มาตรา ๓ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น ๑๓.
๑๔. และ ๑๕. ในหัวข้อเจ้าหน้าที่ของรัฐและผู้มีอำนาจออกบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐสำหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐ
ตามลำดับของมาตรา ๓ แห่งพระราชกฤษฎีกากำหนดเจ้าหน้าที่ของรัฐและผู้มีอำนาจออกบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐตามพระราชบัญญัติบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ
พ.ศ. ๒๕๔๒ พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกากำหนดเจ้าหน้าที่ของรัฐและผู้มีอำนาจออกบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐตามพระราชบัญญัติบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ
พ.ศ. ๒๕๔๒ (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๔๓
๑๓.
ลูกจ้างประจำของส่วนราชการ ๑๓.
ปลัดกระทรวงสำหรับลูกจ้างในสำนักงาน
ปลัดกระทรวง อธิบดี หัวหน้าส่วนราชการ
ของส่วนราชการที่มีฐานะเป็นกรม
หรือ
ผู้ว่าราชการจังหวัดสำหรับลูกจ้างในราชการ
ส่วนภูมิภาคที่สังกัดจังหวัดนั้น หรือผู้ที่ได้
รับมอบหมายจากผู้ดำรงตำแหน่งดังกล่าว
๑๔. พนักงานของรัฐในสังกัด ๑๔.
ปลัดกระทรวงสาธารณสุข สำหรับพนักงาน
กระทรวงสาธารณสุข ในสำนักปลัดกระทรวง
อธิบดี หัวหน้า
ส่วนราชการที่มีฐานะเป็นกรม
หรือ
ผู้ว่าราชการจังหวัด สำหรับพนักงานของรัฐ
ในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขในราชการ
ส่วนภูมิภาคที่สังกัดจังหวัดนั้น
หรือผู้ที่
ได้รับมอบหมายจากผู้ดำรงตำแหน่งดังกล่าว
๑๕. พนักงานของมหาวิทยาลัยหรือ ๑๕. อธิบดีหรือผู้ดำรงตำแหน่งที่เรียกชื่ออย่างอื่น
สถาบันอุดมศึกษาของรัฐ ซึ่งเทียบเท่าอธิการบดี
หรือผู้ที่ได้รับ
มอบหมายจากผู้ดำรงตำแหน่งดังกล่าว
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พันตำรวจโท
ทักษิณ ชินวัตร
นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เนื่องจากพระราชบัญญัติบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ
พ.ศ. ๒๕๔๒ ยังมิได้กำหนดให้ลูกจ้างประจำของส่วนราชการ รวมทั้งพนักงานของรัฐในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข
และพนักงานมหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาของรัฐที่ปฏิบัติงานในลักษณะเป็นงานประจำ
และได้รับเงินเดือน หรือค่าตอบแทนประจำจากเงินงบประมาณแผ่นดิน เงินอุดหนุนจากรัฐ หรือเงินรายได้ของหน่วยงานของรัฐ
เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐตามพระราชบัญญัติดังกล่าว สมควรให้บุคคลดังกล่าวมีบัตรประจำตัวสำหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐตามกฎหมายว่าด้วยบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐได้
รวมทั้งกำหนดผู้มีอำนาจออกบัตรประจำตัวไว้ด้วย จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
ปณต/ปรับปรุง
๘
พฤศจิกายน ๒๕๕๓
[๑]
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๘/ตอนที่ ๖๐ ก/หน้า ๓/๒๔ กรกฎาคม ๒๕๔๔