มาตรา ๖๒ ให้บริษัทเสียเบี้ยปรับในกรณีและตามอัตรา ดังต่อไปนี้
(๑)
ถ้ามิได้ยื่นแบบแสดงรายการเงินได้ภายในกำหนดเวลาตามมาตรา ๔๑
หรือภายในกำหนดเวลาที่ขยายหรือเลื่อนออกไปตามมาตรา ๕
ให้เสียเบี้ยปรับอีกหนึ่งเท่าของภาษี
(๒)
ถ้ายื่นแบบแสดงรายการเงินได้ไม่ถูกต้อง
หรือมีข้อผิดพลาดทำให้จำนวนภาษีที่ต้องเสียลดน้อยลง ให้เสียเบี้ยปรับอีกร้อยละ ๒๐
ของภาษีที่ประเมินเพิ่มเติม
(๓)
ถ้ามิได้หักภาษี ณ ที่จ่ายหรือมิได้ยื่นแบบแสดงรายการหักภาษี ณ ที่จ่าย
ภายในกำหนดเวลาตามหมวด ๕ หรือยื่นแบบแสดงรายการหักภาษี ณ ที่จ่ายไม่ถูกต้อง
ทำให้จำนวนภาษีที่นำส่งนั้นน้อยไปกว่าจำนวนที่ควรต้องนำส่ง ให้เสียเบี้ยปรับอีกร้อยละ
๒๐ ของภาษีที่มิได้หัก ณ ที่จ่าย หรือที่มิได้ยื่นแบบแสดงรายการ
หรือที่ยื่นแบบแสดงรายการขาดไป แล้วแต่กรณี
มาตรา ๖๓
บริษัทใดมิได้ชำระหรือนำส่งภาษีภายในกำหนดเวลาตามหมวด ๔ หรือหมวด ๕
หรือชำระหรือนำส่งขาดจากจำนวนที่ควรต้องชำระหรือนำส่ง ให้เสียเงินเพิ่มอีกร้อยละ ๑
ต่อเดือนหรือเศษของเดือนของภาษีที่ต้องชำระหรือชำระขาดหรือที่ต้องนำส่งหรือนำส่งขาด
โดยไม่รวมเบี้ยปรับตามมาตรา ๖๒ การคำนวณเงินเพิ่มดังกล่าวมิให้คิดทบต้น
ในกรณีที่อธิบดีสั่งให้ขยายหรือเลื่อนกำหนดเวลาชำระหรือนำส่งภาษีตามมาตรา
๕ และได้มีการชำระหรือนำส่งภาษีภายในกำหนดเวลาที่ขยายหรือเลื่อนให้นั้น
เงินเพิ่มตามวรรคหนึ่งให้ลดลงเหลือร้อยละ ๐.๕ ต่อเดือนหรือเศษของเดือน
การคำนวณเงินเพิ่มทุกกรณีตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง
ให้เริ่มนับแต่วันสุดท้ายแห่งกำหนดเวลายื่นแบบแสดงรายการเงินได้ตามมาตรา ๔๑
วรรคหนึ่งหรือวันสุดท้ายแห่งกำหนดเวลายื่นแบบแสดงรายการหักภาษี ณ ที่จ่ายตามมาตรา
๕๑ วรรคหนึ่ง แล้วแต่กรณี เว้นแต่การประเมินตามมาตรา ๕๙
ให้เริ่มนับแต่วันสุดท้ายแห่งเวลาที่เจ้าพนักงานประเมินกำหนด
เงินเพิ่มตามมาตรานี้มิให้เกินจำนวนภาษีที่ต้องชำระหรือนำส่งโดยไม่รวมเบี้ยปรับ
มาตรา ๖๔
เบี้ยปรับและเงินเพิ่มอาจงดหรือลดลงได้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง
มาตรา ๖๕ เพื่อให้ได้รับชำระเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม
ให้ถือว่าเบี้ยปรับและเงินเพิ่มตามหมวดนี้เป็นภาษี
บทกำหนดโทษ