พระราชกฤษฎีกา
พระราชกฤษฎีกา
กำหนดเขตที่ดินที่จะทำการสำรวจเพื่อการวางและจัดทำผังเมืองรวม
ในท้องที่ตำบลป่ากอ
ตำบลถ้ำน้ำผุด ตำบลบางเตย ตำบลท้ายช้าง
และตำบลตากแดด
อำเภอเมืองพังงา จังหวัดพังงา
พ.ศ. ๒๕๒๑
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๐ ธันวาคม
พ.ศ. ๒๕๒๑
เป็นปีที่ ๓๓
ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรกำหนดเขตที่ดินที่จะทำการสำรวจเพื่อการวางและจัดทำผังเมืองรวม
ในท้องที่ตำบลป่ากอ ตำบลถ้ำน้ำผุด ตำบลบางเตย ตำบลท้ายช้าง และตำบลตากแดด อำเภอเมืองพังงา
จังหวัดพังงา เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาและบำรุงรักษาทรัพยากรธรรมชาติ
ภูมิประเทศที่งดงาม และสภาพแวดล้อม
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา
๒๕ แห่งธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พุทธศักราช ๒๕๒๐ และมาตรา ๑๔
แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑
พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า พระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินที่จะทำการสำรวจเพื่อการวางและจัดทำผังเมืองรวม
ในท้องที่ตำบลป่ากอ ตำบลถ้ำน้ำผุด ตำบลบางเตย ตำบลท้ายช้าง และตำบลตากแดด
อำเภอเมืองพังงา จังหวัดพังงา พ.ศ. ๒๕๒๑
มาตรา ๒[๑]
พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓
พระราชกฤษฎีกานี้ให้มีอายุห้าปี
มาตรา ๔
ให้ผู้อำนวยการสำนักผังเมืองเป็นเจ้าพนักงานการผังตามพระราชกฤษฎีกานี้
มาตรา ๕
เขตที่ดินที่จะทำการสำรวจเพื่อการวางและจัดทำผังเมืองรวมตามพระราชกฤษฎีกานี้
อยู่ในท้องที่ตำบลป่ากอ ตำบลถ้ำน้ำผุด ตำบลบางเตย ตำบลท้ายช้าง และตำบลตากแดด
อำเภอเมืองพังงา จังหวัดพังงา ภายในแนวเขตตามแผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกานี้
มาตรา ๖
ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
ส. โหตระกิตย์
รองนายกรัฐมนตรี
[เอกสารแนบท้าย]
๑. แผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินที่จะทำการสำรวจเพื่อการวางและจัดทำผังเมืองรวมในท้องที่ตำบลป่ากอ
ตำบลถ้ำน้ำผุด ตำบลบางเตย ตำบลท้ายช้าง และตำบลตากแดด อำเภอเมืองพังงา
จังหวัดพังงา พ.ศ. ๒๕๒๑
(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)
หมายเหตุ:-
เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ
เนื่องจากรัฐบาลมีนโยบายที่จะพัฒนาจังหวัดพังงา
จึงเป็นการสมควรที่จะวางและจัดทำผังเมืองรวมเพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาในด้านการใช้ประโยชน์ในทรัพย์สิน
การคมนาคมและการขนส่ง การสาธารณูปโภค บริการสาธารณะ และสภาพแวดล้อม
โดยคำนึงถึงการบำรุงรักษาทรัพยากรธรรมชาติ
และภูมิประเทศที่งดงามหรือมีคุณค่าในทางธรรมชาติ ดังนั้น
เพื่อให้เจ้าหน้าที่มีอำนาจเข้าไปทำการสำรวจที่ดินเพื่อดำเนินการดังกล่าว จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้ขึ้น
สรัลพร/พิมพ์
๑๘ ตุลาคม ๒๕๕๐
ฐิติพงษ์/ตรวจ
๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๐
วิภา/ปรับปรุง
๑๕ กรกฎาคม.๒๕๕๘
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๙๕/ตอนที่ ๑๕๒/ฉบับพิเศษ หน้า ๔๓/๒๘ ธันวาคม ๒๕๒๑
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).