พระราชบัญญัติ
พระราชบัญญัติ
การประกอบอาชีพงานก่อสร้าง
พ.ศ.
๒๕๒๒
ภูมิพลอดุลยเดช
ป.ร.
ให้ไว้
ณ วันที่ ๓๐ เมษายน พ.ศ. ๒๕๒๒
เป็นปีที่
๓๔ ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยการประกอบอาชีพงานก่อสร้าง
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ
ทำหน้าที่รัฐสภา ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า พระราชบัญญัติการประกอบอาชีพงานก่อสร้าง
พ.ศ. ๒๕๒๒
มาตรา ๒[๑] พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓ ในพระราชบัญญัตินี้
งานก่อสร้าง หมายความว่า
งานเกี่ยวกับการก่อสร้าง ดัดแปลง ขยาย ต่อเติม ประกอบ
ติดตั้งหรือรื้อถอนซึ่งอาคารหรือสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ ตามที่กำหนดโดยกฎกระทรวง
อาคาร หมายความว่า
อาคารตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร
ผู้รับงานก่อสร้างควบคุม หมายความว่า
ผู้ที่จดทะเบียนเป็นผู้รับหรือประกอบงานก่อสร้างควบคุมตามพระราชบัญญัตินี้
กรรมการ หมายความว่า
กรรมการในคณะกรรมการสถาบันผู้รับงานก่อสร้าง
รัฐมนตรี หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
มาตรา ๔ พระราชบัญญัตินี้ไม่ใช้บังคับแก่
(๑)
ส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณซึ่งประกอบงานก่อสร้างด้วยตนเอง
(๒)
นิติบุคคลต่างประเทศซึ่งมีสิทธิเข้ามารับงานก่อสร้างในกิจการตามพันธะที่รัฐบาลตกลงกับทบวงการชำนัญพิเศษแห่งสหประชาชาติ
สถาบันระหว่างประเทศอื่นหรือรัฐบาลต่างประเทศ
(๓) นิติบุคคลอื่นตามที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา
มาตรา ๕
ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
และให้มีอำนาจออกกฎกระทรวงกำหนดค่าธรรมเนียมไม่เกินอัตราท้ายพระราชบัญญัตินี้
ตลอดจนออกกฎกระทรวงกำหนดกิจการอื่นเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
กฎกระทรวงนั้น
เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้ใช้บังคับได้
หมวด
๑
สถาบันผู้รับงานก่อสร้าง
มาตรา ๖ ให้จัดตั้งสถาบันขึ้นสถาบันหนึ่งเรียกว่า สถาบันผู้รับงานก่อสร้าง
มีอำนาจหน้าที่ตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดในพระราชบัญญัตินี้
ให้สถาบันผู้รับงานก่อสร้างเป็นนิติบุคคล
มาตรา ๗ สถาบันผู้รับงานก่อสร้างมีวัตถุประสงค์
ดังต่อไปนี้
(๑)
ควบคุมสอดส่องดูแลความประพฤติและมรรยาทของผู้รับงานก่อสร้าง
(๒) ส่งเสริมการรับงานก่อสร้าง
(๓) รักษาผลประโยชน์ของผู้รับงานก่อสร้าง
(๔) เผยแพร่และให้การศึกษาเกี่ยวกับงานก่อสร้าง
มาตรา ๘
สถาบันผู้รับงานก่อสร้างประกอบด้วยกรรมการสถาบันผู้รับงานก่อสร้างและสมาชิกสถาบันผู้รับงานก่อสร้าง
มาตรา ๙ สมาชิกสถาบันผู้รับงานก่อสร้างมีสองประเภท
คือ
(๑) สมาชิกสามัญ ได้แก่ผู้มีคุณสมบัติ
ดังต่อไปนี้
(ก)
เป็นผู้แทนซึ่งได้รับมอบหมายจากห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด
บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด ที่ประกอบธุรกิจงานก่อสร้าง
(ข) มีอายุครบยี่สิบปีบริบูรณ์
(ค)
ไม่เป็นผู้มีความประพฤติเสียหายซึ่งคณะกรรมการสถาบันผู้รับงานก่อสร้างเห็นว่าจะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งอาชีพ
(ง)
ไม่เคยต้องโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดหรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายให้จำคุกในคดีซึ่งคณะกรรมการสถาบันผู้รับงานก่อสร้างเห็นว่าอาจนำมาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งอาชีพ
