法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

กฎกระทรวง ฉบับที่ 321 (พ.ศ. 2540) ออกตามความในพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. 2518 (Update ณ วันที่ 17/06/2545)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
20
มาตรา อารัมภบท

กฎกระทรวง

กฎกระทรวง

ฉบับที่

๓๒๑ (พ.ศ.๒๕๔๐)

ออกตามความในพระราชบัญญัติการผังเมือง

พ.ศ.

๒๕๑๘[๑]

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕

แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘ และมาตรา ๒๖ วรรคหนึ่ง

แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘

ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการผังเมือง (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๕

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑[๒] กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับได้มีกำหนดห้าปี

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ให้ใช้บังคับผังเมืองรวม

ในท้องที่ตำบลบ่อยาง ตำบลเขารูปช้าง ตำบลเกาะแต้ว ตำบลพะวง และตำบลทุ่งหวัง

อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา ภายในแนวเขตตามแผนที่ท้ายกฎกระทรวงนี้

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ การวางและจัดทำผังเมืองรวมตามกฎกระทรวงนี้

มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนา

การดำรงรักษาเมืองและบริเวณที่เกี่ยวข้องหรือชนบท ในด้านการใช้ประโยชน์ในทรัพย์สิน

การคมนาคมและการขนส่ง การสาธารณูปโภค บริการสาธารณะ

และสภาพแวดล้อมในบริเวณแนวเขตตามข้อ ๒

ให้สอดคล้องกับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ผังเมืองรวมตามกฎกระทรวงนี้

มีนโยบายและมาตรการเพื่อจัดระบบการใช้ประโยชน์ที่ดินให้มีประสิทธิภาพ

สามารถรองรับและสอดคล้องกับการขยายตัวของชุมชนในอนาคต

ส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจและโครงข่ายบริการสาธารณะ โดยมีสาระสำคัญดังต่อไปนี้

(๑)

สร้างฐานทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมเพื่อให้เป็นแหล่งจ้างงาน

โดยพัฒนาให้เป็นเมืองท่าสินค่าส่งออกที่สำคัญ

พัฒนาอุตสาหกรรมส่งออกและอุตสาหกรรมที่ใช้วัตถุดิบในท้องถิ่น

(๒)

พัฒนาและส่งเสริมให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญ

(๓) พัฒนาการบริการทางสังคม

การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการให้เพียงพอและได้มาตรฐาน

(๔) อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ การใช้ประโยชน์ที่ดินภายในเขตผังเมืองรวม

ให้เป็นไปตามแผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินตามที่ได้จำแนกประเภท

แผนผังแสดงโครงการคมนาคมและขนส่ง และรายการประกอบแผนผังท้ายกฎกระทรวงนี้

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

การใช้ประโยชน์ที่ดินตามแผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินตามที่ได้จำแนกประเภทท้ายกฎกระทรวง

ให้เป็นไปดังต่อไปนี้

(๑) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๑.๑ ถึงหมายเลข ๑.๖๓

ที่กำหนดไว้เป็นสีเหลือง ให้เป็นที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย

(๒) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๒.๑ ถึงหมายเลข ๒.๓๒

ที่กำหนดไว้เป็นสีส้ม ให้เป็นที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง

(๓) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๓.๑ ถึงหมายเลข ๓.๙

ที่กำหนดไว้เป็นสีแดง ให้เป็นที่ดินประเภทพาณิชยกรรมและที่อยู่อาศัยหนาแน่นมาก

(๔) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๔.๑ ถึงหมายเลข ๔.๓

ที่กำหนดไว้เป็นสีม่วง ให้เป็นที่ดินประเภทอุตสาหกรรมและคลังสินค้า

(๕) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๕.๑ ถึงหมายเลข ๕.๔

ที่กำหนดไว้เป็นสีม่วงอ่อน ให้เป็นที่ดินประเภทอุตสาหกรรมเฉพาะกิจ

(๖) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๖.๑ ถึงหมายเลข ๖.๒๘

ที่กำหนดไว้เป็นสีเขียว ให้เป็นที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรม

(๗) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๗.๑ ถึงหมายเลข ๗.๑๗

ที่กำหนดไว้เป็นสีเขียวอ่อน ให้เป็นที่ดินประเภทที่โล่งเพื่อนันทนาการและการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม

