ทั้งฉบับ
กฎกระทรวง กฎกระทรวง กำหนดอัตราค่าธรรมเนียมการตรวจลงตราสำหรับคนต่างด้าวสัญชาติพม่า ลาว และกัมพูชา ซึ่งเข้ามาเพื่อทำงานในราชอาณาจักรตามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการจ้างแรงงาน พ.ศ. ๒๕๕๑ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. ๒๕๒๒ และมาตรา ๑๒ (๑) วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๒๓ อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๒ มาตรา ๓๓ มาตรา ๓๔ มาตรา ๔๑ และมาตรา ๔๓ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้ ให้กำหนดค่าธรรมเนียมการตรวจลงตราตามมาตรา ๑๒ (๑) สำหรับคนต่างด้าวสัญชาติพม่า ลาว และกัมพูชา ซึ่งเข้ามาเพื่อทำงานในราชอาณาจักรตามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการจ้างแรงงานระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสหภาพพม่า รัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา ดังต่อไปนี้ ประเภทคนอยู่ชั่วคราว ใช้ได้ครั้งเดียว สำหรับ คนต่างด้าวสัญชาติพม่า จำนวนหนึ่งหมื่นคน สัญชาติลาว จำนวนหนึ่งหมื่นคน และสัญชาติกัมพูชา จำนวนหนึ่งหมื่นคน ซึ่งเข้ามาทำงานในราชอาณาจักรตามบันทึกความเข้าใจดังกล่าว ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่กฎกระทรวงนี้มีผลใช้บังคับ[๑] จนกว่าจะครบจำนวนที่กำหนดไว้สำหรับแต่ละประเทศ ครั้งละ ๕๐๐ บาท ให้ไว้ ณ วันที่ ๓๐ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๑ พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่รัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยได้ทำบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการจ้างแรงงาน กับรัฐบาลแห่งสหภาพพม่า รัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวและรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการข้ามแดนการค้าแรงงานและการจ้างแรงงานที่มิชอบด้วยกฎหมาย และเพื่อส่งเสริมให้มีการใช้แรงงานต่างด้าวทั้งสามสัญชาติในราชอาณาจักรโดยชอบด้วยกฎหมายตามบันทึกความเข้าใจดังกล่าว สมควรปรับลดอัตราค่าธรรมเนียมการตรวจลงตราให้แก่แรงงานต่างด้าวทั้งสามสัญชาติซึ่งเข้ามาเพื่อทำงานในราชอาณาจักรตามบันทึกความเข้าใจจำนวนประเทศละหนึ่งหมื่นคน จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้ ปริยานุช/ผู้จัดทำ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ [๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๕/ตอนที่ ๓๒ ก/หน้า ๘๗/๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