我的書籤免費註冊

กฎกระทรวงการจัดหาประโยชน์ที่ราชพัสดุ พ.ศ. 2564 ส่วนที่ ๔

ข้อ ๓๗–ข้อ ๔๐共 4 條

ข้อ ๓๗

ข้อ ๓๗ เมื่อได้มีการลงนามในสัญญาเช่าหรือสัญญาต่างตอบแทนอื่นแล้ว ให้หน่วยงานเจ้าของโครงการแต่งตั้งคณะกรรมการกำกับดูแลโครงการคณะหนึ่ง ประกอบด้วย ผู้แทนหน่วยงานเจ้าของโครงการ เป็นประธานกรรมการ ผู้แทนกระทรวงการคลัง ผู้แทนสำนักงานอัยการสูงสุดและผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งมีความรู้ความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับโครงการที่จะจัดหาประโยชน์จำนวนหนึ่งคนเป็นกรรมการ และผู้แทนหน่วยงานเจ้าของโครงการจำนวนหนึ่งคน เป็นกรรมการและเลขานุการ ในกรณีที่หน่วยงานเจ้าของโครงการไม่ใช่กรมธนารักษ์ ให้ผู้แทนกรมธนารักษ์เป็นกรรมการแทนผู้แทนกระทรวงการคลัง ในกรณีที่เป็นโครงการเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานและบริการสาธารณะ ให้มีผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจเป็นกรรมการด้วยอีกหนึ่งคน

ข้อ ๓๘

ข้อ ๓๘ ให้คณะกรรมการกำกับดูแลโครงการมีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้ (๑) กำกับดูแลและติดตามการดำเนินโครงการให้เป็นไปตามที่กำหนดในสัญญา (๒) พิจารณาเสนอแนะแนวทางการแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินโครงการตามที่กำหนดในสัญญาต่อหน่วยงานเจ้าของโครงการ (๓) รายงานผลการดำเนินงาน ความคืบหน้า ปัญหา และแนวทางการแก้ไขต่อหน่วยงานเจ้าของโครงการ ทั้งนี้ ตามระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับดูแลโครงการกำหนดอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง (๔) พิจารณาให้ความเห็นชอบในการแก้ไขสัญญา ในกรณีที่เป็นโครงการเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานและบริการสาธารณะ หน่วยงานเจ้าของโครงการอาจว่าจ้างที่ปรึกษา หรือคณะกรรมการกำกับดูแลโครงการอาจกำหนดให้หน่วยงานเจ้าของโครงการว่าจ้างที่ปรึกษา เพื่อศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาในการดำเนินโครงการ ให้ความเห็นต่อการแก้ไขสัญญา หรือสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการกำกับดูแลโครงการได้

ข้อ ๓๙

ข้อ ๓๙ ให้นำความในข้อ ๒๖ และข้อ ๒๘ มาใช้บังคับแก่การพ้นจากตำแหน่งของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการกำกับดูแลโครงการ และการประชุมของคณะกรรมการกำกับดูแลโครงการด้วยโดยอนุโลม

ข้อ ๔๐

ข้อ ๔๐ ให้หน่วยงานเจ้าของโครงการรายงานผลการดำเนินโครงการและปัญหาหรืออุปสรรคในการจัดหาประโยชน์ที่ราชพัสดุในการดำเนินโครงการต่อคณะกรรมการที่ราชพัสดุอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง การแก้ไขสัญญาและการทำสัญญาใหม่

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).