกอบด้วยปลัดกระทรวงมหาดไทย

อธิบดีกรมทางหลวง

อธิบดีกรมโยธาธิการและกรรมการอื่นซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้แทนของ ก.ว. หนึ่งคน

ผู้แทนของ ก.ส. หนึ่งคน ผู้แทนของสมาคมนายช่างเหมาไทยหนึ่งคน

ข้าราชการในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับงานก่อสร้างสองคน

และบุคคลซึ่งที่ประชุมสมาชิกสามัญของสถาบันผู้รับงานก่อสร้างเลือกตั้งจากสมาชิกสามัญของสถาบันผู้รับงานก่อสร้างอีกไม่เกินสี่คน

เป็นกรรมการ

สมาชิกสามัญซึ่งสถาบันผู้รับงานก่อสร้างเลือกตั้งขึ้นตามวรรคหนึ่งต้องเป็นกรรมการผู้จัดการหรือหุ้นส่วนผู้จัดการของผู้รับงานก่อสร้างควบคุม

ให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นนายกสถาบันผู้รับงานก่อสร้าง

ให้เลขาธิการสถาบันผู้รับงานก่อสร้างเป็นเลขานุการของ

ก.ก.ส.

มาตรา ๑๔

มาตรา ๑๔

กรรมการซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งมีวาระอยู่ในตำแหน่งสองปี กรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งแล้วอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้

แต่จะดำรงตำแหน่งกรรมการเกินกว่าสองวาระติดต่อกันไม่ได้

มาตรา ๑๕

มาตรา ๑๕ นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ

กรรมการซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งพ้นจากตำแหน่ง เมื่อ

(๑) ตาย

(๒) ลาออก

(๓) ขาดจากการเป็นสมาชิกสามัญของสถาบันผู้รับงานก่อสร้างสำหรับบุคคล

ซึ่งที่ประชุมสมาชิกสามัญของสถาบันผู้รับงานก่อสร้างเลือกตั้งขึ้น

เมื่อกรรมการซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระให้รัฐมนตรีแต่งตั้งกรรมการแทนตำแหน่งที่ว่าง

ถ้าระยะเวลาที่จะดำรงตำแหน่งตามมาตรา ๑๔ เหลือไม่ถึงหกเดือน จะไม่แต่งตั้งก็ได้

ให้กรรมการซึ่งได้รับแต่งตั้งตามวรรคสอง

อยู่ในตำแหน่งตามวาระของกรรมการที่ตนแทน

มาตรา ๑๖

มาตรา ๑๖

เมื่อกรรมการซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งพ้นจากตำแหน่งตามวาระให้กรรมการที่พ้นจากตำแหน่งนั้นคงอยู่รักษาการต่อไปจนกว่ากรรมการที่ได้รับแต่งตั้งใหม่เข้ารับหน้าที่

มาตรา ๑๗

มาตรา ๑๗ การประชุม ก.ก.ส.

ต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด

จึงจะเป็นองค์ประชุม

ถ้าการประชุมคราวใดนายกสถาบันผู้รับงานก่อสร้างไม่อยู่ในที่ประชุม

หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้

ให้กรรมการที่มาประชุมเลือกกรรมการด้วยกันคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม

ภายใต้มาตรา ๒๓ มติของที่ประชุม ก.ก.ส.

ให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งมีเสียงหนึ่งเสียงในการลงคะแนน

ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

ให้ ก.ก.ส.

จัดให้มีการประชุมอย่างน้อยเดือนละหนึ่งครั้ง

มาตรา ๑๘

มาตรา ๑๘ ให้ ก.ก.ส.

มีอำนาจและหน้าที่วางนโยบายและดำเนินงานของสถาบันผู้รับงานก่อสร้าง

และรวมถึงอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

(๑)

ออกข้อบังคับการเข้าเป็นสมาชิกสถาบันผู้รับงานก่อสร้าง และการขาดจากสมาชิกภาพ

(๒) ออกข้อบังคับกำหนดค่าจดทะเบียน คำบำรุง

และค่าธรรมเนียมต่าง ๆ

(๓)

ออกข้อบังคับเกี่ยวกับการประชุมสมาชิกของสถาบันผู้รับงานก่อสร้าง

(๔)

ออกข้อบังคับวางหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการขอจดทะเบียน

การรับจดทะเบียนการต่ออายุทะเบียน หรือการเพิกถอนทะเบียน

เป็นผู้รับงานก่อสร้างควบคุม

(๕)

ออกข้อบังคับว่าด้วยการรักษามรรยาทแห่งอาชีพผู้รับงานก่อสร้างควบคุม

(๖) ออกข้อบังคับว่าด้วยการประชุม ก.ก.ส.