(จ) ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
(ฉ) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
(๒) สมาชิกกิตติมศักดิ์
ได้แก่ผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาวิชาการต่าง ๆ
ซึ่งสถาบันผู้รับงานก่อสร้างเชิญให้เป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์
มาตรา ๑๐ การเข้าเป็นสมาชิก สิทธิ
หน้าที่และการขาดจากสมาชิกภาพของสมาชิกสถาบันผู้รับงานก่อสร้างให้เป็นไปตามข้อบังคับของคณะกรรมการสถาบันผู้รับงานก่อสร้าง
มาตรา ๑๑
สถาบันผู้รับงานก่อสร้างอาจมีรายได้ดังต่อไปนี้
(๑) ค่าจดทะเบียน ค่าบำรุง และค่าธรรมเนียมต่าง ๆ
ของสถาบันผู้รับงานก่อสร้าง
(๒) ค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บตามกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา
๕
(๓) ผลประโยชน์จากการลงทุนและกิจกรรมอื่น
(๔) ทรัพย์สินที่มีผู้บริจาคให้
มาตรา ๑๒
ให้รัฐมนตรีดำรงตำแหน่งนายกพิเศษสถาบันผู้รับงานก่อสร้าง และมีอำนาจหน้าที่กำกับกิจการของสถาบันผู้รับงานก่อสร้างตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้
มาตรา ๑๓ ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า คณะกรรมการสถาบันผู้รับงานก่อสร้าง
เรียกโดยย่อว่า ก.ก.ส. ซึ่งประกอบด้วยปลัดกระทรวงมหาดไทย
อธิบดีกรมทางหลวง
อธิบดีกรมโยธาธิการและกรรมการอื่นซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้แทนของ ก.ว. หนึ่งคน
ผู้แทนของ ก.ส. หนึ่งคน ผู้แทนของสมาคมนายช่างเหมาไทยหนึ่งคน
ข้าราชการในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับงานก่อสร้างสองคน
และบุคคลซึ่งที่ประชุมสมาชิกสามัญของสถาบันผู้รับงานก่อสร้างเลือกตั้งจากสมาชิกสามัญของสถาบันผู้รับงานก่อสร้างอีกไม่เกินสี่คน
เป็นกรรมการ
สมาชิกสามัญซึ่งสถาบันผู้รับงานก่อสร้างเลือกตั้งขึ้นตามวรรคหนึ่งต้องเป็นกรรมการผู้จัดการหรือหุ้นส่วนผู้จัดการของผู้รับงานก่อสร้างควบคุม
ให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นนายกสถาบันผู้รับงานก่อสร้าง
ให้เลขาธิการสถาบันผู้รับงานก่อสร้างเป็นเลขานุการของ
ก.ก.ส.
มาตรา ๑๔
กรรมการซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งมีวาระอยู่ในตำแหน่งสองปี กรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งแล้วอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้
แต่จะดำรงตำแหน่งกรรมการเกินกว่าสองวาระติดต่อกันไม่ได้
มาตรา ๑๕ นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ
กรรมการซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งพ้นจากตำแหน่ง เมื่อ
(๑) ตาย
(๒) ลาออก
(๓) ขาดจากการเป็นสมาชิกสามัญของสถาบันผู้รับงานก่อสร้างสำหรับบุคคล
ซึ่งที่ประชุมสมาชิกสามัญของสถาบันผู้รับงานก่อสร้างเลือกตั้งขึ้น
เมื่อกรรมการซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระให้รัฐมนตรีแต่งตั้งกรรมการแทนตำแหน่งที่ว่าง
ถ้าระยะเวลาที่จะดำรงตำแหน่งตามมาตรา ๑๔ เหลือไม่ถึงหกเดือน จะไม่แต่งตั้งก็ได้
ให้กรรมการซึ่งได้รับแต่งตั้งตามวรรคสอง
อยู่ในตำแหน่งตามวาระของกรรมการที่ตนแทน
มาตรา ๑๖
เมื่อกรรมการซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งพ้นจากตำแหน่งตามวาระให้กรรมการที่พ้นจากตำแหน่งนั้นคงอยู่รักษาการต่อไปจนกว่ากรรมการที่ได้รับแต่งตั้งใหม่เข้ารับหน้าที่
มาตรา ๑๗ การประชุม ก.ก.ส.
