กฎกระทรวง
กฎกระทรวง
ฉบับที่ ๘ (พ.ศ. ๒๕๐๕)
ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการฆ่าสัตว์
และจำหน่ายเนื้อสัตว์
พ.ศ. ๒๕๐๒[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๖ ทวิ
แห่งพระราชบัญญัติควบคุมการฆ่าสัตว์และจำหน่ายเนื้อสัตว์ พ.ศ. ๒๕๐๒
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติควบคุมการฆ่าสัตว์และจำหน่ายเนื้อสัตว์
(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๐๔ และมาตรา ๒๐ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมการฆ่าสัตว์และจำหน่ายเนื้อสัตว์
พ.ศ. ๒๕๐๒ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ การฆ่าไก่ เป็ด หรือห่าน ดังต่อไปนี้
ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องขออนุญาต
(๑) เพื่อบริโภคซึ่งไก่ เป็ด
หรือห่าน อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างรวมกันไม่เกินห้าตัวในวันหนึ่งต่อหนึ่งทะเบียนบ้าน
(๒)
เพื่อตรวจพิสูจน์หรือทดลองทางวิชาการของกรมปศุสัตว์ หรือของหน่วยราชการ
หรือองค์การที่รัฐมนตรีอนุญาต ทั้งนี้ ต้องฆ่าต่อหน้าพนักงานเจ้าหน้าที่
(๓)
เพื่อประโยชน์ในการป้องกันโรคหรือการบำรุงพันธุ์ ทั้งนี้ต้องฆ่าต่อหน้าพนักงานเจ้าหน้าที่
ถ้ามีความจำเป็นต้องฆ่าโดยรีบด่วนอันเกี่ยวกับโรคระบาดสัตว์ จะฆ่าต่อหน้าพยานผู้รู้เห็นและทำบันทึกไว้เป็นหลักฐานก็ได้
แต่ต้องแจ้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบภายในยี่สิบสี่ชั่วโมงนับแต่เวลาฆ่า
ข้อ ๒ การจำหน่ายเนื้อสัตว์ สำหรับไก่ เป็ด
หรือห่าน ไม่ต้องมีใบอนุญาตให้ฆ่าหรือใบอนุญาตให้จำหน่ายเนื้อสัตว์กำกับ
แต่ต้องให้พนักงานเจ้าหน้าที่ประทับตราหรือติดเครื่องหมายของโรงฆ่าสัตว์ไว้ที่เนื้อสัตว์นั้นเป็นรายตัว
ข้อ ๓ การฆ่าลูกไก่ ลูกเป็ด หรือลูกห่าน
ซึ่งมีอายุไม่เกินเจ็ดวัน รวมทั้งการจำหน่ายเนื้อสัตว์ของสัตว์ดังกล่าว
ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องขออนุญาต
ให้ไว้ ณ วันที่ ๓ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๐๕
พลเอก ป.
จารุเสถียร
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากได้มีพระราชกฤษฎีกาให้ใช้พระราชบัญญัติควบคุมการฆ่าสัตว์และจำหน่ายเนื้อสัตว์
พ.ศ. ๒๕๐๒ เกี่ยวกับสัตว์อื่นที่กำหนดในกฎกระทรวง ฉบับที่ ๗ พ.ศ. ๒๕๐๕ คือ เป็ด
ไก่ และห่าน จึงสมควรกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการอนุญาต การฆ่า
การจำหน่าย และการยกเว้นบางกรณี เพื่อเป็นหลักในการปฏิบัติตามวัตถุประสงค์ของพระราชบัญญัติดังกล่าว
พุทธชาด / แก้ไข
๓๑ ตุลาคม ๒๕๔๕
A+B (C )
อัมภิญา/จัดทำ
๑๓ สิงหาคม ๒๕๕๑
[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๗๙/ตอนที่
๗๐/ฉบับพิเศษ หน้า ๙/๓ สิงหาคม ๒๕๐๕
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).