กฎกระทรวง
กฎกระทรวง
ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการขอขึ้นทะเบียน การประกาศโฆษณา
การคัดค้านและการโต้แย้งคำคัดค้าน การขึ้นทะเบียน การอุทธรณ์
และการแก้ไขหรือเพิกถอนทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์
พ.ศ. ๒๕๔๗[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔ มาตรา ๙ มาตรา ๑๐ มาตรา ๑๓ วรรคสอง มาตรา ๑๕ มาตรา ๑๖ วรรคสอง มาตรา ๑๘ วรรคสอง มาตรา ๑๙ มาตรา ๒๒ และมาตรา ๒๖ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ พ.ศ. ๒๕๔๖ อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๕๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๒๘ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๗ เป็นต้นไป
บททั่วไป
ข้อ ๒ ในหมวดนี้
คำขอ หมายความว่า คำขอขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ และคำขออื่น และให้หมายความรวมถึงคำคัดค้าน คำโต้แย้ง คำอุทธรณ์และคำร้องอื่นด้วย
ข้อ ๓ บรรดาคำขอให้ใช้แบบพิมพ์ที่อธิบดีประกาศกำหนด
การกรอกข้อความในคำขอ ให้กรอกข้อความให้ครบถ้วนเป็นภาษาไทย โดยให้พิมพ์และลงลายมือชื่อผู้ยื่นคำขอ
การยื่นคำขอให้ยื่นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดหรือหน่วยงานอื่นตามที่อธิบดีประกาศกำหนด หรือส่งโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับถึงพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ หรือโดยวิธีอื่นใดตามที่อธิบดีประกาศกำหนด พร้อมชำระเงินค่าธรรมเนียมตามวิธีการที่อธิบดีประกาศกำหนด
ในกรณีส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับตามวรรคสาม ให้ถือว่าวันที่กรมทรัพย์สินทางปัญญารับคำขอเป็นวันที่ยื่นคำขอนั้น
ข้อ ๔ ในกรณีที่ต้องแนบสำเนาบัตรประจำตัวประกอบคำขอ
(๑) ถ้าเป็นส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือองค์กรอื่นของรัฐที่เป็นนิติบุคคล ให้หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือองค์กรอื่นของรัฐ เป็นผู้ยื่นคำขอในนามหน่วยงานดังกล่าว โดยให้แนบสำเนาบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐตามกฎหมายว่าด้วยบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือคำสั่งแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าหน่วยงานนั้น
(๒) ถ้าเป็นนิติบุคคล ให้แนบสำเนาหนังสือรับรองนิติบุคคลซึ่งเป็นฉบับปัจจุบัน โดยมีคำรับรองของผู้มีอำนาจให้คำรับรองตามกฎหมายไม่เกินหกเดือนนับแต่วันที่ออกหนังสือรับรองนั้น เว้นแต่ในกรณีที่เป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งตามกฎหมายต่างประเทศซึ่งได้ส่งเอกสารตามข้อ ๖ โดยมีการระบุข้อความรับรองการเป็นนิติบุคคลในต่างประเทศไว้ด้วยแล้ว
(๓) ถ้าเป็นบุคคลธรรมดาหรือกลุ่มบุคคล ให้แนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน บัตรประจำตัวอื่นที่ทางราชการออกให้ ใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว หรือหนังสือเดินทาง