ต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด
จึงจะเป็นองค์ประชุม
ถ้าการประชุมคราวใดนายกสถาบันผู้รับงานก่อสร้างไม่อยู่ในที่ประชุม
หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้
ให้กรรมการที่มาประชุมเลือกกรรมการด้วยกันคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม
ภายใต้มาตรา ๒๓ มติของที่ประชุม ก.ก.ส.
ให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งมีเสียงหนึ่งเสียงในการลงคะแนน
ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด
ให้ ก.ก.ส.
จัดให้มีการประชุมอย่างน้อยเดือนละหนึ่งครั้ง
มาตรา ๑๘ ให้ ก.ก.ส.
มีอำนาจและหน้าที่วางนโยบายและดำเนินงานของสถาบันผู้รับงานก่อสร้าง
และรวมถึงอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
(๑)
ออกข้อบังคับการเข้าเป็นสมาชิกสถาบันผู้รับงานก่อสร้าง และการขาดจากสมาชิกภาพ
(๒) ออกข้อบังคับกำหนดค่าจดทะเบียน คำบำรุง
และค่าธรรมเนียมต่าง ๆ
(๓)
ออกข้อบังคับเกี่ยวกับการประชุมสมาชิกของสถาบันผู้รับงานก่อสร้าง
(๔)
ออกข้อบังคับวางหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการขอจดทะเบียน
การรับจดทะเบียนการต่ออายุทะเบียน หรือการเพิกถอนทะเบียน
เป็นผู้รับงานก่อสร้างควบคุม
(๕)
ออกข้อบังคับว่าด้วยการรักษามรรยาทแห่งอาชีพผู้รับงานก่อสร้างควบคุม
(๖) ออกข้อบังคับว่าด้วยการประชุม ก.ก.ส.
หรืออนุกรรมการ
(๗)
ออกข้อบังคับว่าด้วยการค้ำประกันและการให้สินเชื่อแก่ผู้รับงานก่อสร้างควบคุม
(๘) ออกข้อบังคับเกี่ยวกับเรื่องอื่น ๆ
ที่อยู่ภายในวัตถุประสงค์ของสถาบันผู้รับงานก่อสร้าง และการบริหารกิจการ
รวมทั้งกำหนดเบี้ยประชุมกรรมการและค่าจ้างของพนักงานและลูกจ้างของสถาบันผู้รับงานก่อสร้าง
(๙) ให้คำปรึกษา แนะนำ
และขอความร่วมมือจากทางราชการ เพื่อควบคุมหรือส่งเสริมการรับงานก่อสร้าง
มาตรา ๑๙ ให้ ก.ก.ส.