หรืออนุกรรมการ

(๗)

ออกข้อบังคับว่าด้วยการค้ำประกันและการให้สินเชื่อแก่ผู้รับงานก่อสร้างควบคุม

(๘) ออกข้อบังคับเกี่ยวกับเรื่องอื่น ๆ

ที่อยู่ภายในวัตถุประสงค์ของสถาบันผู้รับงานก่อสร้าง และการบริหารกิจการ

รวมทั้งกำหนดเบี้ยประชุมกรรมการและค่าจ้างของพนักงานและลูกจ้างของสถาบันผู้รับงานก่อสร้าง

(๙) ให้คำปรึกษา แนะนำ

และขอความร่วมมือจากทางราชการ เพื่อควบคุมหรือส่งเสริมการรับงานก่อสร้าง

มาตรา ๑๙

มาตรา ๑๙ ให้ ก.ก.ส.

มีอำนาจแต่งตั้งอนุกรรมการเพื่อทำกิจการหรือพิจารณาเรื่องต่าง ๆ

อันอยู่ในขอบเขตแห่งวัตถุประสงค์ของสถาบันผู้รับงานก่อสร้าง

มาตรา ๒๐

มาตรา ๒๐ ในกิจการเกี่ยวกับบุคคลภายนอก

ให้นายกสถาบันผู้รับงานก่อสร้างหรือกรรมการซึ่งนายกสถาบันผู้รับงานก่อสร้างมอบหมายเป็นหนังสือ

เป็นผู้แทนสถาบันผู้รับงานก่อสร้าง

มาตรา ๒๑

มาตรา ๒๑ ทุก ๆ ปีให้นายกสถาบันผู้รับงานก่อสร้างจัดให้มีการประชุมสามัญประจำปีของสถาบันผู้รับงานก่อสร้าง

เพื่อดำเนินการเลือกตั้งกรรมการและปรึกษาหารือกิจการที่อยู่ในวัตถุประสงค์ของสถาบันผู้รับงานก่อสร้าง

ในกรณีที่จำเป็นจะจัดให้มีการประชุมวิสามัญก็ได้

มาตรา ๒๒

มาตรา ๒๒ นายกพิเศษสถาบันผู้รับงานก่อสร้างจะเข้าฟังการประชุม

และชี้แจงแสดงความเห็นในที่ประชุมสถาบันผู้รับงานก่อสร้าง

หรือจะส่งความเห็นเป็นหนังสือไปยังสถาบันผู้รับงานก่อสร้างในเรื่องใด ๆ ก็ได้

มาตรา ๒๓

มาตรา ๒๓ มติของ ก.ก.ส. ตามมาตรา ๑๘ (๒) (๔) (๕)

(๖) และ (๘) จะต้องได้รับความเห็นชอบของนายกพิเศษสถาบันผู้รับงานก่อสร้างก่อนจึงจะดำเนินการตามมตินั้นได้

ให้นายกสถาบันผู้รับงานก่อสร้างเสนอมติของ ก.ก.ส.

ต่อนายกพิเศษสถาบันผู้รับงานก่อสร้างโดยไม่ชักช้า

นายกพิเศษสถาบันผู้รับงานก่อสร้างอาจยับยั้งมตินั้นได้

ในกรณีที่มิได้มีการยับยั้งภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับมติที่นายกสถาบันผู้รับงานก่อสร้างเสนอ

ให้ถือว่านายกพิเศษสถาบันผู้รับงานก่อสร้างให้ความเห็นชอบด้วยมตินั้น

ถ้านายกพิเศษสถาบันผู้รับงานก่อสร้างยับยั้งมติใด

ให้ ก.ก.ส. พิจารณาอีกครั้งหนึ่ง

ในการประชุมนั้นถ้ามีเสียงยืนยันมติถึงสามในสี่ของจำนวนกรรมการทั้งคณะ

ก็ให้ดำเนินการตามมตินั้นได้

มาตรา ๒๔

มาตรา ๒๔

ให้นายกสถาบันผู้รับงานก่อสร้างแต่งตั้งเลขาธิการสถาบันผู้รับงานก่อสร้างคนหนึ่งด้วยความเห็นชอบของ

ก.ก.ส.

