กฎ ก
กฎ ก.ร.
ฉบับที่ ๒๔ (พ.ศ. ๒๕๔๒)
ออกตามความในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายรัฐสภา พ.ศ. ๒๕๑๘
ว่าด้วยการสั่งให้ข้าราชการรัฐสภาสามัญออกจากราชการ
กรณีไม่สามารถปฏิบัติราชการให้มีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผล
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๓ (๓)
แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายรัฐสภา พ.ศ. ๒๕๑๘ และมาตรา ๔๖ (๓)
แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายรัฐสภา พ.ศ. ๒๕๑๘
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายรัฐสภา (ฉบับที่ ๔) พ.ศ.
๒๕๓๕ ก.ร.ออกกฎ ก.ร.ไว้ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑[๑] กฎ
ก.ร.นี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ ๒
การสั่งให้ข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ใดออกจากราชการเพื่อรับบำเหน็จบำนาญเหตุทดแทนกรณีที่ไม่สามารถปฏิบัติราชการให้มีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลนั้น
ให้ส่วนราชการพิจารณาจากผลการปฏิบัติงานของข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้นั้นเป็นหลัก
และให้ส่วนราชการดำเนินการตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนด ในกฎ ก.ร.นี้
ข้อ ๓
การพิจารณาผลการปฏิบัติงานของข้าราชการรัฐสภาสามัญในสังกัดตามข้อ ๒
ให้ผู้บังคับบัญชากำหนดเป้าหมายหรือมาตรฐานการปฏิบัติงานและคุณลักษณะของการปฏิบัติงานที่ทางราชการพึงประสงค์
และประกาศให้ข้าราชการรัฐสภาสามัญในสังกัดได้ทราบโดยทั่วกันเป็นเวลาไม่น้อยกว่าหกเดือนก่อนการประเมินผลการปฏิบัติงานของข้าราชการรัฐสภาสามัญในสังกัด
โดยให้ผู้บังคับบัญชาประเมินผลการปฏิบัติงานตามวิธีการที่กำหนดไว้ ในกฎ ก.ร. ว่าด้วยการเลื่อนขั้นเงินเดือนโดยอนุโลม
ข้อ ๔
ข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ใดซึ่งผู้บังคับบัญชาได้ประเมินผลการปฏิบัติงานแล้วเห็นว่ามีผลการปฏิบัติงานต่ำกว่าเป้าหมายหรือมาตรฐานการปฏิบัติงานตามข้อ
๓ และไม่ได้รับการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนประจำปีเป็นเวลาติดต่อกันเป็นเวลาสองปี
ให้ผู้บังคับบัญชาแจ้งผลการประเมินหรือผลการพิจารณาพร้อมเหตุผลและกำหนดให้ผู้นั้นพัฒนาหรือปรับปรุงตนเองภายในระยะเวลาสามเดือน
แต่ไม่เกินหกเดือนหรือตามจำนวนครั้งที่จะกำหนดภายในระยะเวลาดังกล่าวนับแต่วันที่แจ้งผลการประเมินหรือผลการพิจารณาให้ทราบโดยให้ลงลายมือชื่อรับทราบไว้เป็นหลักฐาน
ในกรณีที่เห็นสมควร
ผู้บังคับบัญชาอาจเสนอความเห็นต่อผู้บังคับบัญชาตามมาตรา ๒๘
เพื่อพิจารณาแต่งตั้งให้ไปดำรงตำแหน่งอื่นในระดับเดียวกันกับที่ข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้นั้นมีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง
ซึ่งอาจคาดหมายได้ว่าจะทำให้ผู้นั้นปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผล
เมื่อได้ดำเนินการตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสองแล้ว
ให้ผู้บังคับบัญชาประเมินผลการปฏิบัติงานภายหลังการปรับปรุงตนเองของผู้นั้นอย่างน้อยสองครั้งภายในระยะเวลาห่างเท่า
ๆ กัน ในการประเมินผลการปฏิบัติงานภายหลังการปรับปรุงตนเองแต่ละครั้ง ผู้บังคับบัญชาอาจแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นเพื่อดำเนินการและเสนอแนะความคิดเห็นต่อผู้บังคับบัญชาก็ได้
ข้อ ๕
ในกรณีที่ผู้บังคับบัญชาได้ประเมินผลการปฏิบัติงานตามกฎ ก.ร.นี้
แล้วเห็นว่าข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ใดมีผลการปฏิบัติงานต่ำกว่าเป้าหมายหรือมาตรฐานปฏิบัติงานตามข้อ
๓ แต่ไม่เข้ากรณีตามข้อ ๔
ถ้าผู้บังคับบัญชาเห็นสมควรให้ได้รับการพัฒนาและปรับปรุงตนเองเพื่อให้การปฏิบัติราชการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลแล้ว
ผู้บังคับบัญชาอาจพิจารณาดำเนินการตามข้อ ๔ ได้
ข้อ ๖
ข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ใดซึ่งผู้บังคับบัญชาได้ให้โอกาสพัฒนาและปรับปรุงตนเองตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในข้อ
๔ แล้วแต่ผลการประเมินยังต่ำกว่าเป้าหมาย หรือมาตรฐานการปฏิบัติงานตามข้อ ๓
ให้ผู้บังคับบัญชาทำความเห็นเสนอผู้บังคับบัญชาตามมาตรา ๒๘ เพื่อพิจารณาสั่งให้ผู้นั้นออกจากราชการต่อไป
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๙ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๒
วันมูหะมัดนอร์ มะทา
ประธานรัฐสภา
ประธาน ก.ร.
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎ ก.ร.ฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา
๔๖ (๓) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายรัฐสภา พ.ศ. ๒๕๑๘
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายรัฐสภา (ฉบับที่ ๔) พ.ศ.
๒๕๓๕ กำหนดว่า
เมื่อข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ใดไม่สามารถปฏิบัติราชการให้มีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลในระดับอันเป็นที่พอใจของทางราชการ
ให้ผู้บังคับบัญชาดังกล่าวสั่งให้ผู้นั้นออกจากราชการ
ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎ ก.ร.
จึงจำเป็นต้องออกกฎ ก.ร.นี้
ประภาศรี/ผู้จัดทำ
๓
พฤศจิกายน ๒๕๕๑
[๑]
ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๑๖/ตอนที่ ๔ ก/หน้า ๑/๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๒
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).