มีอำนาจแต่งตั้งอนุกรรมการเพื่อทำกิจการหรือพิจารณาเรื่องต่าง ๆ
อันอยู่ในขอบเขตแห่งวัตถุประสงค์ของสถาบันผู้รับงานก่อสร้าง
มาตรา ๒๐ ในกิจการเกี่ยวกับบุคคลภายนอก
ให้นายกสถาบันผู้รับงานก่อสร้างหรือกรรมการซึ่งนายกสถาบันผู้รับงานก่อสร้างมอบหมายเป็นหนังสือ
เป็นผู้แทนสถาบันผู้รับงานก่อสร้าง
มาตรา ๒๑ ทุก ๆ ปีให้นายกสถาบันผู้รับงานก่อสร้างจัดให้มีการประชุมสามัญประจำปีของสถาบันผู้รับงานก่อสร้าง
เพื่อดำเนินการเลือกตั้งกรรมการและปรึกษาหารือกิจการที่อยู่ในวัตถุประสงค์ของสถาบันผู้รับงานก่อสร้าง
ในกรณีที่จำเป็นจะจัดให้มีการประชุมวิสามัญก็ได้
มาตรา ๒๒ นายกพิเศษสถาบันผู้รับงานก่อสร้างจะเข้าฟังการประชุม
และชี้แจงแสดงความเห็นในที่ประชุมสถาบันผู้รับงานก่อสร้าง
หรือจะส่งความเห็นเป็นหนังสือไปยังสถาบันผู้รับงานก่อสร้างในเรื่องใด ๆ ก็ได้
มาตรา ๒๓ มติของ ก.ก.ส. ตามมาตรา ๑๘ (๒) (๔) (๕)
(๖) และ (๘) จะต้องได้รับความเห็นชอบของนายกพิเศษสถาบันผู้รับงานก่อสร้างก่อนจึงจะดำเนินการตามมตินั้นได้
ให้นายกสถาบันผู้รับงานก่อสร้างเสนอมติของ ก.ก.ส.
ต่อนายกพิเศษสถาบันผู้รับงานก่อสร้างโดยไม่ชักช้า
นายกพิเศษสถาบันผู้รับงานก่อสร้างอาจยับยั้งมตินั้นได้
ในกรณีที่มิได้มีการยับยั้งภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับมติที่นายกสถาบันผู้รับงานก่อสร้างเสนอ
ให้ถือว่านายกพิเศษสถาบันผู้รับงานก่อสร้างให้ความเห็นชอบด้วยมตินั้น
ถ้านายกพิเศษสถาบันผู้รับงานก่อสร้างยับยั้งมติใด
ให้ ก.ก.ส. พิจารณาอีกครั้งหนึ่ง
ในการประชุมนั้นถ้ามีเสียงยืนยันมติถึงสามในสี่ของจำนวนกรรมการทั้งคณะ
ก็ให้ดำเนินการตามมตินั้นได้
มาตรา ๒๔
ให้นายกสถาบันผู้รับงานก่อสร้างแต่งตั้งเลขาธิการสถาบันผู้รับงานก่อสร้างคนหนึ่งด้วยความเห็นชอบของ
ก.ก.ส.
มีหน้าที่รับผิดชอบในการรักษาทะเบียนผู้รับงานก่อสร้างควบคุมและในกิจการอื่นทั่วไป
เลขาธิการสถาบันผู้รับงานก่อสร้างต้องเป็นกรรมการผู้จัดการ
หรือหุ้นส่วนผู้จัดการของผู้รับงานก่อสร้างควบคุม
หมวด
๒
การรับงานก่อสร้างควบคุม
มาตรา ๒๕ รัฐมนตรีมีอำนาจออกกฎกระทรวงกำหนด
(๑) งานก่อสร้างประเภทใด ลักษณะใด ขนาดใด
หรือสาขาใด เป็นงานก่อสร้างควบคุม
(๒) กำหนดประเภทผู้รับงานก่อสร้างควบคุม
มาตรา ๒๖
ผู้รับงานก่อสร้างซึ่งประสงค์จะเป็นผู้รับงานก่อสร้างควบคุมต้องจดทะเบียนเป็นผู้รับงานก่อสร้างควบคุมจาก
ก.ก.ส.
มาตรา ๒๗ การขอจดทะเบียน
การรับจดทะเบียนเป็นผู้รับงานก่อสร้างควบคุมให้เป็นไปตามข้อบังคับของ ก.ก.ส.