มีหน้าที่รับผิดชอบในการรักษาทะเบียนผู้รับงานก่อสร้างควบคุมและในกิจการอื่นทั่วไป

เลขาธิการสถาบันผู้รับงานก่อสร้างต้องเป็นกรรมการผู้จัดการ

หรือหุ้นส่วนผู้จัดการของผู้รับงานก่อสร้างควบคุม

หมวด

การรับงานก่อสร้างควบคุม

มาตรา ๒๕

มาตรา ๒๕ รัฐมนตรีมีอำนาจออกกฎกระทรวงกำหนด

(๑) งานก่อสร้างประเภทใด ลักษณะใด ขนาดใด

หรือสาขาใด เป็นงานก่อสร้างควบคุม

(๒) กำหนดประเภทผู้รับงานก่อสร้างควบคุม

มาตรา ๒๖

มาตรา ๒๖

ผู้รับงานก่อสร้างซึ่งประสงค์จะเป็นผู้รับงานก่อสร้างควบคุมต้องจดทะเบียนเป็นผู้รับงานก่อสร้างควบคุมจาก

ก.ก.ส.

มาตรา ๒๗

มาตรา ๒๗ การขอจดทะเบียน

การรับจดทะเบียนเป็นผู้รับงานก่อสร้างควบคุมให้เป็นไปตามข้อบังคับของ ก.ก.ส.

มาตรา ๒๘

มาตรา ๒๘ ผู้ขอจดทะเบียนเป็นผู้รับงานก่อสร้างควบคุม

อย่างน้อยต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

(๑) เป็นห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียน

ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด หรือบริษัทมหาชนจำกัด

ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อประกอบธุรกิจงานก่อสร้าง

(๒)

ไม่เป็นคนต่างด้าวตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว

(๓)

มีลูกจ้างประจำซึ่งเป็นผู้ไดรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมจาก

ก.ว. และหรือเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุมจาก ก.ส.

สำหรับควบคุมกำกับงานก่อสร้างตามจำนวนที่กำหนดในข้อบังคับของ ก.ก.ส.

(๔) มีเครื่องมือและอุปกรณ์การก่อสร้างของตนเองในจำนวนที่เพียงพอตามที่กำหนดในข้อบังคับของ

ก.ก.ส.

(๕)

มีฐานะการเงินที่มั่นคงเพียงพอตามที่กำหนดในข้อบังคับของ ก.ก.ส.

(๖) มีผลงานและคุณสมบัติอื่น

ตามที่จะได้กำหนดในข้อบังคับของ ก.ก.ส.

มาตรา ๒๙

มาตรา ๒๙ เมื่อได้รับคำขอจดทะเบียน

ให้เลขาธิการสถาบันผู้รับงานก่อสร้างประกาศชื่อ ที่อยู่ และรายละเอียดอื่น ๆ ไว้ ณ

สำนักงานของสถาบันผู้รับงานก่อสร้างเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสามสิบวัน

เพื่อให้โอกาสบุคคลอื่นยื่นคำคัดค้าน

เมื่อได้ประกาศครบกำหนดแล้ว

ให้เลขาธิการสถาบันผู้รับงานก่อสร้างเสนอคำขอจดทะเบียนต่อ ก.ก.ส. พร้อมด้วยคำคัดค้านถ้ามี

เพื่อพิจารณาการรับจดทะเบียน

ในการพิจารณาคำขอจดทะเบียน ก.ก.ส.

จะเรียกผู้ขอจดทะเบียนหรือผู้ยื่นคำคัดค้านมาให้ถ้อยคำ ชี้แจง

หรือส่งเอกสารหรือหลักฐานอื่นเพิ่มเติมก็ได้

เมื่อ ก.ก.ส.

พิจารณาเห็นว่าผู้ขอจดทะเบียนมีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่กำหนดในมาตรา ๒๘

และไม่มีผู้ใดคัดค้านการจดทะเบียน ให้ ก.ก.ส. รับจดทะเบียนตามประเภท ลักษณะ ขนาด

และสาขาของงานก่อสร้างควบคุมและประเภทของผู้รับงานก่อสร้างควบคุม

มาตรา ๓๐

มาตรา ๓๐ ผู้ขอจดทะเบียนซึ่ง ก.ก.ส.

ปฏิเสธการรับจดทะเบียน อาจอุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีภายในสามสิบวันนับแต่วันได้รับหนังสือแจ้งการปฏิเสธ

ถ้ารัฐมนตรีเห็นว่ากรณีมีเหตุผลสมควร จะส่งเรื่องให้ ก.ก.ส.

