พระราชกฤษฎีกา
พระราชกฤษฎีกา
กำหนดจำนวน ที่ตั้ง เขตศาล
และวันเปิดทำการของศาลอุทธรณ์ภาค
(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๖
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๒ กรกฎาคม
พ.ศ. ๒๕๓๖
เป็นปีที่ ๔๘
ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมเขตศาลของศาลอุทธรณ์ภาค
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา
๑๗๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา ๓
แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลอุทธรณ์ภาค พ.ศ. ๒๕๓๒ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑
พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า พระราชกฤษฎีกากำหนดจำนวน ที่ตั้ง
เขตศาล และวันเปิดทำการของศาลอุทธรณ์ภาค (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๖
มาตรา ๒[๑]
พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓
ให้ยกเลิกความในมาตรา ๓ แห่งพระราชกฤษฎีกากำหนดจำนวน ที่ตั้ง เขตศาล
และวันเปิดทำการของศาลอุทธรณ์ภาค พ.ศ. ๒๕๓๒ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
มาตรา ๓ ให้มีศาลอุทธรณ์ภาค
จำนวน ๓ ศาล คือ ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ และศาลอุทธรณ์ภาค ๓
และมีเขตศาลดังต่อไปนี้
(๑)
ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ มีเขตศาลในจังหวัดกาฬสินธุ์ จังหวัดขอนแก่น จังหวัดจันทบุรี
จังหวัดฉะเชิงเทรา จังหวัดชลบุรี จังหวัดชัยภูมิ จังหวัดตราด จังหวัดนครนายก
จังหวัดนครพนม จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดปราจีนบุรี
จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดมุกดาหาร จังหวัดยโสธร จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดระยอง
จังหวัดเลย จังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดสกลนคร จังหวัดสุรินทร์ จังหวัดหนองคาย
จังหวัดอุดรธานี และจังหวัดอุบลราชธานี
(๒)
ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ มีเขตศาลในจังหวัดกำแพงเพชร จังหวัดชัยนาท จังหวัดเชียงราย
จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดตาก จังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดนนทบุรี จังหวัดน่าน
จังหวัดปทุมธานี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพะเยา จังหวัดพิจิตร
จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดเพชรบูรณ์ จังหวัดแพร่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดลพบุรี
จังหวัดลำปาง จังหวัดลำพูน จังหวัดสมุทรปราการ จังหวัดสระบุรี จังหวัดสิงห์บุรี
จังหวัดสุโขทัย จังหวัดอ่างทอง จังหวัดอุตรดิตถ์ และจังหวัดอุทัยธานี
(๓)
ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ มีเขตศาลในจังหวัดกระบี่ จังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดชุมพร
จังหวัดตรัง จังหวัดนครปฐม จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดนราธิวาส จังหวัดปัตตานี
จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดพังงา จังหวัดพัทลุง จังหวัดเพชรบุรี จังหวัดภูเก็ต
จังหวัดยะลา จังหวัดระนอง จังหวัดราชบุรี จังหวัดสงขลา จังหวัดสตูล
จังหวัดสมุทรสงคราม จังหวัดสมุทรสาคร จังหวัดสุพรรณบุรี และจังหวัดสุราษฎร์ธานี
มาตรา ๔
บรรดาคดีที่ได้อุทธรณ์ก่อนวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับให้ศาลอุทธรณ์หรือศาลอุทธรณ์ภาค
แล้วแต่กรณี ซึ่งคดีนั้นค้างพิจารณาอยู่ คงมีอำนาจพิจารณาพิพากษาต่อไป
มาตรา ๕
ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
ชวน หลีกภัย
นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ :-
เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ
เนื่องจากเขตศาลของศาลอุทธรณ์ภาคที่กำหนดไว้เดิมไม่เหมาะสม
ทำให้มีจำนวนคดีไปสู่ศาลอุทธรณ์เป็นจำนวนมาก
สมควรแก้ไขเพิ่มเติมเขตศาลของศาลอุทธรณ์ภาค
เพื่อให้จำนวนคดีไปสู่ศาลอุทธรณ์ภาคมากขึ้นในสัดส่วนที่เหมาะสมกับจำนวนคดีที่ไปสู่ศาลอุทธรณ์ตามเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลอุทธรณ์ภาค
พ.ศ. ๒๕๓๒ และโดยที่มาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวบัญญัติว่า
ศาลอุทธรณ์ภาคจะมีเขตศาลเพียงไร ให้เป็นไปตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา
จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
พัชรี/ผู้จัดทำ
๒๖ ตุลาคม ๒๕๕๓
กวินทราดา/ตรวจ
[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๐/ตอนที่ ๑๐๑/ฉบับพิเศษ หน้า ๑/๒๘ กรกฎาคม
๒๕๓๖
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).