มาตรา ๒๘ ผู้ขอจดทะเบียนเป็นผู้รับงานก่อสร้างควบคุม
อย่างน้อยต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
(๑) เป็นห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียน
ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด หรือบริษัทมหาชนจำกัด
ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อประกอบธุรกิจงานก่อสร้าง
(๒)
ไม่เป็นคนต่างด้าวตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว
(๓)
มีลูกจ้างประจำซึ่งเป็นผู้ไดรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมจาก
ก.ว. และหรือเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุมจาก ก.ส.
สำหรับควบคุมกำกับงานก่อสร้างตามจำนวนที่กำหนดในข้อบังคับของ ก.ก.ส.
(๔) มีเครื่องมือและอุปกรณ์การก่อสร้างของตนเองในจำนวนที่เพียงพอตามที่กำหนดในข้อบังคับของ
ก.ก.ส.
(๕)
มีฐานะการเงินที่มั่นคงเพียงพอตามที่กำหนดในข้อบังคับของ ก.ก.ส.
(๖) มีผลงานและคุณสมบัติอื่น
ตามที่จะได้กำหนดในข้อบังคับของ ก.ก.ส.
มาตรา ๒๙ เมื่อได้รับคำขอจดทะเบียน
ให้เลขาธิการสถาบันผู้รับงานก่อสร้างประกาศชื่อ ที่อยู่ และรายละเอียดอื่น ๆ ไว้ ณ
สำนักงานของสถาบันผู้รับงานก่อสร้างเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสามสิบวัน
เพื่อให้โอกาสบุคคลอื่นยื่นคำคัดค้าน
เมื่อได้ประกาศครบกำหนดแล้ว
ให้เลขาธิการสถาบันผู้รับงานก่อสร้างเสนอคำขอจดทะเบียนต่อ ก.ก.ส. พร้อมด้วยคำคัดค้านถ้ามี
เพื่อพิจารณาการรับจดทะเบียน
ในการพิจารณาคำขอจดทะเบียน ก.ก.ส.
จะเรียกผู้ขอจดทะเบียนหรือผู้ยื่นคำคัดค้านมาให้ถ้อยคำ ชี้แจง
หรือส่งเอกสารหรือหลักฐานอื่นเพิ่มเติมก็ได้
เมื่อ ก.ก.ส.
พิจารณาเห็นว่าผู้ขอจดทะเบียนมีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่กำหนดในมาตรา ๒๘
และไม่มีผู้ใดคัดค้านการจดทะเบียน ให้ ก.ก.ส. รับจดทะเบียนตามประเภท ลักษณะ ขนาด
และสาขาของงานก่อสร้างควบคุมและประเภทของผู้รับงานก่อสร้างควบคุม
มาตรา ๓๐ ผู้ขอจดทะเบียนซึ่ง ก.ก.ส.
ปฏิเสธการรับจดทะเบียน อาจอุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีภายในสามสิบวันนับแต่วันได้รับหนังสือแจ้งการปฏิเสธ
ถ้ารัฐมนตรีเห็นว่ากรณีมีเหตุผลสมควร จะส่งเรื่องให้ ก.ก.ส.
พิจารณาทบทวนและเสนอความเห็นเพื่อให้รัฐมนตรีวินิจฉัยตามที่เห็นสมควร
ให้รัฐมนตรีมีคำวินิจฉัย
และแจ้งให้ผู้อุทธรณ์ทราบภายในหกสิบวันนับแต่ที่รัฐมนตรีได้รับอุทธรณ์
คำวินิจฉัยของรัฐมนตรีให้เป็นที่สุด
มาตรา ๓๑ ใบทะเบียนเป็นผู้รับงานก่อสร้างควบคุม
ให้มีอายุห้าปีนับแต่วันออกใบทะเบียน
การต่ออายุใบทะเบียน ให้เป็นไปตามข้อบังคับของ
ก.ก.ส.