พิจารณาทบทวนและเสนอความเห็นเพื่อให้รัฐมนตรีวินิจฉัยตามที่เห็นสมควร

ให้รัฐมนตรีมีคำวินิจฉัย

และแจ้งให้ผู้อุทธรณ์ทราบภายในหกสิบวันนับแต่ที่รัฐมนตรีได้รับอุทธรณ์

คำวินิจฉัยของรัฐมนตรีให้เป็นที่สุด

มาตรา ๓๑

มาตรา ๓๑ ใบทะเบียนเป็นผู้รับงานก่อสร้างควบคุม

ให้มีอายุห้าปีนับแต่วันออกใบทะเบียน

การต่ออายุใบทะเบียน ให้เป็นไปตามข้อบังคับของ

ก.ก.ส.

ถ้าใบทะเบียนสูญหายหรือถูกทำลาย

ให้ผู้รับงานก่อสร้างควบคุมยื่นคำร้องขอรับใบแทนภายในกำหนดสามสิบวันนับแต่วันที่ทราบการสูญหายหรือถูกทำลาย

หมวด

การประกอบอาชีพงานก่อสร้างและมรรยาท

ในการประกอบอาชีพงานก่อสร้าง

มาตรา ๓๒

มาตรา ๓๒ ผู้รับงานก่อสร้างควบคุม

ต้องรับงานก่อสร้างควบคุมตามประเภทและสาขาที่ระบุไว้ในใบทะเบียน

และต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง

ผู้รับงานก่อสร้างควบคุมประเภทและสาขาใดจะรับงานก่อสร้างในสาขาอื่นนอกจากที่ได้ระบุไว้ในใบทะเบียนได้เพียงใด

ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง

มาตรา ๓๓

มาตรา ๓๓

ผู้รับงานก่อสร้างควบคุมต้องรักษามรรยาทแห่งอาชีพตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับของ

ก.ก.ส.

การเสนอราคางานก่อสร้างในการประกวดราคาจะต้องเป็นไปโดยสุจริตมีเหตุผลและยุติธรรม

ผู้รับงานก่อสร้างควบคุมจะต้องไม่ร่วมกันกำหนดราคาก่อสร้างในการประกวดราคาหรือกระทำการเพื่อให้ผู้รับงานก่อสร้างควบคุม

หรือผู้รับงานก่อสร้างคนหนึ่งคนใดเป็นผู้ชนะการประกวดราคา

มาตรา ๓๔

มาตรา ๓๔

เพื่อประโยชน์ในการส่งเสริมให้ผู้รับงานก่อสร้างควบคุมสามารถรับงานก่อสร้างในต่างประเทศ

หรือรับงานก่อสร้างใดที่มีราคาสูงกว่าสองร้อยล้านบาท

หรือรับงานที่ต้องใช้ความชำนาญเป็นพิเศษ ผู้รับงานก่อสร้างควบคุมมีสิทธิร้องขอให้รัฐบาลให้ความช่วยเหลือเกี่ยวกับการค้ำประกัน

การงดหรือลดภาษีอากร

และการคุ้มครองคนงานที่ไปทำงานในต่างประเทศแก่ผู้รับงานก่อสร้างควบคุมโดยมีคำรับรองของ

ก.ก.ส.

หมวด

การเพิกถอนการจดทะเบียน

มาตรา ๓๕

มาตรา ๓๕ ให้ ก.ก.ส.

มีอำนาจสั่งเพิกถอนทะเบียนเป็นผู้รับงานก่อสร้างควบคุมได้เมื่อปรากฏว่า

(๑)

ผู้รับงานก่อสร้างควบคุมผู้ใดขาดคุณสมบัติตามมาตรา ๒๘

(๒)

ผู้รับงานก่อสร้างควบคุมกระทำการฝ่าฝืนพระราชบัญญัตินี้หรือกฎกระทรวงที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้

หรือข้อบังคับของ ก.ก.ส.

ก่อนพิจารณาเพิกถอนทะเบียน ให้ ก.ก.ส.