(๘) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๘.๑ ถึงหมายเลข ๘.๒๗

ที่กำหนดไว้เป็นสีเขียวมะกอก ให้เป็นที่ดินประเภทสถาบันการศึกษา

(๙) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๙

ที่กำหนดไว้เป็นสีฟ้า ให้เป็นที่ดินประเภทที่โล่งเพื่อการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม

(๑๐) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๑๐.๑ ถึงหมายเลข

๑๐.๓๔ ที่กำหนดไว้เป็นสีเทาอ่อน ให้เป็นที่ดินประเภทสถาบันศาสนา

(๑๑) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๑๑.๑ ถึงหมายเลข

๑๑.๔๒ ที่กำหนดไว้เป็นสีน้ำเงิน ให้เป็นที่ดินประเภทสถาบันราชการ

การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย

ให้ใช้ประโยชน์เพื่อการอยู่อาศัย สถาบันราชการ

การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการเป็นส่วนใหญ่

สำหรับการใช้พื้นที่เพื่อกิจการอื่นให้ใช้เพิ่มเติมได้อีกไม่เกินร้อยละ ๑๐

ของที่ดินประเภทนี้ในแต่ละบริเวณ

และห้ามใช้ประโยชน์ในที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้

(๑) โรงงานทุกประเภท

เว้นแต่โรงงานที่ประกอบกิจการโดยไม่ก่อเหตุรำคาญตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข

หรือไม่เป็นมลพิษต่อชุมชนหรือสิ่งแวดล้อมตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ

(๒)

คลังวัตถุมีพิษและคลังวัตถุระเบิดตามกฎหมายว่าด้วยวัตถุอันตราย

(๓) คลังเชื้อเพลิงเพื่อการขายส่ง

(๔)

สถานที่บรรจุก๊าซและสถานที่เก็บก๊าซตามกฎหมายว่าด้วยการบรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลว

แต่ไม่หมายความรวมถึงสถานีบริการและร้านจำหน่ายก๊าซ

(๕) กำจัดขยะมูลฝอย

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง

ให้ใช้ประโยชน์เพื่อการอยู่อาศัย สถาบันราชการ

การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการเป็นส่วนใหญ่

สำหรับการใช้พื้นที่เพื่อกิจการอื่นให้ใช้เพิ่มได้อีกไม่เกินร้อยละ ๑๐

ของที่ดินประเภทนี้ในแต่ละบริเวณ

และห้ามใช้ประโยชน์ในที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้

(๑) โรงงานทุกประเภท เว้นแต่โรงงานที่ประกอบกิจการโดยไม่ก่อเหตุรำคาญตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข

หรือไม่เป็นมลพิษต่อชุมชนหรือสิ่งแวดล้อมตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ

(๒)

คลังวัตถุมีพิษและคลังวัตถุระเบิดตามกฎหมายว่าด้วยวัตถุอันตราย

(๓) คลังเชื้อเพลิงเพื่อการขายส่ง

(๔)

สถานที่บรรจุก๊าซและสถานที่เก็บก๊าซตามกฎหมายว่าด้วยการบรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลว

แต่ไม่หมายความรวมถึงสถานีบริการและร้านจำหน่ายก๊าซ

(๕) เลี้ยงม้า โค กระบือ สุกร แพะ แกะ ห่าน เป็ด

หรือไก่ เพื่อการค้าหรือโดยก่อเหตุรำคาญตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข

(๖) กำจัดมูลฝอย

(๗) ซื้อขายเศษวัสดุ

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙

ที่ดินประเภทพาณิชยกรรมและที่อยู่อาศัยหนาแน่นมากในบริเวณหมายเลข ๓.๑

ถึงหมายเลข ๓.๙ ยกเว้นหมายเลข ๓.๗ และหมายเลข ๓.๘ ให้ใช้ประโยชน์เพื่อพาณิชยกรรม

การอยู่อาศัย สถาบันราชการ การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการเป็นส่วนใหญ่ สำหรับการใช้พื้นที่เพื่อกิจการอื่นให้ใช้เพิ่มได้อีกไม่เกินร้อยละ

๑๐ ของที่ดินประเภทนี้ในแต่ละบริเวณ

และห้ามใช้ประโยชน์ในที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้

(๑) โรงงานทุกประเภท

เว้นแต่โรงงานที่ประกอบกิจการโดยไม่ก่อเหตุรำคาญตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข

หรือไม่เป็นมลพิษต่อชุมชนหรือสิ่งแวดล้อมตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ

(๒)