ถ้าใบทะเบียนสูญหายหรือถูกทำลาย
ให้ผู้รับงานก่อสร้างควบคุมยื่นคำร้องขอรับใบแทนภายในกำหนดสามสิบวันนับแต่วันที่ทราบการสูญหายหรือถูกทำลาย
หมวด
๓
การประกอบอาชีพงานก่อสร้างและมรรยาท
ในการประกอบอาชีพงานก่อสร้าง
มาตรา ๓๒ ผู้รับงานก่อสร้างควบคุม
ต้องรับงานก่อสร้างควบคุมตามประเภทและสาขาที่ระบุไว้ในใบทะเบียน
และต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง
ผู้รับงานก่อสร้างควบคุมประเภทและสาขาใดจะรับงานก่อสร้างในสาขาอื่นนอกจากที่ได้ระบุไว้ในใบทะเบียนได้เพียงใด
ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง
มาตรา ๓๓
ผู้รับงานก่อสร้างควบคุมต้องรักษามรรยาทแห่งอาชีพตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับของ
ก.ก.ส.
การเสนอราคางานก่อสร้างในการประกวดราคาจะต้องเป็นไปโดยสุจริตมีเหตุผลและยุติธรรม
ผู้รับงานก่อสร้างควบคุมจะต้องไม่ร่วมกันกำหนดราคาก่อสร้างในการประกวดราคาหรือกระทำการเพื่อให้ผู้รับงานก่อสร้างควบคุม
หรือผู้รับงานก่อสร้างคนหนึ่งคนใดเป็นผู้ชนะการประกวดราคา
มาตรา ๓๔
เพื่อประโยชน์ในการส่งเสริมให้ผู้รับงานก่อสร้างควบคุมสามารถรับงานก่อสร้างในต่างประเทศ
หรือรับงานก่อสร้างใดที่มีราคาสูงกว่าสองร้อยล้านบาท
หรือรับงานที่ต้องใช้ความชำนาญเป็นพิเศษ ผู้รับงานก่อสร้างควบคุมมีสิทธิร้องขอให้รัฐบาลให้ความช่วยเหลือเกี่ยวกับการค้ำประกัน
การงดหรือลดภาษีอากร
และการคุ้มครองคนงานที่ไปทำงานในต่างประเทศแก่ผู้รับงานก่อสร้างควบคุมโดยมีคำรับรองของ
ก.ก.ส.
หมวด
๔
การเพิกถอนการจดทะเบียน
มาตรา ๓๕ ให้ ก.ก.ส.
มีอำนาจสั่งเพิกถอนทะเบียนเป็นผู้รับงานก่อสร้างควบคุมได้เมื่อปรากฏว่า
(๑)
ผู้รับงานก่อสร้างควบคุมผู้ใดขาดคุณสมบัติตามมาตรา ๒๘
(๒)
ผู้รับงานก่อสร้างควบคุมกระทำการฝ่าฝืนพระราชบัญญัตินี้หรือกฎกระทรวงที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้
หรือข้อบังคับของ ก.ก.ส.
ก่อนพิจารณาเพิกถอนทะเบียน ให้ ก.ก.ส.
ดำเนินการไต่สวน โดยให้โอกาสแก่ผู้รับงานก่อสร้างควบคุมนั้นได้ทราบข้อกล่าวหาและยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา
มาตรา ๓๖
การเพิกถอนทะเบียนไม่กระทบถึงการรับงานก่อสร้างที่ผู้ถูกสั่งเพิกถอนทะเบียนรับทำอยู่ตามความผูกพันที่มีอยู่ก่อนวันถูกสั่งเพิกถอนทะเบียนนั้น
มาตรา ๓๗ ผู้รับงานก่อสร้างควบคุมซึ่งถูกเพิกถอนทะเบียนอาจขอจดทะเบียนอีกได้เมื่อพ้นกำหนดสามปีนับแต่วันถูกเพิกถอนทะเบียน
แต่เมื่อ ก.ก.ส. ได้พิจารณาคำขอจดทะเบียนและปฏิเสธการรับจดทะเบียน
ให้ผู้นั้นมีสิทธิอุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีและให้นำมาตรา ๓๐ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
ในกรณีที่ ก.ก.ส. ปฏิเสธการรับจดทะเบียนและผู้นั้นไม่อุทธรณ์ต่อรัฐมนตรี
ตามวรรคหนึ่ง หรือได้อุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีแต่รัฐมนตรีมีคำวินิจฉัยยืนตามความเห็นของ
ก.ก.ส. ให้ผู้นั้นยื่นคำขอจดทะเบียนได้ใหม่เมื่อสิ้นระยะเวลาหนึ่งปีนับแต่วันที่
ก.ก.ส. ปฏิเสธการรับจดทะเบียนหรือรัฐมนตรีมีคำวินิจฉัย แล้วแต่กรณี ถ้า ก.ก.ส.