ดำเนินการไต่สวน โดยให้โอกาสแก่ผู้รับงานก่อสร้างควบคุมนั้นได้ทราบข้อกล่าวหาและยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา

มาตรา ๓๖

มาตรา ๓๖

การเพิกถอนทะเบียนไม่กระทบถึงการรับงานก่อสร้างที่ผู้ถูกสั่งเพิกถอนทะเบียนรับทำอยู่ตามความผูกพันที่มีอยู่ก่อนวันถูกสั่งเพิกถอนทะเบียนนั้น

มาตรา ๓๗

มาตรา ๓๗ ผู้รับงานก่อสร้างควบคุมซึ่งถูกเพิกถอนทะเบียนอาจขอจดทะเบียนอีกได้เมื่อพ้นกำหนดสามปีนับแต่วันถูกเพิกถอนทะเบียน

แต่เมื่อ ก.ก.ส. ได้พิจารณาคำขอจดทะเบียนและปฏิเสธการรับจดทะเบียน

ให้ผู้นั้นมีสิทธิอุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีและให้นำมาตรา ๓๐ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

ในกรณีที่ ก.ก.ส. ปฏิเสธการรับจดทะเบียนและผู้นั้นไม่อุทธรณ์ต่อรัฐมนตรี

ตามวรรคหนึ่ง หรือได้อุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีแต่รัฐมนตรีมีคำวินิจฉัยยืนตามความเห็นของ

ก.ก.ส. ให้ผู้นั้นยื่นคำขอจดทะเบียนได้ใหม่เมื่อสิ้นระยะเวลาหนึ่งปีนับแต่วันที่

ก.ก.ส. ปฏิเสธการรับจดทะเบียนหรือรัฐมนตรีมีคำวินิจฉัย แล้วแต่กรณี ถ้า ก.ก.ส.

ปฏิเสธการรับจดทะเบียนในครั้งที่สองให้ผู้นั้นมีสิทธิอุทธรณ์ต่อไปยังรัฐมนตรี

ถ้าผู้นั้นไม่อุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีมีคำวินิจฉัยยืนตามความเห็นของ ก.ก.ส.

ในครั้งที่สองนี้แล้ว ผู้นั้นหมดสิทธิขอจดทะเบียนต่อไป

หมวด

บทกำหนดโทษ

มาตรา ๓๘

มาตรา ๓๘ ผู้ใดรับหรือประกอบงานก่อสร้างควบคุมโดยไม่ได้จดทะเบียนเป็นผู้รับงานก่อสร้างควบคุมตามมาตรา

๒๖ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าแสนบาท และให้ศาลสั่งระงับงานก่อสร้างนั้น

การสั่งระงับงานก่อสร้างตามวรรคหนึ่ง

ไม่เป็นเหตุให้พ้นจากความรับผิดตามสัญญารับงานก่อสร้าง

มาตรา ๓๙

มาตรา ๓๙ ผู้รับงานก่อสร้างควบคุมผู้ใดรับหรือประกอบงานก่อสร้างควบคุมในระหว่างที่ใบทะเบียนขาดอายุ

ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าหมื่นบาทหรือวันละสองพันบาทนับแต่วันที่ในทะเบียนขาดอายุจนกว่าจะได้ต่ออายุใบทะเบียน

สุดแต่จำนวนใดจะสูงกว่ากัน

มาตรา ๔๐

มาตรา ๔๐ ผู้รับงานก่อสร้างควบคุมผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา

๓๑ วรรคสาม ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท

มาตรา ๔๑

มาตรา ๔๑

ผู้รับงานก่อสร้างควบคุมผู้ใดไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา

๓๒

ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาทและปรับอีกวันละห้าพันบาทตลอดระยะเวลาที่ยังไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขนั้น

บทเฉพาะกาล

มาตรา ๔๒

มาตรา ๔๒

ในระยะเริ่มแรกซึ่งต้องไม่เกินหนึ่งปีนับแต่วันใช้บังคับ พระราชบัญญัตินี้

ให้ ก.ก.ส. ประกอบด้วยปลัดกระทรวงมหาดไทย อธิบดีกรมทางหลวง อธิบดีกรมโยธาธิการ

และผู้แทนของ ก.ว. หนึ่งคน ผู้แทนของ ก.ส. หนึ่งคน ผู้แทนของสมาคมนายช่างเหมาไทยหนึ่งคน

และข้าราชการในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับงานก่อสร้างสองคนซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้ง เป็นกรรมการ

และให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยทำหน้าที่นายกสถาบันผู้รับงานก่อสร้าง และให้ ก.ก.ส. แต่งตั้งบุคคลใดบุคคลหนึ่งเพื่อทำหน้าที่เลขาธิการสถาบันผู้รับงานก่อสร้างเป็นการชั่วคราว

ทั้งนี้ จนกว่าจะมีการแต่งตั้งกรรมการตามมาตรา ๑๓

หรือแต่งตั้งเลขาธิการสถาบันผู้รับงานก่อสร้างตามมาตรา ๒๔ แล้วแต่กรณี

ให้รัฐมนตรีแต่งตั้งกรรมการซึ่งประกอบเป็น ก.ก.ส.