คลังวัตถุมีพิษและคลังวัตถุระเบิดตามกฎหมายว่าด้วยวัตถุอันตราย

(๓) คลังเชื้อเพลิงเพื่อการขายส่ง

(๔)

สถานที่บรรจุก๊าซและสถานที่เก็บก๊าซตามกฎหมายว่าด้วยการบรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลว

(๕) เลี้ยงม้า โค กระบือ สุกร แพะ แกะ ห่าน เป็ด

ไก่ หรืองู เพื่อการค้าหรือโดยก่อเหตุรำคาญตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข

(๖) ไซโลเก็บผลิตผลการรเกษตร

(๗)

สุสานและฌาปนสถานตามกฎหมายว่าด้วยสุสานและฌาปนสถาน

(๘) กำจัดมูลฝอย

(๙) ซื้อขายเศษวัสดุ

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐

ที่ดินประเภทพาณิชยกรรมและที่อยู่อาศัยหนาแน่นมากในบริเวณหมายเลข ๓.๗

และหมายเลข ๓.๘ ให้ใช้ประโยชน์เพื่อพาณิชยกรรม การท่องเที่ยว

หรือเกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว การอยู่อาศัย สถาบันราชการ

การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการเป็นส่วนใหญ่ สำหรับการใช้พื้นที่เพื่อกิจการอื่นให้ใช้เพิ่มได้อีกไม่เกินร้อยละ

๑๐ ของที่ดินประเภทนี้ในแต่ละบริเวณ

และห้ามใช้ประโยชน์ในที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้

(๑) โรงงานทุกประเภท

เว้นแต่โรงงานที่ประกอบกิจการโดยไม่ก่อเหตุรำคาญตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข

หรือไม่เป็นมลพิษต่อชุมชนหรือสิ่งแวดล้อมตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ

(๒)

คลังวัตถุมีพิษและคลังวัตถุระเบิดตามกฎหมายว่าด้วยวัตถุอันตราย

(๓) คลังเชื้อเพลิงเพื่อการขายส่ง

(๔)

สถานที่บรรจุก๊าซและสถานที่เก็บก๊าซตามกฎหมายว่าด้วยการบรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลว

(๕) เลี้ยงม้า โค กระบือ สุกร แพะ แกะ ห่าน เป็ด

ไก่ หรืองู เพื่อการค้าหรือโดยก่อเหตุรำคาญตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข

(๖) ไซโลเก็บผลิตผลการเกษตร

(๗)

สุสานและฌาปนสถานตามกฎหมายว่าด้วยสุสานและฌาปนสถาน

(๘) กำจัดมูลฝอย

(๙) ซื้อขายเศษวัสดุ

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ที่ดินประเภทอุตสาหกรรมและคลังสินค้า

ให้ใช้ประโยชน์เพื่ออุตสาหกรรมและคลังสินค้า สถาบันราชการ

การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการเป็นส่วนใหญ่

สำหรับการใช้พื้นที่เพื่อกิจการอื่นให้ใช้เพิ่มได้อีกไม่เกินร้อยละ ๑๐

ของที่ดินประเภทนี้ในแต่ละบริเวณ และห้ามใช้ประโยชน์ในที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด

ดังต่อไปนี้

(๑) สถานสงเคราะห์หรือรับเลี้ยงเด็กหรือคนชรา

(๒)

สุสานและฌาปนสถานตามกฎหมายว่าด้วยสุสานและฌาปนสถาน

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒

ที่ดินประเภทอุตสาหกรรมเฉพาะกิจในบริเวณหมายเลข ๕.๑ และหมายเลข ๕.๒

ให้ใช้ประโยชน์เพื่ออุตสาหกรรมเกี่ยวกับการประมง สถาบันราชการ การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการเป็นส่วนใหญ่

สำหรับการใช้พื้นที่เพื่อกิจการอื่นให้ใช้เพิ่มได้อีกไม่เกินร้อยละ ๑๐

ของที่ดินประเภทนี้ในแต่ละบริเวณ

และห้ามใช้ประโยชน์ในที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้

(๑) โรงงานทุกประเภท

เว้นแต่โรงงานที่ประกอบกิจการเกี่ยวกับอุตสาหกรรมการประมงหรือโรงงานที่ประกอบกิจการโดยไม่เป็นมลพิษต่อชุมชนหรือสิ่งแวดล้อมตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ

(๒) คลังวัตถุมีพิษตามกฎหมายว่าด้วยวัตถุอันตราย

(๓) สถานสงเคราะห์หรือรับเลี้ยงเด็กหรือคนชรา

(๔) สุสานและฌาปนสถานตามกฎหมายว่าด้วยสุสานและฌาปนสถาน

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓

ที่ดินประเภทอุตสาหกรรมเฉพาะกิจในบริเวณหมายเลข ๕.๓ และหมายเลข ๕.๔

ให้ใช้ประโยชน์เพื่ออุตสาหกรรมบริการและอุตสาหกรรมประกอบกิจการ

โดยไม่เป็นมลพิษต่อชุมชนหรือสิ่งแวดล้อม สถาบันราชการ

การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการเป็นส่วนใหญ่ สำหรับการใช้พื้นที่เพื่อกิจการอื่นให้ใช้เพิ่มได้อีกไม่เกินร้อยละ

๑๐ ของที่ดินประเภทนี้ในแต่ละบริเวณ

และห้ามใช้ประโยชน์ในที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้

(๑) โรงงานทุกประเภท

เว้นแต่โรงงานที่ประกอบกิจการเกี่ยวกับอุตสาหกรรมบริการ หรือโรงงานที่ประกอบกิจการ

โดยไม่เป็นมลพิษต่อชุมชนหรือสิ่งแวดล้อมตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ

(๒) คลังวัตถุมีพิษตามกฎหมายว่าด้วยวัตถุอันตราย

(๓) สถานสงเคราะห์หรือรับเลี้ยงเด็กหรือคนชรา

(๔)

สุสานและฌาปนสถานตามกฎหมายว่าด้วยสุสานและฌาปนสถาน

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรม

ให้ใช้ประโยชน์เพื่อเกษตรกรรม สถาบันราชการ

การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการเป็นส่วนใหญ่

สำหรับการใช้พื้นที่เพื่อกิจการอื่นให้ใช้เพิ่มได้อีกไม่เกินร้อยละ ๑๐

ของที่ดินประเภทนี้ในแต่ละบริเวณ และห้ามใช้ประโยชน์ในที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด

ดังต่อไปนี้

(๑) จัดสรรที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย

ประกอบการพาณิชย์ หรือประกอบอุตสาหกรรม

(๒) โรงงานทุกประเภท

เว้นแต่โรงงานที่ประกอบกิจการโดยไม่เป็นมลพิษต่อชุมชนหรือสิ่งแวดล้อมตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ที่ดินประเภทที่โล่งเพื่อนันทนาการและการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม

ให้ใช้ประโยชน์เพื่อนันทนาการหรือเกี่ยวข้องกับนันทนาการ

การรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมหรือสาธารณประโยชน์เท่านั้น

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ที่ดินประเภทสถาบันการศึกษา

ให้ใช้ประโยชน์เพื่อการศึกษาหรือเกี่ยวข้องกับการศึกษา สถาบันราชการ

หรือสาธารณประโยชน์เท่านั้น

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗

ที่ดินประเภทที่โล่งเพื่อการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม

ให้ใช้ประโยชน์เพื่อการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม การท่องเที่ยว

หรือเกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว สถาบันราชการ หรือสาธารณประโยชน์เท่านั้น

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ที่ดินประเภทสถาบันศาสนา

ให้ใช้ประโยชน์เพื่อการศาสนาหรือเกี่ยวข้องกับการศาสนา การศึกษา สถาบันราชการ

หรือสาธารณประโยชน์เท่านั้น

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ที่ดินประเภทสถาบันราชการ

การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ ให้ใช้ประโยชน์เพื่อกิจการของรัฐ

กิจการเกี่ยวกับการสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ หรือสาธารณประโยชน์เท่านั้น

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐

ให้ผู้มีอำนาจหน้าที่ในการควบคุมการก่อสร้างอาคารหรือการประกอบกิจการในเขตผังเมืองรวมปฏิบัติการให้เป็นไปตามกฎกระทรวงนี้

ให้ไว้

ณ วันที่ ๒๘ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๐

เสนาะ เทียนทอง

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

[เอกสารแนบท้าย]

๑. แผนที่ท้ายกฎกระทรวง ฉบับที่ ๓๒๑ (พ.ศ. ๒๕๔๐)

ออกตามความในพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘

๒.

แผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินตามที่ได้จำแนกประเภทท้ายกฎกระทรวง ฉบับที่ ๓๒๑

(พ.ศ. ๒๕๔๐) ออกตามความในพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘

๓. รายการประกอบแผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินตามที่ได้จำแนกประเภทท้ายร่างกฎกระทรวง

ฉบับที่ ฉบับที่ ๓๒๑ (พ.ศ. ๒๕๔๐) ออกตามความในพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘

๔. แผนผังแสดงโครงการคมนาคมและขนส่งท้ายกฎกระทรวง

ฉบับที่ ๓๒๑ (พ.ศ. ๒๕๔๐) ออกตามความในพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘

๕. รายการประกอบแผนผังแสดงโครงการคมนาคมและขนส่งท้ายกฎกระทรวง

ฉบับที่ ๓๒๑ (พ.ศ. ๒๕๔๐) ออกตามความในพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

หมายเหตุ

:- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ

โดยที่สมควรกำหนดให้ใช้บังคับ ผังเมืองรวม ในท้องที่ตำบลบ่อยาง ตำบลเขารูปช้าง

ตำบลเกาะแต้ว ตำบลพะวง และตำบลทุ่งหวัง อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา

เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนา และการดำรงรักษาเมืองและบริเวณที่เกี่ยวข้องหรือชนบท

ในด้านการใช้ประโยชน์ในทรัพย์สิน การคมนาคมและการขนส่ง การสาธารณูปโภค

บริการสาธารณะ และสภาพแวดล้อม ทั้งนี้ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของการผังเมือง

และโดยที่มาตรา ๒๖ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘

ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการผังเมือง (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๕ บัญญัติว่า

การใช้บังคับผังเมืองรวมให้กระทำโดยกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

ยกฎกระทรวงขยายระยะเวลาการใช้บังคับผังเมืองรวมเมืองสงขลา

พ.ศ. ๒๕๔๕[๓]

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ

โดยที่ปรากฏว่าสภาพการณ์และสิ่งแวดล้อมในการใช้บังคับผังเมืองรวมในท้องที่ตำบลบ่อยาง

ตำบลเขารูปช้าง ตำบลเกาะแต้วตำบลพะวง และตำบลทุ่งหวัง อำเภอเมืองสงขลา

จังหวัดสงขลา ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ ๓๒๑ (พ.ศ. ๒๕๔๐)

ออกตามความในพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘ ไม่มีการเปลี่ยนแปลงในสาระสำคัญ

สมควรขยายระยะเวลาการใช้บังคับกฎกระทรวงดังกล่าวต่อไปอีกห้าปี และเนื่องจากมาตรา

๒๖ วรรคสี่ แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการผังเมือง

(ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๕ บัญญัติว่า ภายในหนึ่งปีก่อนระยะเวลาการใช้บังคับกฎกระทรวงกำหนดให้ใช้บังคับผังเมืองรวมสิ้นสุดลง

ถ้าปรากฏว่าสภาพการณ์และสิ่งแวดล้อมในการใช้บังคับผังเมืองรวมตามกฎกระทรวงดังกล่าวไม่มีการเปลี่ยนแปลงในสาระสำคัญ

และเมื่อได้จัดให้มีการประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในท้องที่ที่ใช้บังคับผังเมืองรวมนั้นแล้วไม่มีผู้ใดคัดค้าน

ก็ให้ขยายระยะเวลาการใช้บังคับกฎกระทรวงได้อีกห้าปี จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

จำปี/พิมพ์

๑๔

พฤษภาคม ๒๕๕๐

หทัยภัทร/ตรวจ

๒๗

มิถุนายน ๒๕๕๐

สุนันทา/ผู้จัดทำ

๑๑

ธันวาคม ๒๕๕๑

[๑]ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๑๔/ตอนที่ ๒๔ ก/หน้า ๑/๒๔ มิถุนายน ๒๕๔๐

[๒]

ให้ขยายระยะเวลาการใช้บังคับต่อไปอีกมีกำหนดห้าปี ตั้งแต่วันที่ ๒๔ มิถุนายน พ.ศ.

๒๕๔๕ โดยกฎกระทรวงขยายระยะเวลาการใช้บังคับผังเมืองรวมเมืองสงขลา พ.ศ. ๒๕๔๕

[๓]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๙/ตอนที่ ๕๖ ก/หน้า ๑/๑๗ มิถุนายน ๒๕๔๕

20 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

กฎกระทรวง ฉบับที่ 321 (พ.ศ. 2540) ออกตามความในพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. 2518 (Update ณ วันที่ 17/06/2545) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_1c3cd2a4eb72631f

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com