ปฏิเสธการรับจดทะเบียนในครั้งที่สองให้ผู้นั้นมีสิทธิอุทธรณ์ต่อไปยังรัฐมนตรี
ถ้าผู้นั้นไม่อุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีมีคำวินิจฉัยยืนตามความเห็นของ ก.ก.ส.
ในครั้งที่สองนี้แล้ว ผู้นั้นหมดสิทธิขอจดทะเบียนต่อไป
หมวด
๕
บทกำหนดโทษ
มาตรา ๓๘ ผู้ใดรับหรือประกอบงานก่อสร้างควบคุมโดยไม่ได้จดทะเบียนเป็นผู้รับงานก่อสร้างควบคุมตามมาตรา
๒๖ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าแสนบาท และให้ศาลสั่งระงับงานก่อสร้างนั้น
การสั่งระงับงานก่อสร้างตามวรรคหนึ่ง
ไม่เป็นเหตุให้พ้นจากความรับผิดตามสัญญารับงานก่อสร้าง
มาตรา ๓๙ ผู้รับงานก่อสร้างควบคุมผู้ใดรับหรือประกอบงานก่อสร้างควบคุมในระหว่างที่ใบทะเบียนขาดอายุ
ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าหมื่นบาทหรือวันละสองพันบาทนับแต่วันที่ในทะเบียนขาดอายุจนกว่าจะได้ต่ออายุใบทะเบียน
สุดแต่จำนวนใดจะสูงกว่ากัน
มาตรา ๔๐ ผู้รับงานก่อสร้างควบคุมผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา
๓๑ วรรคสาม ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท
มาตรา ๔๑
ผู้รับงานก่อสร้างควบคุมผู้ใดไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา
๓๒
ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาทและปรับอีกวันละห้าพันบาทตลอดระยะเวลาที่ยังไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขนั้น
บทเฉพาะกาล
มาตรา ๔๒
ในระยะเริ่มแรกซึ่งต้องไม่เกินหนึ่งปีนับแต่วันใช้บังคับ พระราชบัญญัตินี้
ให้ ก.ก.ส. ประกอบด้วยปลัดกระทรวงมหาดไทย อธิบดีกรมทางหลวง อธิบดีกรมโยธาธิการ
และผู้แทนของ ก.ว. หนึ่งคน ผู้แทนของ ก.ส. หนึ่งคน ผู้แทนของสมาคมนายช่างเหมาไทยหนึ่งคน
และข้าราชการในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับงานก่อสร้างสองคนซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้ง เป็นกรรมการ
และให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยทำหน้าที่นายกสถาบันผู้รับงานก่อสร้าง และให้ ก.ก.ส. แต่งตั้งบุคคลใดบุคคลหนึ่งเพื่อทำหน้าที่เลขาธิการสถาบันผู้รับงานก่อสร้างเป็นการชั่วคราว
ทั้งนี้ จนกว่าจะมีการแต่งตั้งกรรมการตามมาตรา ๑๓
หรือแต่งตั้งเลขาธิการสถาบันผู้รับงานก่อสร้างตามมาตรา ๒๔ แล้วแต่กรณี
ให้รัฐมนตรีแต่งตั้งกรรมการซึ่งประกอบเป็น ก.ก.ส.