ตามวรรคหนึ่งภายในสามสิบวันนับแต่วันใช้บังคับพระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๔๓

มาตรา ๔๓

ผู้รับงานก่อสร้างรายใดที่รับหรือประกอบงานก่อสร้างควบคุมอยู่แล้วก่อนหรือในวันที่กฎกระทรวงซึ่งออกตามมาตรา

๒๕ ใช้บังคับ

ให้ผู้นั้นรับหรือประกอบงานก่อสร้างควบคุมต่อไปจนกว่างานก่อสร้างควบคุมนั้นจะแล้วเสร็จ

และถ้าประสงค์จะรับหรือประกอบงานก่อสร้างควบคุมต่อไป ต้องขอจดทะเบียนเป็นผู้รับงานก่อสร้างควบคุมภายในกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่กฎกระทรวงดังกล่าวใช้บังคับ

และเมื่อผู้นั้นได้ยื่นคำขอจดทะเบียนเป็นผู้รับงานก่อสร้างควบคุมตามพระราชบัญญัตินี้แล้ว

ก็ให้ผู้นั้นมีสิทธิรับหรือประกอบงานก่อสร้างควบคุมได้ต่อไปจนกว่า ก.ก.ส.

ได้มีหนังสือปฏิเสธการไม่รับจดทะเบียนให้ทราบ

ในกรณีหลังนี้ให้ผู้นั้นมีสิทธิอุทธรณ์ต่อรัฐมนตรี และให้นำมาตรา ๓๐

มาใช้บังคับโดยอนุโลม

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

ส.

โหตระกิตย์

รองนายกรัฐมนตรี

อัตราค่าธรรมเนียม

๑. ใบทะเบียนเป็นผู้รับงานก่อสร้างควบคุม ๒๐,๐๐๐ บาท

๒. ค่าต่ออายุใบทะเบียน ๑๐,๐๐๐ บาท

๓. ใบแทนใบทะเบียน ๕๐๐ บาท

หมายเหตุ

:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ

เนื่องจากประเทศไทยอยู่ในระหว่างระยะการพัฒนาประเทศ กิจการก่อสร้างต่าง ๆ

จึงมีเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็วตามความต้องการทั้งของทางราชการและทางธุรกิจเอกชนการก่อสร้างในปีหนึ่ง

ๆ คิดเป็นเงินมีมูลค่าถึงหลายพันล้านบาท

และโดยเฉพาะงานก่อสร้างขนาดใหญ่เป็นกิจการที่ต้องใช้ความระมัดระวัง อย่างสูง

และต้องใช้วิทยาการแผนใหม่หลายอย่างประกอบกัน แต่ในปัจจุบันการควบคุมการรับงานก่อสร้างยังไม่มีกฎหมายโดยเฉพาะ

กรณีอาจทำให้เกิดอันตรายและเกิดความเสียหายแก่เศรษฐกิจและสังคมได้

เพราะเหตุจากการก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐานนอกจากนั้นผู้รับงานก่อสร้างของไทยหลายรายมีความรู้ความสามารถเพียงพอที่จะไปรับจ้างทำงานในต่างประเทศ

อันจะเป็นทางหารายได้เข้าประเทศอย่างหนึ่งสมควรมีการส่งเสริม

และควบคุมการรับงานก่อสร้างให้มีมาตรฐานสูงเทียบเท่ามาตรฐานสากลเป็นไปโดยเหมาะสม

แต่การจะควบคุมการก่อสร้างชนิดและประเภทใดบ้างนั้น

รัฐบาลจะได้กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกาตามความจำเป็นและเหมาะสม

โดยจะไม่กระทบกระเทือนถึงผู้รับงานก่อสร้างขนาดย่อม

จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้น

พรพิมล/แก้ไข

๓๐

สิงหาคม๒๕๔๔

A+B

(C)

อมราลักษณ์/แก้ไข

๒๐

ธันวาคม ๒๕๔๗

วศิน/แก้ไข

๒๔

เมษายน ๒๕๕๒

[๑]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๙๖/ตอนที่ ๗๕/ฉบับพิเศษ หน้า ๓๖/๑๐ พฤษภาคม ๒๕๒๒

43 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

พระราชบัญญัติการประกอบอาชีพงานก่อสร้าง พ.ศ. 2522 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_17b2571ef526a1dc

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com