ข้อ ๕ การยื่นคำขอที่กระทำโดยผู้รับมอบอำนาจ ให้แนบหนังสือมอบอำนาจ และสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน บัตรประจำตัวอื่นที่ทางราชการออกให้ ใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว หรือหนังสือเดินทาง ของผู้รับมอบอำนาจมาพร้อมกันด้วย
ข้อ ๖ ในกรณีที่การมอบอำนาจได้กระทำในต่างประเทศ หนังสือมอบอำนาจต้องมีคำรับรองลายมือชื่อโดยเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของสถานทูตไทย หรือสถานกงสุลไทย หรือหัวหน้าสำนักงานสังกัดกระทรวงพาณิชย์ซึ่งประจำอยู่ ณ ประเทศที่ผู้มอบอำนาจมีถิ่นที่อยู่ หรือเจ้าหน้าที่ผู้ได้รับมอบหมายให้กระทำการแทนบุคคลดังกล่าว หรือมีคำรับรองของบุคคลซึ่งกฎหมายของประเทศนั้นให้มีอำนาจรับรองลายมือชื่อ
ในกรณีที่หนังสือมอบอำนาจตามวรรคหนึ่งได้กระทำในประเทศไทยโดยผู้มอบอำนาจมิได้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย ต้องส่งสำเนาหนังสือเดินทาง หรือสำเนาหนังสือรับรองถิ่นที่อยู่ชั่วคราว หรือหลักฐานอื่นที่แสดงให้นายทะเบียนเห็นว่าในขณะมอบอำนาจ ผู้มอบอำนาจได้เข้ามาในประเทศไทยจริง
ข้อ ๗ ผู้ยื่นคำขอต้องรับรองความถูกต้องของสำเนาเอกสารประกอบคำขอด้วย
ข้อ ๘ เอกสารประกอบคำขอที่เป็นภาษาต่างประเทศ ผู้ยื่นคำขอต้องจัดให้มีคำแปลเป็นภาษาไทยโดยมีคำรับรองของผู้แปลด้วยว่าเป็นคำแปลที่ถูกต้อง
การขอขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์
ข้อ ๙ คำขอขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์อย่างน้อยต้องมีรายการดังต่อไปนี้
(๑) รายละเอียดเกี่ยวกับผู้ยื่นคำขอขึ้นทะเบียนตามรายการในแบบพิมพ์
(๒) ชื่อ สัญลักษณ์ หรือสิ่งอื่นใดที่ใช้เรียกหรือใช้แทนแหล่งภูมิศาสตร์
(๓) รายการสินค้าที่ใช้สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์
(๔) รายละเอียดเกี่ยวกับคุณภาพ ชื่อเสียง คุณสมบัติหรือคุณลักษณะเฉพาะของสินค้าที่ใช้สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์
(๕) รายละเอียดซึ่งแสดงความสัมพันธ์ระหว่างสินค้าที่ใช้สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์กับแหล่งภูมิศาสตร์
(๖) รายละเอียดเกี่ยวกับที่ตั้งแหล่งภูมิศาสตร์ที่ขอขึ้นทะเบียน
(๗) รายละเอียดแสดงการใช้สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ที่ขอขึ้นทะเบียนบนฉลากสินค้า
(๘) ลายมือชื่อของผู้ยื่นคำขอขึ้นทะเบียนและวันเดือนปีที่ลงลายมือชื่อ
ข้อ ๑๐ การยื่นคำขอขึ้นทะเบียน ให้ยื่นคำขอพร้อมเอกสารหลักฐานดังต่อไปนี้
(๑) สำเนาคำขอ จำนวน ๑ ชุด
(๒) สำเนาบัตรประจำตัว
(๓) ภาพถ่ายของสินค้าที่ใช้สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ที่ขอขึ้นทะเบียน
(๔) ต้นฉบับ สำเนาหรือภาพถ่ายของฉลากสินค้าที่ใช้สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ที่ขอขึ้นทะเบียนซึ่งสามารถเห็นข้อความตามที่ระบุไว้อย่างชัดเจน
การประกาศโฆษณา
ข้อ ๑๑ ให้นายทะเบียนดำเนินการประกาศโฆษณาการรับขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ตามมาตรา ๑๕ โดยวิธีปิดประกาศไว้ในที่ซึ่งเห็นได้ง่าย ณ กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ หรือโดยวิธีอื่นใดที่อธิบดีประกาศกำหนด