ตามวรรคหนึ่งภายในสามสิบวันนับแต่วันใช้บังคับพระราชบัญญัตินี้
มาตรา ๔๓
ผู้รับงานก่อสร้างรายใดที่รับหรือประกอบงานก่อสร้างควบคุมอยู่แล้วก่อนหรือในวันที่กฎกระทรวงซึ่งออกตามมาตรา
๒๕ ใช้บังคับ
ให้ผู้นั้นรับหรือประกอบงานก่อสร้างควบคุมต่อไปจนกว่างานก่อสร้างควบคุมนั้นจะแล้วเสร็จ
และถ้าประสงค์จะรับหรือประกอบงานก่อสร้างควบคุมต่อไป ต้องขอจดทะเบียนเป็นผู้รับงานก่อสร้างควบคุมภายในกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่กฎกระทรวงดังกล่าวใช้บังคับ
และเมื่อผู้นั้นได้ยื่นคำขอจดทะเบียนเป็นผู้รับงานก่อสร้างควบคุมตามพระราชบัญญัตินี้แล้ว
ก็ให้ผู้นั้นมีสิทธิรับหรือประกอบงานก่อสร้างควบคุมได้ต่อไปจนกว่า ก.ก.ส.
ได้มีหนังสือปฏิเสธการไม่รับจดทะเบียนให้ทราบ
ในกรณีหลังนี้ให้ผู้นั้นมีสิทธิอุทธรณ์ต่อรัฐมนตรี และให้นำมาตรา ๓๐
มาใช้บังคับโดยอนุโลม
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
ส.
โหตระกิตย์
รองนายกรัฐมนตรี
อัตราค่าธรรมเนียม
๑. ใบทะเบียนเป็นผู้รับงานก่อสร้างควบคุม ๒๐,๐๐๐ บาท
๒. ค่าต่ออายุใบทะเบียน ๑๐,๐๐๐ บาท
๓. ใบแทนใบทะเบียน ๕๐๐ บาท
หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ
เนื่องจากประเทศไทยอยู่ในระหว่างระยะการพัฒนาประเทศ กิจการก่อสร้างต่าง ๆ
จึงมีเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็วตามความต้องการทั้งของทางราชการและทางธุรกิจเอกชนการก่อสร้างในปีหนึ่ง
ๆ คิดเป็นเงินมีมูลค่าถึงหลายพันล้านบาท
และโดยเฉพาะงานก่อสร้างขนาดใหญ่เป็นกิจการที่ต้องใช้ความระมัดระวัง อย่างสูง
และต้องใช้วิทยาการแผนใหม่หลายอย่างประกอบกัน แต่ในปัจจุบันการควบคุมการรับงานก่อสร้างยังไม่มีกฎหมายโดยเฉพาะ
กรณีอาจทำให้เกิดอันตรายและเกิดความเสียหายแก่เศรษฐกิจและสังคมได้
เพราะเหตุจากการก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐานนอกจากนั้นผู้รับงานก่อสร้างของไทยหลายรายมีความรู้ความสามารถเพียงพอที่จะไปรับจ้างทำงานในต่างประเทศ
อันจะเป็นทางหารายได้เข้าประเทศอย่างหนึ่งสมควรมีการส่งเสริม
และควบคุมการรับงานก่อสร้างให้มีมาตรฐานสูงเทียบเท่ามาตรฐานสากลเป็นไปโดยเหมาะสม
แต่การจะควบคุมการก่อสร้างชนิดและประเภทใดบ้างนั้น
รัฐบาลจะได้กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกาตามความจำเป็นและเหมาะสม
โดยจะไม่กระทบกระเทือนถึงผู้รับงานก่อสร้างขนาดย่อม
จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้น
พรพิมล/แก้ไข
๓๐
สิงหาคม๒๕๔๔
A+B
(C)
อมราลักษณ์/แก้ไข
๒๐
ธันวาคม ๒๕๔๗
วศิน/แก้ไข
๒๔
เมษายน ๒๕๕๒
[๑]
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๙๖/ตอนที่ ๗๕/ฉบับพิเศษ หน้า ๓๖/๑๐ พฤษภาคม ๒๕๒๒
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).