กฎกระทรวง
ฉบับที่ ๙
(พ.ศ. ๒๕๖๒)
ออกตามความในพระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม
พ.ศ. ๒๕๑๔
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๙
แห่งพระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. ๒๕๑๔ และมาตรา ๖๕ ฉัพพีสติ
แห่งพระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. ๒๕๑๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม
(ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๖๐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป[๑]
ข้อ ๒ ในกรณีที่บริษัทเป็นผู้ได้รับสัมปทานหรือผู้ได้รับสัญญาแบ่งปันผลผลิต
สำหรับแปลงสำรวจหลายแปลง
โดยแปลงสำรวจบางแปลงอยู่ภายใต้บังคับพระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. ๒๕๑๔
ก่อนการแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม (ฉบับที่ ๕) พ.ศ.
๒๕๔๑ หรือบางแปลงอยู่ภายใต้บังคับพระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. ๒๕๑๔
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๔๑
ให้บริษัทดังกล่าวคำนวณรายได้ รายจ่าย
และกำไรสุทธิ สำหรับแปลงสำรวจที่อยู่ภายใต้บังคับพระราชบัญญัติฉบับนั้น ๆ
และแปลงสำรวจที่อยู่ภายใต้บังคับพระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. ๒๕๑๔
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๖๐
แยกต่างหากจากกัน แต่ถ้ารายได้และรายจ่ายรายการใดไม่สามารถแยกกันได้อย่างชัดแจ้ง
ให้บริษัทดังกล่าวเฉลี่ยรายได้และรายจ่ายตามที่กำหนดในกฎกระทรวงนี้
ข้อ ๓ ในการคำนวณรายได้
ให้บริษัทเฉลี่ยรายได้ตามสัดส่วนของรายจ่ายทั้งหมดของแปลงสำรวจที่อยู่ภายใต้บังคับพระราชบัญญัติแต่ละฉบับ
ข้อ ๔ ในการคำนวณรายจ่าย
ให้บริษัทเฉลี่ยรายจ่าย ดังต่อไปนี้
(๑) เงินเดือนและค่าแรงงานซึ่งโดยทางปฏิบัติไม่สามารถหรือไม่เหมาะสมที่จะจัดทำตารางเวลาการทำงาน
เพื่อแยกงานว่าเป็นของแปลงสำรวจที่อยู่ภายใต้บังคับพระราชบัญญัติฉบับใด
ให้บริษัทเฉลี่ยเงินเดือนและค่าแรงงานนั้นตามสัดส่วนเงินเดือนและค่าแรงงานที่เทียบเคียงกันได้ตามที่ได้มีการจัดทำตารางเวลาการทำงานของแปลงสำรวจที่อยู่ภายใต้บังคับพระราชบัญญัติแต่ละฉบับ
(๒) รายจ่ายนอกเหนือจากรายจ่ายตาม (๑)
ให้บริษัทเฉลี่ยตามสัดส่วนของรายจ่ายทั้งหมดที่แบ่งแยกได้ของแปลงสำรวจที่อยู่ภายใต้บังคับพระราชบัญญัติแต่ละฉบับ
ข้อ ๕ ในกรณีที่บริษัทเห็นว่า
การคำนวณรายได้หรือรายจ่ายโดยวิธีอื่นจะถูกต้องตามความเป็นจริงมากกว่าการคำนวณตามหลักเกณฑ์ข้อ
๓ หรือข้อ ๔ แล้วแต่กรณี บริษัทอาจขออนุมัติเพื่อนำหลักเกณฑ์อื่นนั้นมาใช้แทนได้
โดยทำเป็นหนังสือแสดงเหตุผลของการขอเปลี่ยนแปลงยื่นต่ออธิบดี
และเมื่อได้รับอนุมัติจากอธิบดีแล้ว
ให้ถือปฏิบัติตั้งแต่รอบระยะเวลาบัญชีที่อธิบดีกำหนดเป็นต้นไป
ถ้าข้อเท็จจริงปรากฏในภายหลังว่า
หลักเกณฑ์การคำนวณที่อธิบดีอนุมัติตามคำขอของบริษัทตามวรรคหนึ่ง
ไม่เหมาะสมด้วยประการใด ๆ หรือสภาพการณ์เปลี่ยนแปลงไป
ให้อธิบดีมีอำนาจสั่งแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์ดังกล่าวได้
แต่ทั้งนี้ไม่กระทบกระเทือนต่อการกระทำใด ๆ ที่บริษัทได้กระทำไปแล้วก่อนวันที่อธิบดีสั่งแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลง
ข้อ ๖ การคำนวณรายได้และรายจ่ายตามที่กำหนดในกฎกระทรวงนี้
ให้ใช้บังคับแก่รายได้และรายจ่ายที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ ๒๓ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๐
เป็นต้นไป
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๒
อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ
โดยที่มาตรา ๖๕ ฉัพพีสติ แห่งพระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. ๒๕๑๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม
(ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๖๐ กำหนดให้บริษัทที่เป็นผู้ได้รับสัมปทานหรือผู้ได้รับสัญญาแบ่งปันผลผลิต
ที่มีแปลงสำรวจหลายแปลงโดยแปลงสำรวจบางแปลงอยู่ภายใต้บังคับพระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม
พ.ศ. ๒๕๑๔ ก่อนการแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม (ฉบับที่
๕) พ.ศ. ๒๕๔๑ หรือบางแปลงอยู่ภายใต้บังคับพระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ.
๒๕๑๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม (ฉบับที่ ๕) พ.ศ.
๒๕๔๑ คำนวณรายได้ รายจ่าย และกำไรสุทธิ
สำหรับแปลงสำรวจที่อยู่ภายใต้บังคับพระราขบัญญัติฉบับนั้น ๆ และแปลงสำรวจที่อยู่ภายใต้บังคับพระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม
พ.ศ. ๒๕๑๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม (ฉบับที่ ๗)
พ.ศ. ๒๕๖๐ แยกต่างหากจากกัน
แต่ถ้ารายได้และรายจ่ายรายการใดไม่สามารถแยกกันได้อย่างชัดแจ้ง
ให้เฉลี่ยรายได้และรายจ่ายในการคำนวณตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง
จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
อรญา/จัดทำ
๑๘ มิถุนายน
๒๕๖๒
[๑]
ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๓๖/ตอนที่ ๗๐ ก/หน้า ๗/๒๘ พฤษภาคม ๒๕๖๒
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).