พระราชกฤษฎีกา
กำหนดให้ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม
ฟิล์มยืดหุ้มห่ออาหารต้องเป็นไปตามมาตรฐาน
พ.ศ. ๒๕๔๒
ภูมิพลอดุลยเดช
ป.ร.
ให้ไว้ ณ
วันที่ ๒ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๒
เป็นปีที่
๕๔ ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรกำหนดให้ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมฟิล์มยืดหุ้มห่ออาหารต้องเป็นไปตามมาตรฐาน
และได้ดำเนินการตามความในมาตรา ๑๘ แห่งพระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม
พ.ศ. ๒๕๑๑ แล้ว
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๒๑
ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และ มาตรา ๑๗
แห่งพระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ. ๒๕๑๑ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑
พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า พระราชกฤษฎีกากำหนดให้ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมฟิล์มยืดหุ้มห่ออาหารต้องเป็นไปตามมาตรฐาน
พ.ศ. ๒๕๔๒
มาตรา ๒[๑] พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓
ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมฟิล์มยืดหุ้มห่ออาหารต้องเป็นไปตามมาตรฐานเลขที่ มอก.
๑๑๓๖ - ๒๕๓๖ ตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม ฉบับที่ ๑๘๖๘ (พ.ศ. ๒๕๓๖) ออกตามความในพระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม
พ.ศ. ๒๕๑๑ เรื่อง กำหนดมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมฟิล์มยืดหุ้มห่ออาหาร ลงวันที่
๑๘ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๖
มาตรา ๔
ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พิชัย รัตตกุล
รองนายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ
เนื่องจากฟิล์มยืดหุ้มห่ออาหารที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน
อาจมีสารเคมีอันเป็นอันตรายต่อสุขภาพของประชาชน ดังนั้น
เพื่อคุ้มครองให้ประชาชนได้รับความปลอดภัย ในการนี้ได้มีประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม
ฉบับที่ ๑๘๖๘ (พ.ศ. ๒๕๓๖) ออกตามความในพระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม
พ.ศ. ๒๕๑๑ เรื่อง กำหนดมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมฟิล์มยืดหุ้มห่ออาหาร ลงวันที่
๑๘ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๖
และได้มีการดำเนินการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนและผู้ที่เกี่ยวข้องครบถ้วนตามมาตรา
๑๘ แห่งพระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ. ๒๕๑๑ แล้ว สมควรกำหนดให้ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมฟิล์มยืดหุ้มห่ออาหารต้องเป็นไปตามมาตรฐานเพื่อความปลอดภัยและเพื่อป้องกันอันตรายอันอาจจะเกิดแก่ประชาชน
จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
วิมล/ปรับปรุง
๑๓
กรกฎาคม ๒๕๖๓
อรญา/ตรวจ
๒๓
กรกฎาคม ๒๕๖๓
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๑๖/ตอนที่ ๖๑ ก/หน้า ๔/๑๓ กรกฎาคม ๒๕๔๒
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).