ข้อ ๑๒ การประกาศโฆษณาการรับขึ้นทะเบียนตามข้อ ๑๑ ให้มีรายการดังต่อไปนี้
(๑) เลขที่คำขอขึ้นทะเบียนและวันที่ยื่นคำขอขึ้นทะเบียน
(๒) วันที่ประกาศโฆษณาการรับขึ้นทะเบียน
(๓) ชื่อ ที่อยู่ หรือสถานที่ประกอบธุรกิจของผู้ขอขึ้นทะเบียน
(๔) รายการสินค้าที่ใช้สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์
(๕) รายละเอียดเกี่ยวกับคุณภาพ ชื่อเสียง คุณสมบัติหรือคุณลักษณะเฉพาะของสินค้าที่ใช้สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์
(๖) รายละเอียดซึ่งแสดงความสัมพันธ์ระหว่างสินค้าที่ใช้สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์กับแหล่งภูมิศาสตร์
(๗) รายละเอียดเกี่ยวกับที่ตั้งและแผนที่แสดงแหล่งภูมิศาสตร์ที่ขอขึ้นทะเบียนอย่างชัดเจน
(๘) เงื่อนไขที่นายทะเบียนกำหนดตามมาตรา ๑๕
(๙) รายการอื่นที่นายทะเบียนเห็นสมควร
การคัดค้านการขึ้นทะเบียนและการโต้แย้งคำคัดค้าน
ข้อ ๑๓ การคัดค้านการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ตามมาตรา ๑๖ ให้ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านโดยระบุเหตุแห่งการคัดค้านพร้อมแนบสำเนา จำนวน ๑ ชุด และสำเนาบัตรประจำตัวของผู้คัดค้าน
ข้อ ๑๔ ในกรณีที่มีการคัดค้านการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ให้ผู้ขอขึ้นทะเบียนยื่นคำโต้แย้งโดยระบุเหตุแห่งการโต้แย้งพร้อมแนบสำเนาตามจำนวนของผู้คัดค้าน
การขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์
ข้อ ๑๕ การขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ตามมาตรา ๑๙ ให้นายทะเบียนออกเลขทะเบียนตามลำดับการขึ้นทะเบียน การจัดทำทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์โดยให้มีรายการดังต่อไปนี้
(๑) เลขที่คำขอขึ้นทะเบียนและวันที่ยื่นคำขอขึ้นทะเบียน
(๒) เลขทะเบียนและวันที่ขึ้นทะเบียน
(๓) รายการตามข้อ ๙ (๑) (๒) (๓) (๔) (๕) และ (๖)
(๔) แผนที่แสดงแหล่งภูมิศาสตร์ที่ขอขึ้นทะเบียนอย่างชัดเจน
(๕) เงื่อนไขที่นายทะเบียนกำหนดตามมาตรา ๑๕
(๖) รายการอื่นที่นายทะเบียนเห็นสมควร
การอุทธรณ์
ข้อ ๑๖ การอุทธรณ์คำสั่งหรือคำวินิจฉัยของนายทะเบียนตามมาตรา ๑๓ วรรคสอง มาตรา ๑๘ วรรคสอง และมาตรา ๒๖ วรรคสอง ให้ผู้อุทธรณ์ยื่นคำอุทธรณ์โดยระบุเหตุแห่งการอุทธรณ์ พร้อมแนบสำเนาจำนวน ๑ ชุด
ข้อ ๑๗ ภายในกำหนดเวลาการยื่นอุทธรณ์ ผู้อุทธรณ์อาจขอแก้ไขเพิ่มเติมคำอุทธรณ์ได้ โดยทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อของผู้อุทธรณ์ ชี้แจงข้อเท็จจริง วัตถุประสงค์และเหตุผลของการแก้ไขเพิ่มเติมคำอุทธรณ์
ข้อ ๑๘ ก่อนที่คณะกรรมการมีคำวินิจฉัย ผู้อุทธรณ์อาจขอถอนคำอุทธรณ์ได้โดยทำคำร้องเป็นหนังสือ ลงลายมือชื่อผู้อุทธรณ์ และชี้แจงเหตุแห่งการขอถอนคำอุทธรณ์
กรณีที่ผู้อุทธรณ์ได้ยื่นหนังสือขอถอนคำอุทธรณ์ตามวรรคหนึ่ง เมื่อนายทะเบียนได้ตรวจสอบความถูกต้องแล้วให้นำเสนอคณะกรรมการทราบ และจำหน่ายคำอุทธรณ์ออกจากสารบบอุทธรณ์
การแก้ไขหรือเพิกถอนทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์
ข้อ ๑๙ การขอแก้ไขหรือเพิกถอนทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ตามมาตรา ๒๒ ให้ยื่นคำขอโดยระบุเหตุแห่งการแก้ไขหรือเพิกถอนพร้อมเอกสารหลักฐานดังต่อไปนี้
(๑) สำเนาบัตรประจำตัวของผู้ยื่นคำขอแก้ไขหรือเพิกถอน
(๒) รายละเอียดเกี่ยวกับสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ที่ขอแก้ไขหรือเพิกถอน
ข้อ ๒๐ ในกรณีที่คณะกรรมการมีคำวินิจฉัยให้แก้ไขทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ใดตามมาตรา ๒๒ แล้ว ให้ประกาศโฆษณาการแก้ไขทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์นั้นตามวิธีการที่กำหนดไว้ตามข้อ ๑๑
การประกาศโฆษณาตามวรรคหนึ่ง ให้มีรายการดังต่อไปนี้
(๑) เลขที่คำขอขึ้นทะเบียนและวันที่ยื่นคำขอแก้ไขทะเบียน
(๒) เลขทะเบียนและวันที่ขึ้นทะเบียน
(๓) วันที่ประกาศโฆษณาการแก้ไขทะเบียน
(๔) รายการที่คณะกรรมการมีคำสั่งให้แก้ไข
(๕) รายการอื่นที่นายทะเบียนเห็นสมควร
ข้อ ๒๑ ในกรณีที่คณะกรรมการมีคำวินิจฉัยให้เพิกถอนทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ใดตามมาตรา ๒๒ แล้ว ให้นายทะเบียนบันทึกรายการเพิกถอนลงในทะเบียน และให้ประกาศโฆษณาการเพิกถอนทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์นั้นตามวิธีการที่กำหนดไว้ตามข้อ ๑๑
การประกาศโฆษณาตามวรรคหนึ่ง ให้มีรายการดังต่อไปนี้
(๑) เลขที่คำขอขึ้นทะเบียนและวันที่ยื่นคำขอเพิกถอนทะเบียน
(๒) เลขทะเบียนและวันที่ขึ้นทะเบียน
(๓) วันที่ประกาศโฆษณาการเพิกถอนทะเบียน
(๔) ทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ที่คณะกรรมการมีคำสั่งให้เพิกถอน
(๕) รายการอื่นที่นายทะเบียนเห็นสมควร
ข้อ ๒๒ การถอนคำขอให้เพิกถอนทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ให้นำความตามข้อ ๑๘ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๘ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๗
วัฒนา เมืองสุข
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่พระราชบัญญัติคุ้มครองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ พ.ศ. ๒๕๔๖ บัญญัติให้หลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการขอขึ้นทะเบียน รายละเอียดในคำขอขึ้นทะเบียน วิธีการประกาศโฆษณา การรับขึ้นทะเบียน หลักเกณฑ์และวิธีการในการยื่นคำคัดค้านการขึ้นทะเบียน หลักเกณฑ์และวิธีการในการขึ้นทะเบียน หลักเกณฑ์และวิธีการอุทธรณ์คำสั่งหรือคำวินิจฉัยของนายทะเบียน หลักเกณฑ์และวิธีการแก้ไขหรือเพิกถอนทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ และวิธีการประกาศโฆษณาการแก้ไขหรือเพิกถอนทะเบียนดังกล่าว ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
วิชชุตา/ผู้จัดทำ
๑๓ มิถุนายน ๒๕๕๔
[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๑/ตอนที่ ๓๗ ก/หน้า ๗/๑๖ มิถุนายน ๒๕๔๗
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).